"คุณผู้หญิง... คุณหญิงแม่ของท่านประธานขึ้นลิฟต์ผู้บริหารมาถึงชั้นนี้แล้วครับ!"
เสียงสั่นระริกของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยชั้นล่างที่ยังคงค้างเติ่งอยู่ในสาย ไม่ได้ทำให้สติของธันวากลับคืนมาเร็วเท่ากับภาพตรงหน้า—ไวน์แดงกลิ่นกรุ่นซึมลึกเป็นวงกว้างลงบนพรมทอมือสีครีมผืนหรู เศษแก้วคริสตัลแตกกระจายสะท้อนแสงไฟระยิบระยับราวกับลานประหารขนาดย่อม
"บอสคะ! ระวังเศษแก้วค่ะ เดี๋ยวพายจัดการเอง!"
ด้วยสัญชาตญาณเลขาฯ สายซุ่มซ่ามที่มักแก้ปัญหาเฉพาะหน้าด้วยความลนลาน พายรีบคุกเข่าลงบนพื้นทันที มือเรียวคว้ากล่องทิชชู่อะคริลิกบนโต๊ะกาแฟ หวังจะซับของเหลวสีเลือดหมูก่อนที่มันจะทำลายพรมราคาหลักแสน แต่ยังไม่ทันที่ปลายนิ้วจะได้สัมผัสผืนผ้า ข้อมือของเธอก็ถูกฝ่ามือใหญ่ที่ทั้งอุ่นจัดและสั่นเทาคว้าเอาไว้แน่น
"อย่านะพาย! มันบาดได้"
น้ำเสียงของธันวาทุ้มต่ำและเครียดเกร็งอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ดวงตาคมกริบคู่ที่มักจะทอประกายอ่อนโยนยามมองเธอ บัดนี้เบิกกว้างด้วยความตระหนก เขาดึงร่างบางให้ลุกขึ้นยืนเซถลาเข้าหาอกกว้าง ปัดเศษฝุ่นที่หัวเข่ากระโปรงทำงานของเธอออกด้วยความทะนุถนอม แต่ยังไม่ทันที่พายจะได้เอ่ยคำขอบคุณใดๆ เสียงหนึ่งก็ดังแทรกความเงียบงันเข้ามาเสียก่อน
*กึก... กึก... กึก...*
เสียงส้นรองเท้าคัทชูหนังแบรนด์เนมกระทบพื้นหินอ่อนหน้าห้องทำงานดังเป็นจังหวะเชื่องช้า เยือกเย็น และเปี่ยมไปด้วยอำนาจที่มองไม่เห็น บานประตูกระจกบานคู่เลื่อนเปิดออกอย่างนุ่มนวล เผยให้เห็นสตรีวัยกลางคนในชุดผ้าไหมสีน้ำเงินเข้มตัดเย็บประณีต ใบหน้าแต่งแต้มไว้อย่างไร้ที่ติ และดวงตาคู่คมกริบที่ถอดแบบมาจากธันวาแทบทุกกระเบียดนิ้ว ทว่าปราศจากไออุ่นใดๆ ทั้งสิ้น
และที่ยืนเยื้องอยู่ด้านหลังด้วยรอยยิ้มหวานหยดย้อยที่แฝงแววผู้ชนะ... คือมินตรา
"ดูเหมือนแม่จะมาขัดจังหวะ... การจัดฉากรักโรแมนติกกลางกองขยะสินะ"
สุ้มเสียงนุ่มนวลทว่าเย็นเยียบของ 'คุณหญิงดาริกา' ดังก้องไปทั่วห้องทำงานโอ่อ่า สายตาของท่านปรายมองเศษแก้วและคราบไวน์บนพื้นเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะเลื่อนขึ้นมาหยุดนิ่งที่มือของธันวา... ซึ่งยังคงจับกุมข้อมือของพายเอาไว้แน่น
พายสะดุ้งสุดตัว รีบดึงมือออกจากเกาะกุมของเจ้านายหนุ่มทันที เธอถอยหลังไปก้าวหนึ่ง ก้มหน้ามองปลายเท้าตัวเองด้วยความรู้สึกเหมือนเด็กประถมที่แอบทำแจกันราคาแพงแตกแล้วถูกจับได้คาหนังคาเขา ความมั่นใจทั้งมวลที่เพียรสร้างมาตลอดวันละลายหายไปในพริบตาเมื่อเผชิญหน้ากับรังสีความกดดันที่แผ่ออกมาจากมารดาของประธานหนุ่ม
"คุณแม่... ทำไมมาดึกขนาดนี้ครับ ไม่เห็นบอกผมก่อนเลย" ธันวาปรับน้ำเสียงให้ราบเรียบที่สุด เขาก้าวขยับตัวขึ้นมาข้างหน้าครึ่งก้าวเพื่อบดบังร่างของพายไว้ข้างหลังตามสัญชาตญาณปกป้อง
