เซฟโซนที่ไม่มีจริงของนายวิศวกรสายคราฟต์•ตอนที่ 1

บลูพรินต์ที่พังพินาศ

ผลงานโดย สเปซโอเดสซีย์
รอยปากกาเคมีสีแดงฉานที่ถูกขีดฆ่าลงบนกระดาษไขแผ่นใหญ่ ไม่ได้เป็นเพียงแค่การแก้ไขข้อผิดพลาดทางวิศวกรรม แต่มันคือการประกาศสงครามขนาดย่อมบนโต๊ะทำงานชั่วคราวกลางไซต์งานก่อสร้างที่ฝุ่นผงคลุ้งกระจาย "คุณใช้สมองส่วนไหนคิด หรือใช้กระดูกสันหลังส่วนหางคิดครับ ถึงได้วางเสาเข็มรับน้ำหนักตรงจุดนี้?" น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่เจือความเย้ยหยันดังขึ้นท่าเสียงเจาะสว่านไฟฟ้าที่แผดก้อง พริมโรสสะดุ้งเล็กน้อย เธอไม่ได้ตกใจเสียงเครื่องมือช่าง แต่ตกใจความอวดดีของผู้ชายที่ยืนค้ำหัวเธออยู่ต่างหาก สถาปนิกสาวขยับแว่นสายตาเล็กน้อย ก่อนจะเงยหน้าขึ้นเผชิญหน้ากับเจ้าของร่างสูงโปร่งในชุดยูนิฟอร์มวิศวกรที่เปรอะเปื้อนคราบปูน ธันวา... วิศวกรโครงสร้างตัวแสบที่ผู้รับเหมาต่างพากันกุมหัวเพราะความเคี่ยว ลือกันว่าเขาคือมนุษย์เหล็กที่ไม่มีหัวใจ มีแต่สูตรคำนวณและกฎเหล็กที่ยืดหยุ่นไม่ได้ยิ่งกว่าเหล็กข้ออ้อย "ฉันใช้สมองที่มีรอยหยักมากกว่าคุณก็แล้วกันค่ะ... อ้อ ขอโทษที ฉันหมายถึง *ครับ*" พริมโรสเกือบหลุดปากประชดด้วยสรรพนามหญิง แต่รีบเบรกตัวเองไว้ทันเมื่อเห็นรอยยิ้มมุมปากที่ฉายแววรู้ทันของอีกฝ่าย ดวงตาคมกริบของธันวาจ้องมองแบบแปลนในมือเธอนิ่งราวกับสัตว์ป่ากำลังเล็งเหยื่อ "ถ้าคุณใช้สมองจริงๆ แบบแปลนแผ่นนี้คงไม่พินาศตั้งแต่หน้าแรกแบบนี้หรอกครับ พริมโรส" ธันวาจงใจเน้นเสียงชื่อเธออย่างกวนประสาท นิ้วเรียวยาวแต่หยาบกร้านตามประสาคนลุยงานสนามเคาะลงบนจุดที่เธอเพิ่งวงกลมไว้ "เส้นผ่านศูนย์กลางของคานตรงนี้ ผิดไปเจ็ดเซนติเมตร และนั่นหมายถึงตึกทั้งหลังจะพังลงมาทับหัวคนงานก่อนที่คุณจะได้ตรวจรับงานงวดแรกด้วยซ้ำ" พริมโรสกัดฟันกรอด ความพยายามที่จะรักษามาดสถาปนิกผู้เยือกเย็นและเปี่ยมด้วยระเบียบวินัยกำลังจะพังทลายลงเพราะผู้ชายปากเสียคนนี้ เธอลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แม้จะเตี้ยกว่าเขาเกือบหนึ่งช่วงหัวไหล่ แต่รังสีความพยศในแววตาของเธอกลับไม่ได้ด้อยไปกว่ากันเลยสักนิด "คุณธันวา กรุณาทำความเข้าใจใหม่ด้วยนะคะ... เอ่อ ด้วยนะครับ!" เธอเกือบหลุดสำนวนเดิมอีกรอบจนต้องเม้มปากแน่นด้วยความหงุดหงิด "ดิฉันคำนวณสัดส่วนตามหลักสุนทรียศาสตร์และการกระจายน้ำหนักที่ผ่านการรับรองมาแล้ว ไม่ใช่มั่วซ้ำซากแบบที่คุณชอบทำกับผู้รับเหมา" "สุนทรียศาสตร์กินไม่ได้หรอดยัยคุณสถาปนิก" ธันวาโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนเกินระยะปลอดภัย ลมหายใจอุ่นร้อนเจือกลิ่นกาแฟดำปะทะเข้ากับปลายจมูกของเธอ ระยะห่างระหว่างกันลดลงเหลือเพียงไม่กี่คืบ จนพริมโรสต้องเผลอกลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ "ตึกมันต้องยืนอยู่ได้จริง ไม่ใช่ตั้งอยู่ด้วยความสวยงามแล้วถล่มลงมาทับคนตาย... ถ้าคุณอยากโชว์ผลงานชิ้นโบแดงจนตัวสั่น ก็กรุณาไปออกแบบพวงมาลัยศาลพระภูมิเถอะครับ ที่นี่ไซต์งานก่อสร้าง ไม่ใช่แคットウォーク" คำพูดที่เฉียบคมและท่าทีหยิ่งยโสทำให้มือบางที่กำปากกาเคมีสั่นระริกด้วยความโกรธ เธอเกลียดคนประเภทนี้ที่สุด คนที่มองทุกอย่างเป็นตัวเลขและผลลัพธ์โดยไม่สนหัวใจคนออกแบบ เกลียดความมั่นหน้า และเหนือสิ่งอื่นใด... เกลียดสายตาคู่นั้นที่กำลังมองทะลุทะลวงเข้ามาในความรู้สึกของเธอ ราวกับอ่านออกว่าภายใต้ความเป๊ะที่เธอกลบเกลื่อนไว้ คือความกลัวที่จะทำผิดพลาดจนไม่กล้าแบกรับความคาดหวังจากใคร "งั้นก็เชิญคุณไปแก้แบบเองเลยสismครับ! ในเมื่อเก่งนัก!" พริมโรสกระแทกเสียงประชดใส่หน้าเขาอย่างเหลืออด พร้อมกับยัดม้วนแบบแปลนใส่มือแกร่งจนเขาต้องรีบคว้าไว้ ธันวาไม่โกรธ เขาเพียงแค่หัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นพร่าด้วยความสนุกสนานที่ได้เห็นคนตรงหน้าฟิวส์ขาด มือใหญ่ข้างหนึ่งรวบข้อมือบางเอาไว้ทันท่วงทีเมื่อเธอทำท่าจะหันหลังเดินหนี แรงดึงรั้งนั้นทำให้พริมโรสเสียหลักเซถลาเข้าไปปะทะกับแผงอกกว้างของวิศวกรหนุ่มอย่างจัง กลิ่นอายความเป็นผู้ชายผสมผสานกับกลิ่นฝุ่นและเหงื่อจางๆ โอบล้อมเธอไว้ในพื้นที่จำกัดระหว่างโต๊ะทำงานกับร่างกายของเขา ดวงตาทั้งคู่ประสานกันในระยะประชิด ความเงียบงันชั่วขณะเข้าปกคลุมพื้นที่รอบตัว เสียงเครื่องจักรด้านนอกคล้ายจะเบาลงไปถนัดตา หัวใจของสถาปนิกสาวเต้นรัวผิดจังหวะ ไม่ใช่เพราะความโกรธอีกต่อไป แต่เป็นเพราะกระแสความรู้สึกประหลาดที่วิ่งพล่านไปทั่วสรรพางค์กาย "ปล่อยฉัน... เอ๊ย ปล่อยผม... ปล่อยนะ!" พริมโรสหน้าแดงก่ำ พยายามบิดข้อมือออกจากการเกาะกุม แต่ธันวากลับกระชับมือแน่นขึ้น รอยยิ้มกวนประสาทเมื่อครู่จางหายไป แทนที่ด้วยแววตาจริงจังที่คาดเดาไม่ได้ "ผมยังคุยกับคุณไม่จบเลยครับ คุณสถาปนิก" ธันวาโน้มใบหน้าลงกระซิบชิดริมหู เสียงทุ้มพร่ากระซิบเบาจนขนลุกซู่ "บลูพรินต์แผ่นนี้อาจจะพัง... แต่ถ้าคุณยังดื้อดึงไม่ยอมฟังผม มีหวังความสัมพันธ์ของเราได้พังพินาศตามไปด้วยแน่" ยังไม่ทันที่พริมโรสจะได้อ้าปากด่ากราดกลับไป เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงตะโกนเรียกชื่อของเธอก็แว่วมาจากทางเข้าสำนักงานชั่วคราว "คุณพริมโรสครับ! ผู้อำนวยการฝ่ายโครงการมาตรวจไซต์งานกะทันหันครับ!" เสียงลูกน้องตะโกนแจ้งข่าวทำให้ธันวาจำต้องยอมปล่อยมือออกอย่างเสียดาย พริมโรสหอบหายใจถี่กระชั้น รีบผละตัวถอยห่างออกมาตั้งหลัก จัดเสื้อผ้าและแว่นตาให้เข้าที่อย่างลนลาน เธอยิงสายตาอาฆาตมาดร้ายใส่หน้าวิศวกรหนุ่มเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะหันหลังสะบัดบ๊อบเดินจ้ำอ้าoutออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว ธันวามองตามแผ่นหลังบางที่เดินหายลับไป รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับปลายนิ้วที่เคาะลงบนม้วนแบบแปลนที่เธอยัดใส่มืออย่างครุ่นคิด ดวงตาคมกริบฉายประกายบางอย่างที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใต้ท่าทีหยียวน ทว่า... ก่อนที่เขาจะได้ขยับตัวหยิบปากกาขึ้นมาแก้ไขงาน เสียงฝีเท้าฝลุกฝลักก็ดังขึ้นที่หน้าประตูห้องอีกครั้ง พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างคุ้นเคยในชุดสูทเนี้ยบกริบที่ไม่ควรจะมาโผล่ที่ไซต์งานดิบๆ แบบนี้ ธันวาชะงักค้าง รอยยิ้มบนใบหน้าแข็งค้างทันทีเมื่อสบตากับผู้มาเยือนคนใหม่ที่ก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบ "สวัสดีครับคุณธันวา... ไม่ได้เจอกันนานนะ ตั้งแต่วันที่โปรเจกต์เก่าของคุณพังคาตาผมไปเมื่อปีที่แล้ว" ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านตอนแรกด้วยนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ!
สารจากนักเขียน (สเปซโอเดสซีย์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนที่ไม่มีจริงของนายวิศวกรสายคราฟต์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%