ฮูหยินเอกขอกลับชาติมาทวงบัลลังก์แค้น•ตอนที่ 1

กลิ่นอายโลหิตหวนคืน

ผลงานโดย มนตรากรรมสะท้อน
รสชาติของความตายยังคงค้างคาอยู่ปลายลิ้น ประดุจกลิ่นอายของโลหิตและสนิมเหล็กที่กรีดลึกผ่านหลอดลม ความหนาวยะเยือกในคืนลานประหารที่นางถูกตัดศีรษะประจานอย่างไร้ความปรานี ยังคงบีบรัดหัวใจดวงนี้ให้เจ็บแปลบจนแทบหยุดหายใจ ทว่า... กลิ่นกำยานดอกเหมันต์ที่ลอยอลวนอยู่ปลายจมูกเวลานี้ กลับไม่ใช่กลิ่นอับชื้นของคุกใต้ดิน "พี่ใหญ่... พี่ใหญ่เจ้าคะ ได้ยินที่น้องพูดหรือไม่" เสียงหวานใสที่แสร้งบีบให้สั่นเครือดังขึ้นข้างหู ราวกับเสียงกระซิบของปีศาจจำแลง ไป๋ลี่หลินกะพริบตาช้าๆ ม่านหมอกแห่งความเลือนรางค่อยๆ ถดถอย เผยให้เห็นภาพเบื้องหน้าที่ทำให้นางต้องกลั้นลมหายใจ โคมผ้าแพรปักลายหงส์รำแพนห้อยระย้าอยู่เหนือศีรษะ แสงเทียนสีชาดสาดส่องกระทบผ้าม่านโปร่งสีชมพูระเรื่อ นี่คือเรือนรับรองบุปผชาติ... และกลิ่นสุราอุ่นหมักเกสรท้อที่ลอยอบอวลอยู่ในอากาศ คืนนี้คือคืนจัดงานเลี้ยงฉลองตำแหน่งแม่ทัพอวี้เหวินฮ่าวเมื่อสามปีก่อน! ปีที่นางยังโง่งอมืดบอด ปีที่นางมอบทั้งหัวใจและอำนาจตระกูลไป๋ให้ชายสารเลวผู้นั้นย่ำยี และปีที่นางกำลังจะถูกตราหน้าว่าเป็นหญิงไร้ยางอายในห้องหอของบุรุษแปลกหน้า! "พี่ใหญ่ ท่านหน้าซีดนัก หรือว่าฤทธิ์สุราบุปผาท้อจะกำเริบแล้วเจ้าคะ?" ไป๋ลี่อินเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้มอาบยาพิษ ดวงตาคู่คมกริบที่ซ่อนอยู่ภายใต้แพขนตางอนงามคู่นั้นพราวระยับด้วยความสะใจ นางกำลังถือถ้วยกระเบื้องเคลือบที่บรรจุของเหลวสีอำพันยื่นมาเบื้องหน้า มือเรียวบางสั่นน้อยๆ อย่างเสแสร้ง "ดื่มน้ำแกงสรางพิษเสียหน่อยเถิดเจ้าค่ะ เดี๋ยวแขกเหรื่อและท่านแม่ทัพเข้ามาเห็นเข้า จะไม่เป็นผลดีต่อชื่อเสียงของท่านพี่" ชื่อเสียงงั้นหรือ? ไป๋ลี่หลินแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่แหบพร่าแต่กลับทรงพลังอำนาจประหลาด จนไป๋ลี่อินถึงกับชะงัก รอยยิ้มบนริมฝีปากของน้องสาวต่างมารดาแข็งค้างไปชั่วขณะ นางจำแววตานี้ได้แม่นยำ... แววตาที่เคยมองตนด้วยความรักและเอ็นดูไยจึงแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นเยียบดุจน้ำแข็งจากขั้วโลกใต้เช่นนี้เล่า? "ลี่อิน..." ไป๋ลี่หลินเปล่งเสียงออกมา น้ำเสียงของนางไม่ได้สั่นเครือด้วยความหวาดกลัวดังเช่นในอดีตชาติ หากแต่ราบเรียบ ลึกซึ้ง และกดดันจนอีกฝ่ายหายใจไม่ทั่วท้อง "เจ้าบอกว่า... หากมีคนมาเห็นเข้า ชื่อเสียงของข้าจะป่นปี้ เช่นนั้นหรือ?" "พี่... พี่ใหญ่ พูดอะไรเช่นนั้นเล่าเจ้าคะ" ไป๋ลี่อินหลบสายตาครู่หนึ่ง ก่อนจะแสร้งทำทีเป็นบีบน้ำตา "น้องเพียงแต่เป็นห่วงท่าน หากท่านหมดสติอยู่ในห้องหอของบุรุษอื่นเช่นนี้ แล้วท่านแม่ทัพอวี้เหวินฮ่าวจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนเล่าเจ้าคะ? ท่านพี่ช่างใจร้ายนักที่กล่าวหากันเช่นนี้" ช่างเป็นมารยาที่ไร้ที่ติ สมกับที่เป็นงูพิษจำแลงกายมาจริงๆ ไป๋ลี่หลินค่อยๆ ขยับกายลุกขึ้นจากตั่งไม้มะฮอกกานี อาภรณ์ผ้าแพรปักดิ้นทองหนักอึ้งทอดตัวยาวตามการเคลื่อนไหว ทุกย่างก้าวของนางสง่างามและเปี่ยมด้วยรัศมีของฮูหยินผู้สูงศักดิ์โดยสายเลือด ไม่มีร่องรอยของความสะดุดหรืออาการเมาสุราแม้แต่น้อย มือเรียวบางที่เคยหยิบจับแต่ตำราแพทย์และงานปัก ยามนี้กลับเอื้อมไปรับถ้วยสุราจากมือของไป๋ลี่อินไว้อย่างมั่นคง ปลายนิ้วของทั้งสองสัมผัสกันเพียงแผ่วเบา แต่ไป๋ลี่อินกลับรู้สึกราวกับถูกเข็มนับพันเล่มทิ่มแทงจนต้องสะดุ้งเฮือก "เจ้าเป็นห่วงข้าจริงหรือ... ลี่อิน" ไป๋ลี่หลินเอ่ยถามพลางยกถ้วยสุราขึ้นระดับสายตา กลิ่นหอมหวานของเกสรท้อผสมผสานกับกลิ่นแปลกปลอมที่นางคุ้นเคยเป็นอย่างดี—ผงสลายวิญญาณร้อยวัน ยาพิษไร้สีไร้กลิ่นที่ออกฤทธิ์ทำให้สตรีสูญเสียสติสัมปชัญญะและตกเป็นเหยื่อของบุรุษได้อย่างง่ายดาย ชาติก่อนนางโง่เขลาเบาปัญญา ดื่มมันเข้าไปจนหมดสิ้น ทำให้ต้องตกเป็นเครื่องมือและแต่งให้ชายชั่วผู้นั้นอย่างจำยอม แต่วันนี้นางกลับมาแล้ว... กลับมาพร้อมกับความทรงจำอันขมขื่น และความแค้นที่สลักลึกถึงกระดูกดำ! "ย่อม... ย่อมเป็นความจริงอยู่แล้วเจ้าค่ะ พี่ใหญ่รีบดื่มเสียเถิด ประเดี๋ยวขบวนเสด็จของเชื้อพระวงศ์จะผ่านมาทางนี้พอดี..." ไป๋ลี่อินเร่งเร้าด้วยความร้อนรน นางเริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่างในแววตาของพี่สาว ดวงตาคู่นั้นไม่มีร่องรอยของความตื่นตระหนก มีเพียงรอยยิ้ม... รอยยิ้มที่งดงามราวกับดอกอู๋ถงบานสะพรั่งกลางเหมันต์ แต่กลับเย็นยะเยือกเสียจนบาดลึกถึงขั้วหัวใจ "หากสุราจอกนี้ดีจริง เหตุใดเจ้าไม่เป็นผู้ดื่มมันเพื่อแสดงความจริงใจเล่า, น้องรัก?" น้ำเสียงหวานใสเอ่ยขึ้นอย่างไม่รีบร้อน ไป๋ลี่หลินเอียงคอบริหารรอยยิ้มบางเบาที่มุมปาก ก่อนจะหมุนถ้วยกระเบื้องเคลือบในมือช้าๆ สัมผัสถึงความเย็นเฉียบของผิวเซรามิกที่คล้ายคลึงกับความตายที่นางเคยเผชิญ ไป๋ลี่อินหน้าถอดสีทันที รอยยิ้มเสแสร้งแทบจะรักษาไว้ไม่อยู่ "พี่ใหญ่ล้อเล่นอันใดกัน... นั่นเป็นสุราต้อนรับของท่านแม่ทัพที่จัดเตรียมไว้ให้ท่านต่างหาก น้องเป็นสตรีที่ยังไม่ออกเรือน จะดื่มสุราในห้องหอได้อย่างไรกันเล่าเจ้าคะ?" "หึ..." เสียงหัวเราะแผ่วเบาดั่งเสียงถอนหายใจของสายลมหนาว ไป๋ลี่หลินก้าวเข้าไปประชิดตัวน้องสาวต่างมารดาช้าๆ กลิ่นกายหอมหวานของไป๋ลี่อินผสมปนเปไปกับกลิ่นอายความหวาดกลัวที่เริ่มคละคลุ้งออกมาทางรูขุมขน "สตรีที่ยังไม่ออกเรือนงั้นหรือ? เช่นนั้นแล้วเหตุใดในมือของเจ้า จึงยังมีถุงหอมปักลายเป็ดแมนดารินของบุรุษอื่นซ่อนอยู่ใต้แขนเสื้อเล่า?" คำพูดประโยคเดียวราวกับอสุนีบาตฟาดลงกลางใจของไป๋ลี่อิน