"ปล่อยมือจากสมุดเล่มนั้นเสียรินรดา อย่าให้เลือดของเธอต้องเปื้อนหน้ากระดาษที่บรรพบุรุษอุตส่าห์รักษามานานนับร้อยปีเลย"
เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยไม่ได้ทำให้ความตระหนกในใจของรินรดาลดน้อยลงแม้แต่น้อย มือที่สั่นเทาของเธอกอดรัดสมุดปกหนังเก่าคร่ำครึแนบแน่นไว้กับอก กลิ่นอายของกระดาษโบราณผสมกับกลิ่นสาบของกาลเวลาที่เธอมักจะได้กลิ่นผ่านนิมิต กลับมาตลบอบอวลอยู่ในห้องสมุดประจำคฤหาสน์ที่มืดสลัว
"ศิลา... คุณมาทำอะไรที่นี่ในเวลาแบบนี้?" รินรดาถามพลางถอยหลังไปจนแผ่นหลังชนกับชั้นหนังสือไม้โอ๊กหนักอึ้ง สายตาของเธอจับจ้องไปยังชายหนุ่มที่ยืนอยู่หน้าประตู ซึ่งบัดนี้เงาของเขาดูยาวเหยียดและบิดเบี้ยวราวกับปีศาจภายใต้แสงไฟสลัว
ศิลาไม่ได้ตอบคำถามนั้นทันที เขาสังเกตเห็นรอยฉีกขาดบนชายกระโปรงของหญิงสาว และรอยฟกช้ำที่ปรากฏเด่นชัดตรงข้อมือจากการต่อสู้เล็กน้อยก่อนหน้านี้ เขาค่อยๆ ก้าวเข้ามา ช้าๆ ทว่ามั่นคงประหนึ่งนักล่าที่ต้อนเหยื่อจนมุม
"ผมบอกคุณแล้วว่าอย่าแตะต้องสิ่งที่ยังไม่ถึงเวลา" เขากล่าวพลางทอดสายตาอ่อนโยนแต่แฝงความนัยที่อ่านไม่ออก "พายุที่โหมกระหน่ำข้างนอกนั่นไม่ได้เกิดขึ้นเพราะธรรมชาติหรอกรินรดา แต่มันเกิดขึ้นเพราะรอยจารึกในสมุดเล่มนั้น... มันกำลังร้องเรียกสิ่งที่พรากแม่ของคุณไป"
"คุณโกหก!" รินรดาตวาดเสียงสั่น น้ำตาแห่งความอัดอั้นทะลักออกมา "คุณรู้เรื่องแม่ของฉันมาตลอด แต่คุณปิดบังฉันไว้ เพราะคุณเองก็เป็นส่วนหนึ่งของคนที่พยายามซ่อนความจริงนี้ไว้ใช่ไหม!"
