หิมะโปรยดับมารฟ้า: ปราณเซียนนิรันดร์•ตอนที่ 1

หิมะสีเลือด

ผลงานโดย ชิงเสวี่ยเหมันต์
กลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งในอากาศข้นคลั่กจนแทบสำลัก มันไม่ใช่กลิ่นสาบสางของสัตว์ป่า หากแต่เป็นกลิ่นของความตายที่อบอวลอยู่รอบอาณาเขตตระกูลชิงที่เคยรุ่งเรือง "เจ้าไม่มีทางหนีพ้นหรอก ชิงเสวี่ย... ข้าบอกแล้วอย่างไรว่าบัลลังก์มารของข้าจะไม่มีวันสมบูรณ์ หากขาดราชินีเช่นเจ้า" เสียงทุ้มต่ำที่แฝงไปด้วยกระแสกดดันจากปราณมารอันมหาศาลดังขึ้นจากเบื้องหลัง พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างในชุดคลุมสีนิลทมิฬ จอมมารมู่หยางก้าวเท้าเหยียบลงบนร่างไร้วิญญาณของเหล่าข้ารับใช้ด้วยความเฉยเมย แววตาของเขาที่เคยมองนางด้วยความอ่อนโยนในฐานะศิษย์พี่ บัดนี้กลับหลงเหลือเพียงความกระหายที่บิดเบี้ยว ชิงเสวี่ยในวัยเยาว์ยืนตัวสั่นเทาอยู่หน้าศาลบรรพชน มือเล็กที่เปื้อนคราบเลือดของมารดาแน่นิ่งจนกระดูกขาวโพลน นางไม่ได้ร้องไห้ น้ำตาของนางเหือดแห้งไปตั้งแต่วินาทีที่เห็นบิดาสิ้นใจใต้คมกระบี่มารของชายผู้นี้ "ศิษย์พี่... ท่านทำเช่นนี้เพียงเพื่ออำนาจที่ท่านหลงใหลหรือ?" นางเอ่ยถาม เสียงของนางแผ่วเบาราวกับจะขาดใจ หากแต่แฝงไปด้วยความรังเกียจที่ลึกซึ้ง มู่หยางหยุดฝีเท้าลง ห่างออกไปเพียงสามก้าว เขาแค่นหัวเราะแผ่วเบา รัศมีมารรอบกายเขาสั่นสะเทือนมิติรอบข้างจนเกิดรอยแยกสีดำ "อำนาจงั้นรึ? ไม่ใช่เลย... ข้าทำไปเพื่อให้โลกที่เน่าเฟะนี้จดจำความรักของข้าต่างหาก เลือดของตระกูลเจ้าจะเป็นดั่งของขวัญชิ้นแรกที่ข้าถวายแด่เจ้า ก่อนที่เราจะครองโลกเบื้องล่างนี้ร่วมกัน" เขาโน้มตัวลงมา กลิ่นอายความเย็นเยียบที่ขัดแย้งกับจิตมารรอบกายเขาเริ่มแผ่ซ่านออกมาจากตัวนาง ชิงเสวี่ยไม่ได้ถอยหนี นางกลับหลับตาลง สัมผัสถึงความร้อนระอุในกระแสเลือดที่กำลังเดือดพล่าน นี่ไม่ใช่ความกลัว แต่มันคือการ 'ตื่นขึ้น' ของบางสิ่งที่ถูกพันธนาการไว้ด้วยคำสาปของบรรพชน "ท่านผิดแล้วมู่หยาง..." เสียงของนางเปลี่ยนไป ไม่สั่นเครืออีกต่อไป หากแต่เย็นเยียบดุจน้ำแข็งนิรันดร์ที่ไม่มีวันละลาย มู่หยางชะงัก ฝ่ามือที่กำลังจะคว้าไหล่นางพลันหยุดกึก เขาขมวดคิ้วด้วยความประหลาดใจเมื่อเห็นเกล็ดน้ำแข็งสีขาวมุกเริ่มปรากฏขึ้นบนผิวหนังของเด็กสาว บรรยากาศรอบข้างที่เคยอบอ้าวด้วยกลิ่นเลือด พลันถูกแทนที่ด้วยความหนาวเหน็บที่กัดกินไปถึงกระดูก "ปราณ... เหมันต์อมตะ? เป็นไปไม่ได้! ตระกูลเจ้าถูกสาปให้ไร้พลังมาหลายชั่วอายุคน!" มู่หยางคำราม เสียงของเขาสั่นพร่าด้วยความตระหนก ประกายมารสีม่วงเข้มระเบิดออกมาจากร่างเพื่อข่มขวัญ แต่น่าประหลาด... พลังเหล่านั้นกลับถูกเกล็ดหิมะสีขาวที่ผุดขึ้นจากพื้นดินสยบลงจนสิ้น ชิงเสวี่ยลืมตาขึ้น ดวงตาของนางในยามนี้ไม่ใช่สีดำสนิทอีกต่อไป