ร่างระหงของน้องสาวสะท้านเฮือก ดวงเบิกกว้างด้วยความตกใจสุดขีด รีบยกมือขึ้นปิดแขนเสื้อของตนเองตามสัญชาตญาณ "ท่าน... ท่านรู้ได้อย่างไร?!" "ข้ารู้มากกว่าที่เจ้าคิดนัก ลี่อิน" ไป๋ลี่หลินโน้มใบหน้าเข้าไปกระซิบข้างใบหูของอีกฝ่าย น้ำเสียงของนางเยือกเย็นและจริงจังจนไป๋ลี่อินรู้สึกคล้ายมีมือที่มองไม่เห็นกำลังบีบรัดลำคอของนางไว้จนแน่น "สิ่งที่เจ้าวางแผนจะใช้ทำลายข้าในวันนี้ ข้าจะคืนสนองให้มันตกลงบนหัวของพวกเจ้าทุกคน... ทั้งเจ้า ทั้งมารดาชั่วช้าของเจ้า และแม่ทัพอวี้เหวินฮ่าวผู้มักใหญ่ใฝ่สูง!" "ท่านพี่... ท่านบ้าไปแล้วแน่ๆ!" ไป๋ลี่อินกรีดร้องด้วยความตื่นตระหนก นางถอยหลังกรูดจนสะดุดชายผ้าถักของตนเองเกือบล้ม "คนนอก... มีคนอยู่ข้างนอก! ช่วยด้วย! ฮูหยินรองไป๋เป็นบ้าไปแล้ว!" ก่อนที่เสียงกรีดร้องของไป๋ลี่อินจะทันได้เรียกบ่าวไพร่ให้กรูเข้ามาในห้อง ประตูไม้แกะสลักลายวิจิตรบรรจงก็ถูกผลักเปิดออกด้วยพลังภายในอันรุนแรง จนบานประตูไม้เนื้อดีกระแทกเข้ากับผนังห้องเสียงดังสนั่นหวั่นไหว! ฝุ่นละอองบางเบาลอยฟุ้งไปทั่วบริเวณ พร้อมกับร่างสูงสง่าในชุดคลุมผ้าไหมปักลายมังกรห้าเล็บสีดำสนิท ผู้มาใหม่ก้าวเข้ามาด้วยฝ่าเท้าที่มั่นคงและทรงอำนาจ กลิ่นอายความดุร้ายเยือกเย็นแผ่ซ่านปกคลุมไปทั่วทั้งห้องหอทันทีที่เขาปรากฏตัว นัยน์ตาคมกริบดั่งเหยี่ยวป่ากวาดมองสถานการณ์ภายในห้องช้าๆ ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่ร่างของไป๋ลี่หลินผู้ยืนถือถ้วยสุราอย่างสงบนิ่ง และไป๋ลี่อินที่ทรุดกายลงนั่งกองอยู่กับพื้นด้วยความหวาดกลัว ไป๋ลี่หลินชะงักไปเล็กน้อย หัวใจที่ด้านชามาตลอดกาลกลับกระตุกวูบอย่างรุนแรงเมื่อเห็นใบหน้านั้นชัดเจน เซียวจ้านถิง... ฉินอ๋องผู้เหี้ยมโหดและกุมอำนาจทหารครึ่งหนึ่งของแคว้น บุรุษผู้ที่ในชาติก่อนไม่เคยชายตานางแม้แต่หางตา เหตุใดเขาจึงมาปรากฏตัวอยู่ในเรือนรับรองบุปผชาตินี้ได้ในเวลานี้? ทว่า ก่อนที่นางจะได้ทันคิดวิเคราะห์อันใด ฉินอ๋องก็ยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มเยียบเย็น ดั่งพญายมที่ก้าวออกมาจากขุมนรก พร้อมกับเอ่ยประโยคที่ทำให้เลือดในกายของไป๋ลี่หลินเย็นเฉียบ "น่าสนใจยิ่งนัก..." น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอמהก้องกังวานไปทั่วห้อง "พระชายาเอกของเปิ่นหวาง... เหตุใดจึงมายืนถือถ้วยยาพิษอยู่ในห้องของบุรุษอื่นเช่นนี้เล่า?" ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางย้อนเวลาและล้างแค้นไปพร้อมกับข้า... มนตรากรรมสะท้อน แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
สารจากนักเขียน (มนตรากรรมสะท้อน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮูหยินเอกขอกลับชาติมาทวงบัลลังก์แค้น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%