วินาทีก่อนที่ศิลาจะคว้าตัวเธอไว้ เสียงกระจกหน้าต่างบานใหญ่ด้านหลังห้องก็แตกกระจายดั่งเสียงกรีดร้องของความตาย เศษแก้วปลิวว่อนเข้ามาราวกับห่าฝน ท่ามกลางความมืดมิดที่พุ่งเข้ามาพร้อมลมพายุที่บ้าคลั่ง เงาดำรูปร่างประหลาดหลายสายพุ่งผ่านช่องหน้าต่างเข้ามาในห้องโดยมุ่งเป้าไปที่จุดที่รินรดายืนอยู่
"วิ่ง!" ศิลาตะโกนลั่น ความเยือกเย็นที่เคยมีหายไปสิ้น กลายเป็นความเร่งร้อนที่เธอก็ไม่อาจเข้าใจได้ เขาผลักรินรดาออกไปทางประตูลับหลังชั้นหนังสืออย่างแรงจนหญิงสาวเซถลาไปตามทางเดินมืดมิด
หัวใจของรินรดาเต้นรัวจนแทบจะทะลุออกมาจากอก เธอไม่รู้ว่าต้องไปที่ไหน แต่สัญชาตญาณบอกให้เธอวิ่งไปข้างหน้า สมุดบันทึกในมือหนักอึ้งขึ้นเรื่อยๆ ราวกับมันกำลังสะท้อนความกลัวของเธอออกมา เสียงการต่อสู้ดังกึกก้องมาจากทางด้านหลัง ทั้งเสียงปะทะของโลหะ เสียงคำรามต่ำที่ฟังดูไม่ใช่มนุษย์ และเสียงตะโกนของศิลาที่สู้สุดชีวิต
เธอวิ่งผ่านโถงทางเดินที่คุ้นเคย แต่ในยามนี้มันกลับดูแปลกตาไปเสียหมด ภาพนิมิตเริ่มแทรกซึมเข้ามาในหัว—ภาพของแม่ในชุดสีขาวที่กำลังกอดสมุดเล่มนี้ด้วยรอยยิ้มที่เปื้อนน้ำตา ภาพชายในเงามืดที่ยื่นมือมาหมายจะแย่งชิงความจริง
*‘ริน... อย่าให้เขาเห็นสิ่งที่บันทึกไว้ในหน้าสุดท้าย’*
เสียงกระซิบของแม่ก้องอยู่ในโสตประสาท รินรดาหยุดชะงักที่หน้าประตูทางออกสู่สวนหลังบ้าน เธอหอบหายใจจนตัวโยน สายฝนข้างนอกสาดซัดเข้ามาตามลมกรรโชกแรง เธอตัดสินใจเปิดสมุดหน้าสุดท้ายออกด้วยมือที่สั่นระริก
สิ่งที่ปรากฏไม่ใช่ตัวอักษร แต่เป็นรอยเลือดรูปตราประทับที่ยังคงสดใหม่ราวกับเพิ่งจารึกเสร็จเมื่อครู่ ทันทีที่ปลายนิ้วของเธอสัมผัสลงไป โลกทั้งใบก็หยุดหมุน ภาพเหตุการณ์การตายของแม่ฉายชัดขึ้นมาในมโนภาพ—ใบหน้าของคนที่ลงมือสังหารไม่ใช่คนแปลกหน้า แต่เป็นคนที่เธอกำลังไว้ใจที่สุด
เสียงฝีเท้าหนักๆ ก้าวเข้ามาใกล้จากด้านหลัง รินรดาหันกลับไปช้าๆ พบว่าศิลายืนอยู่ตรงหน้า แผ่นหลังของเขามีรอยฉีกขาดและเลือดไหลซึมออกมา แต่สิ่งที่ทำให้เธอแทบหยุดหายใจคือแววตาของเขาที่เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง
"คุณเห็นมันแล้วใช่ไหม?" ศิลาถาม น้ำเสียงเยือกเย็นและเรียบเฉยอย่างน่าประหลาด เขาค่อยๆ ยื่นมือออกมา "ส่งสมุดเล่มนั้นมาให้ผม แล้วผมจะอธิบายทุกอย่าง... รวมทั้งเรื่องที่ว่า ทำไมผมถึงต้องเป็นคนสุดท้ายที่ถือมีดเล่มนั้นในวันที่แม่คุณจากไป"
รินรดาถอยหลังจนเท้าแตะขอบบ่อน้ำเก่าแก่ในสวน ความมืดมิดของค่ำคืนนี้ดูเหมือนจะกลืนกินทุกอย่างรอบตัวไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความจริงที่เธอเพิ่งค้นพบ ซึ่งอาจจะนำพาความตายมาสู่เธอในไม่กี่วินาทีต่อจากนี้
"กำมะหยี่สีแดง" ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับความลับอันโหดร้ายนี้ด้วยกันนะคะ
รอยจารึกแห่งปรารถนาที่เลือนหาย•ตอนที่ 13
พายุพัดผ่าน
ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจารึกแห่งปรารถนาที่เลือนหาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!