รอยจารึกแห่งปรารถนาที่เลือนหาย•ตอนที่ 42

การเปิดโปงครั้งใหญ่

ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
“คุณไม่เคยคิดจะปกป้องฉันเลยใช่ไหมคะ ศิลา... ตั้งแต่ต้น จนถึงวินาทีนี้” เสียงของรินรดาสั่นพร่า ทว่าแววตากลับแข็งกร้าวราวกับแก้วที่พร้อมจะแตกสลาย เธอจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่ที่เคยเป็นดังเข็มทิศนำทางในความมืดมนของเธอ แต่ยามนี้ สิ่งที่สะท้อนกลับมามีเพียงความว่างเปล่าที่เย็นยะเยือก ศิลาไม่ตอบ เขายังคงยืนกอดอกพิงผนังห้องทำงานส่วนตัวที่อัดแน่นไปด้วยกลิ่นอายของกระดาษเก่าและฝุ่นละอองแห่งกาลเวลา แสงจากโคมไฟตั้งโต๊ะทอดเงาพาดผ่านใบหน้าซีกหนึ่งของเขา ทำให้ครึ่งหนึ่งดูเหมือนรูปปั้นที่ไร้วิญญาณ เขานิ่งเงียบเสียจนรินรดารู้สึกเหมือนอากาศรอบตัวถูกสูบออกไปจนหมดสิ้น “ความลับไม่ได้มีไว้เพื่อถูกเปิดเผย แต่มันมีไว้เพื่อถูกฝัง... รินรดา” เขาเอ่ยขึ้นในที่สุด น้ำเสียงเรียบเรื่อยทว่ากดดัน “เธออาจจะคิดว่าเธอคือคนเลือกทางเดิน แต่ความจริงแล้ว เธอเป็นเพียงหมากที่ถูกวางไว้ในกระดานที่เธอไม่มีวันมองเห็นภาพรวมทั้งหมด” รินรดาแค่นหัวเราะ ความเจ็บปวดลึกๆ ในอกเปลี่ยนเป็นแรงขับเคลื่อนที่ทรงพลัง เธอหยิบซองเอกสารสีน้ำตาลที่ซ่อนไว้ใต้ปกเสื้อออกมา มันคือหลักฐานที่แลกมาด้วยชีวิตของใครหลายคน ทั้งบัญชีการโอนเงินที่เชื่อมโยงถึงเบื้องบน บันทึกของแม่ที่ถูกบิดเบือน และรอยจารึกที่เธอเพิ่งถอดรหัสได้จากวัตถุโบราณชิ้นนั้น “ถ้าฉันเป็นหมาก งั้นวันนี้ฉันขอเป็นคนคว่ำกระดานเองค่ะ” เธอก้าวถอยหลังสู่ประตู มือสั่นระริกขณะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา กดส่งข้อมูลชุดสุดท้ายไปยังอีเมลของสำนักข่าวใหญ่สามแห่ง และที่สำคัญที่สุด คือกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ศิลากระชากตัวเข้ามาใกล้หมายจะแย่งเครื่องมือสื่อสาร ทว่ารินรดาเร็วกว่า เธอหลบหลีกไปทางชั้นหนังสือพลางตะโกนด้วยน้ำเสียงที่เด็ดขาด “ฉันส่งมันออกไปหมดแล้ว! ทั้งภาพถ่าย ทั้งลายเซ็นที่พวกคุณพยายามปกปิดมาตลอดสิบปี! จบสิ้นกันเสียที ศิลา!” ศิลาชะงักกึก มือของเขาค้างกลางอากาศ แววตาที่เคยเย็นชาปรากฏรอยร้าวเล็กๆ ของความตระหนกที่แวบผ่านเข้ามาเพียงเสี้ยววินาที เขาไม่ได้โกรธเกรี้ยวอย่างที่เธอคาด แต่เขากลับถอยหลังไปนั่งลงบนเก้าอี้หนังตัวเดิม ทอดสายตามองเธอด้วยความรู้สึกที่อ่านไม่ออก “เธอทำลายสิ่งเดียวที่คอยค้ำจุนพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ไปแล้ว รินรดา... เธอรู้ไหมว่าอะไรจะเกิดขึ้นหลังจากกดปุ่มส่งนั่น?” “สิ่งที่ควรจะเกิดขึ้นมานานแล้วไงคะ ความยุติธรรม” เธอยังไม่ทันได้อธิบายต่อ เสียงไซเรนที่ดังแว่วมาจากที่ไกลๆ ก็เริ่มชัดเจนขึ้น เสียงของความวุ่นวายเริ่มก่อตัวนอกหน้าต่างพิพิธภัณฑ์ แสงไฟวับวาบของรถตำรวจนับสิบเริ่มสาดส่องเข้ามาในห้องทำงานมืดๆ ของศิลา รินรดารู้สึกถึงชัยชนะที่ปนเปไปกับความว่างเปล่า เธอยืนนิ่ง รอคอยความจริงที่กำลังจะถูกกระชากออกมาต่อหน้าสาธารณชน ทว่า... ในจังหวะที่ประตูห้องทำงานถูกกระแทกเปิดออกโดยเจ้าหน้าที่ชุดเครื่องแบบที่เธอกำลังรอคอย รินรดากลับพบกับความจริงที่น่าสะพรึงกลัวกว่านั้น ชายวัยกลางคนในชุดสูทสีเทาเข้ม ผู้เป็นทั้งอธิบดีพิพิธภัณฑ์และบุคคลที่เธอพยายามลากมาขึ้นศาล ก้าวเดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเยือกเย็น เขามองข้ามร่างของศิลาไปหยุดอยู่ที่รินรดา ก่อนจะโยนแท็บเล็ตเครื่องหนึ่งลงบนโต๊ะ หน้าจอนั้นแสดงข้อความตอบกลับจากอีเมลที่เธอเพิ่งส่งไป... *‘ขออภัย ไม่พบที่อยู่ผู้รับในระบบ’* “เธอคิดว่าเธอเป็นคนเดียวที่มีอำนาจจัดการข้อมูลในเน็ตเวิร์กของที่นี่เหรอ รินรดา?” ชายวัยกลางคนเอ่ยเสียงเนิบนาบ ขณะที่ศิลาก้มหน้าลงซ่อนน้ำตาที่ร่วงหล่นลงมาเป็นครั้งแรก “ศิลาไม่ได้พยายามขัดขวางเธอเพราะเขาเป็นศัตรู... แต่เพราะเขารู้ว่าถ้าเธอส่งมันออกไปในช่องทางที่เธอคิดว่าปลอดภัย ข้อมูลเหล่านั้นจะย้อนกลับมาฆ่าเธอในทันที” เขาก้าวเข้ามาใกล้จนลมหายใจของเธอสั่นสะท้าน “และตอนนี้... คนที่เธอเพิ่งส่งหลักฐานให้ทั้งหมด... กำลังมาที่นี่เพื่อเก็บกวาดงานให้เสร็จสมบูรณ์” เสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนหลายกลุ่มดังขึ้นจากโถงทางเดินข้างนอก ไม่ใช่เสียงของตำรวจ... แต่เป็นเสียงของคนที่เธอไม่ควรจะพบเจอที่สุดในค่ำคืนนี้ ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและอดทนรอคอยความจริงไปพร้อมกับรินรดานะคะ กำมะหยี่สีแดง
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจารึกแห่งปรารถนาที่เลือนหาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%