หากแต่เป็นสีฟ้าหม่นดุจท้องฟ้ายามพายุหิมะโหมกระหน่ำ นางเงยหน้าสบตาชายที่เคยเรียกขานว่าศิษย์พี่ด้วยสายตาที่ว่างเปล่าจนน่าสะพรึงกลัว "ความรักของท่าน? ข้าไม่ต้องการ" สิ้นคำกล่าว คลื่นความเย็นมหาศาลก็ระเบิดออกจากร่างของนาง รัศมีเหมันต์สีขาวนวลพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า เปลี่ยนหยาดฝนที่กำลังตกกระทบพื้นให้กลายเป็นเข็มน้ำแข็งนับพันหมื่น มู่หยางรีบถอยกรูดไปด้านหลัง กระบี่มารในมือของเขาถึงกับร้าวรานเมื่อสัมผัสกับไอเย็นที่เหนือชั้นกว่าพลังใดๆ ที่เขาเคยพบพาน ในวินาทีนั้น ท่ามกลางความโกลาหลของพายุหิมะที่กวาดล้างตระกูลชิงให้กลายเป็นสุสานน้ำแข็ง เสียงหนึ่งพลันดังขึ้นในจิตสำนึกของนาง... เสียงที่แหบพร่าและเก่าแก่ดุจกาลเวลา *‘เจ้าหนู... เจ้าตื่นแล้วสินะ แต่จงจำไว้ การตื่นขึ้นของเหมันต์ไม่ได้มาเพื่อปกป้อง แต่มาเพื่อสังหาร... หากเจ้าอยากมีชีวิตรอด จงอย่าได้ลังเลที่จะกลายเป็นปีศาจเสียเอง’* ชิงเสวี่ยกำหมัดแน่น พลังงานมหาศาลไหลเวียนผ่านเส้นชีพจรที่เจ็บปวดราวกับถูกกรีดด้วยมีด นางมองเห็นมู่หยางที่กำลังตั้งหลักได้อีกครั้งและเตรียมจะพุ่งเข้าใส่นางด้วยพลังทั้งหมดที่มี นางรู้ดีว่าตัวนางในตอนนี้ยังไม่อาจต่อกรกับจอมมารได้ แต่นางไม่มีทางเลือกอื่น ทว่า ก่อนที่คมกระบี่มารจะแตะถึงตัวนาง เงาสีทองแปลกประหลาดพลันปรากฏขึ้นจากแหวนโบราณบนนิ้วของนาง มันสร้างเกราะคุ้มกันที่ส่องสว่างไสวตัดกับพายุหิมะสีเลือด ร่างของชายชราคนหนึ่งที่เลือนรางดุจเงาหมอกก้าวออกมาจากแหวนมิติ และขวางหน้ามู่หยางไว้ด้วยเพียงปลายนิ้ว มู่หยางเบิกตากว้างเมื่อเห็นใบหน้าของชายผู้นั้น "เจ้า... เจ้าคืออาวุโสไป๋? ผู้ที่หายสาบสูญไปเมื่อสามร้อยปีก่อน!" ชายชราผู้ลึกลับหันมามองชิงเสวี่ยด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก ก่อนจะกระซิบคำที่ทำให้ชิงเสวี่ยต้องหยุดหายใจ "เด็กน้อย... เจ้าอยากรู้ไหมว่าใครกันแน่ที่เป็นคนเปิดประตูสำนักให้มู่หยางเข้ามาสังหารคนในตระกูลของเจ้าในคืนนี้?" ชิงเสวี่ยขมวดคิ้ว ความเย็นในอกพลันพุ่งพล่านไปถึงศีรษะ นางจ้องมองชายชราที่ปรากฏตัวขึ้นอย่างปริศนา ก่อนจะเบนสายตาไปที่จอมมารผู้ทรยศ หัวใจของนางกระตุกวูบเมื่อเห็นรอยยิ้มที่มุมปากของมู่หยาง... มันไม่ใช่รอยยิ้มของผู้ชนะ แต่มันคือรอยยิ้มของคนที่กำลังสนุกกับการเห็นนางถูกทำลายจากความจริงที่โหดร้ายยิ่งกว่าความตาย ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปในความหนาวเหน็บนี้ด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (ชิงเสวี่ยเหมันต์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หิมะโปรยดับมารฟ้า: ปราณเซียนนิรันดร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%