"อย่าสบตากับใครในห้องนี้ โดยเฉพาะคนที่สวมหน้ากากนกฮูกสีเงินตรงมุมซ้ายนั่น"
เสียงกระซิบของศิลาดังชิดใบหู รินรดารู้สึกได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ที่แฝงความเย็นเยียบของกลิ่นกระดาษเก่าจางๆ จากตัวเขา มือของเธอที่สวมถุงมือลูกไม้บางเบากำชายชุดราตรีสีดำสนิทแน่นจนสั่นไหว แสงไฟจากโคมระย้าคริสตัลในคฤหาสน์หรูใจกลางกรุงดูพร่ามัวในสายตาเธอ ทว่าสัญชาตญาณกลับตื่นตัวถึงขีดสุด
งานประมูลนี้ไม่ใช่แค่การซื้อขายวัตถุโบราณ แต่มันคือการแลกเปลี่ยนความลับที่เปื้อนเลือด
"เขารู้ตัวแล้วหรือคะ?" รินรดาถามกลับโดยไม่หันไปมอง แสร้งยกแก้วแชมเปญขึ้นจิบเพื่อบังรอยยิ้มที่บิดเบี้ยวบนริมฝีปาก เธอไม่ได้กลัว แต่ความรู้สึก 'คุ้นเคย' บางอย่างจากวัตถุที่วางอยู่กลางห้องโถงกำลังสั่นประสาทเธออย่างรุนแรง ภาพนิมิตสีเทาหม่นฉายวาบขึ้นมาในหัว—ภาพของมือที่เปื้อนคราบสนิมและเสียงกรีดร้องที่ถูกกลบด้วยเสียงหัวเราะ
"ยังไม่รู้ แต่เขาเริ่มสงสัยในฐานะแขกรับเชิญกิตติมศักดิ์ที่ฉันปลอมแปลงมา" ศิลาตอบพลางขยับเนคไทเล็กน้อย สายตาของเขากวาดมองไปรอบห้องอย่างใจเย็น เขามองเห็นสิ่งที่รินรดาเห็น แต่เขากลับเลือกที่จะ 'เมินเฉย' เพื่อรักษาความปลอดภัยของทั้งคู่ "จำไว้ว่าสิ่งที่อยู่บนแท่นนั่น ไม่ใช่งานศิลปะ แต่มันคือปมที่ผูกรัดคอแม่ของคุณไว้เมื่อยี่สิบปีก่อน"
รินรดาชะงัก สายตาจับจ้องไปยัง 'ศิลาจารึกสีเลือด' ที่วางเด่นอยู่กลางห้องโถง แสงไฟที่ตกกระทบเนื้อหินสีแดงฉานนั้นดูราวกับมันมีชีวิต มันกำลังเต้นตุบๆ คล้ายหัวใจที่พยายามเรียกร้องหาเจ้าของ กลิ่นอายความโศกเศร้าที่คุ้นเคยพุ่งเข้าปะทะจิตใจจนเธอแทบยืนไม่อยู่
เธอขยับก้าวเดินเข้าไปใกล้แท่นโชว์มากขึ้นเรื่อยๆ ท่ามกลางสายตาของแขกเหรื่อในหน้ากากประหลาดที่คอยจ้องมองราวกับนักล่า รินรดาแสร้งทำเป็นชื่นชมความงามของอักษรจารึก แต่ในใจเธอกำลังอ่าน 'ความทรงจำ' ที่หลงเหลืออยู่ในหินก้อนนั้น
*‘อย่าเปิดมัน... รินรดา... ออกไปจากที่นี่’*
เสียงในหัวของแม่ดังก้องขึ้นมาพร้อมกับสัมผัสที่เย็นเยียบดุจน้ำแข็งที่แตะลงบนต้นคอ เธอสะดุ้งสุดตัวจนเผลอทำสร้อยข้อมือที่ติดตัวมาหล่นลงบนแท่นจารึก ทันทีที่โลหะปะทะกับหิน เสียงกริ่งเตือนภัยเบาๆ ก็ดังขึ้นในโสตประสาทของทุกคนที่ครอบครองวัตถุโบราณในห้องนี้
ทุกอย่างเงียบลงทันที ดนตรีคลาสสิกที่เคยบรรเลงแผ่วเบาถูกตัดฉับ แขกทุกคนหันมามองที่จุดเดียว—คือตัวเธอ
ศิลาขยับกายเข้ามาขวางหน้าไว้ทันท่วงที เขากระซิบด้วยน้ำเสียงที่เฉียบขาด "แผนเปลี่ยนแล้ว รินรดา หยิบมันออกมาให้เร็วที่สุด ก่อนที่เจ้าของงานจะกลับเข้ามา"
"แต่ถ้าฉันแตะมันตอนนี้ นิมิตจะรุนแรงจนฉันอาจจะล้มลงไปตรงนี้ได้เลยนะคะ!" รินรดาโต้กลับ มือของเธอเริ่มสั่นรัวเมื่อเห็นเงาร่างสูงใหญ่ของชายในหน้ากากนกฮูกค่อยๆ ก้าวผ่านกลุ่มแขกเข้ามาหาเธอ เขาถือคทาสีดำสนิทที่แผ่ไอเย็นเยือกออกมาจนอากาศรอบตัวเริ่มแข็งตัวเป็นเกล็ดน้ำแข็งบางๆ
"คุณต้องทำ" ศิลาเค้นเสียงกดดัน "เพราะตอนนี้หน้ากากนกฮูกนั่นไม่ใช่แค่แขก แต่เขาคือ 'คนฆ่า' ที่คุณตามหามาทั้งชีวิต"
รินรดาใจหล่นวูบ เธอเงยหน้าขึ้นสบตากับดวงตาคู่คมภายใต้หน้ากากนกฮูกคู่นั้น ความทรงจำที่ขาดหายไปเริ่มเชื่อมต่อกันเป็นภาพจิ๊กซอว์ที่น่าสะพรึงกลัว ชายคนนั้นไม่ได้มาเพื่อประมูล แต่มันมาเพื่อปิดปาก 'พยาน' ที่เหลืออยู่เพียงคนเดียว
จังหวะที่นิ้วเรียวบางของรินรดาแตะลงบนพื้นผิวขรุขระของจารึกสีเลือด แรงสั่นสะเทือนมหาศาลก็ระเบิดออกมาจากฐานวาง กระจกนิรภัยที่ครอบวัตถุแตกกระจายออกเป็นเสี่ยงๆ พร้อมกับเสียงหัวเราะทุ้มต่ำที่ดังขึ้นจากหลังหน้ากากนกฮูกนั่น
"ในที่สุด... ดอกไม้ที่ข้าเฝ้ารอมานานก็เด็ดตัวเองมาวางบนแท่นบูชาจนได้"
เขากระชากหน้ากากออก เผยให้เห็นใบหน้าที่รินรดาแทบหยุดหายใจเมื่อได้เห็น... ใบหน้าที่อยู่บนรูปถ่ายใบเดียวในตู้เซฟของแม่เธอมาตลอดชีวิต ใบหน้าของคนที่ควรจะตายไปแล้วเมื่อยี่สิบปีก่อน
"พ่อคะ?"
ด้วยรักจาก "กำมะหยี่สีแดง" ค่ะ
รอยจารึกแห่งปรารถนาที่เลือนหาย•ตอนที่ 11
งานประมูลเลือด
ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจารึกแห่งปรารถนาที่เลือนหาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!