"ถ้าบอกล่วงหน้า แม่จะได้เห็นภาพที่น่าประทับใจขนาดนี้หรือจ๊ะ?" คุณหญิงดาริกายิ้มบางๆ รอยยิ้มที่ไม่ไปถึงดวงตา "แล้วนี่หนูมินตราอุตส่าห์บินด่วนกลับมาจากสิงคโปร์พร้อมเอกสารสัญญาการร่วมทุนใหม่ เธอบอกว่าโทรหาลูกเป็นสิบสายแต่ลูกไม่รับสาย แม่ก็เลยต้องพาน้องมาหาถึงที่นี่... แต่ดูเหมือนลูกจะติด 'งานสำคัญ' อื่นอยู่"
สายตาเหยียดตรงคู่เดิมเบนกลับมาล็อกเป้าที่พายอีกครั้ง คราวนี้กวาดมองตั้งแต่ทรงผมที่เริ่มหลุดลุ่ย เสื้อเชิ้ตทำงานสีขาวธรรมดาๆ ที่มีรอยยับตรงชายเสื้อ ไปจนถึงบัตรพนักงานที่ห้อยคออยู่
"สวัสดีค่ะคุณหญิง... สวัสดีค่ะคุณมินตรา" พายพยายามบังคับเสียงตัวเองไม่ให้สั่น ยกมือไหว้ผู้อาวุโสด้วยมารยาทที่คิดว่านอบน้อมที่สุด
คุณหญิงดาริกาไม่แม้แต่จะรับไหว้ ท่านเพียงแค่กระชับกระเป๋าถือใบหรูในมือ ก่อนจะเปรยขึ้นลอยๆ "แม่ไม่ยักษ์กะรู้ว่าเดี๋ยวนี้บริษัทเราอนุญาตให้พนักงานระดับล่าง เรียกแม่ของประธานด้วยสรรพนามตีเสมอแบบนี้ได้ตั้งแต่เมื่อไหร่... การอบรมมารยาทเบื้องต้นตกหล่นไปตรงไหนหรือเปล่าธันวา?"
คำพูดเรียบๆ แต่เฉือนลึกราวกับใบมีดโกนอาบน้ำผึ้งทำเอาพายหน้าชาดิก ลำคอตีบตันจนพูดไม่ออก ความรู้สึกต้อยต่ำที่พยายามกลบฝังไว้ในใจผุดขึ้นมาเล่นงานเธออีกครั้ง
"คุณแม่ครับ พายเขาเป็นเลขาฯ ส่วนตัวของผม และเขาก็มีมารยาทดีมากพอ อย่าพูดแบบนี้เลยครับ" ธันวาเอ่ยเสียงเข้ม แววตาอบอุ่นแปรเปลี่ยนเป็นความแข็งกร้าวเมื่อคนตรงหน้ากำลังทำร้ายจิตใจของหญิงสาวที่เขารู้สึกพิเศษด้วย
"ใจเย็นๆ สิคะพี่ธันวา คุณป้าไม่ได้ตั้งใจจะว่าคุณพายหรอกค่ะ" มินตราก้าวขึ้นมาแทรก เธอส่งสายตาเห็นอกเห็นใจที่ดูประดิษฐ์มาทางพาย "คุณพายอาจจะแค่ยังไม่ชินกับธรรมเนียมของครอบครัวเราน่ะค่ะ คนที่ไม่ได้โตมาในแวดวงสังคมชั้นสูงก็คงจะไม่รู้ว่าอะไรควรมิควร... จริงไหมคะคุณพาย?"
"มินตรา!" ธันวาปรามเสียงต่ำ
"เอาล่ะ พอได้แล้ว" คุณหญิงดาริกาตัดบทด้วยน้ำเสียงทรงอำนาจ ท่านเดินตรงไปนั่งลงบนโซฟาหนังตัวยาวอย่างสง่างาม ขาทั้งสองข้างตวัดไขว่ห้างอย่างผู้ดีทุกกระเบียดนิ้ว "ในเมื่อยังอยู่ที่นี่กันครบ ก็ดี... หนูพาย ชงชาเอิร์ลเกรย์มาให้ฉันกับหนูมินตราหน่อยสิ ใช้น้ำร้อนอุณหภูมิเก้าสิบองศา ไม่ใส่น้ำตาล และหวังว่าคราวนี้คงจะไม่ทำถ้วยกระเบื้องโบนไชน่าของตระกูลเราแตกเหมือนแก้วไวน์ใบนั้นนะจ๊ะ"
"ดิฉันจะรีบไปจัดการให้เดี๋ยวนี้ค่ะ" พายรีบรับคำ เธอค้อมศีรษะลงต่ำ ไม่กล้าสบตาใครทั้งนั้น ก่อนจะกึ่งเดินกึ่งวิ่งหลบฉากเข้าไปในห้องเตรียมเครื่องดื่มด้านหลังทันที
ภายในห้องแพนทรีขนาดเล็ก พายปล่อยให้แผ่นหลังพิงแนบกับประตูปิดสนิท สูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อสะกดกลั้นน้ำตาที่เอ่อรื้นตรงขอบตา มือทั้งสองข้างสั่นเทาจนแทบจับกาต้มน้ำไม่อยู่
*ใจเย็นๆ ยัยพาย... แกทำได้ แกเป็นเลขาฯ มืออาชีพ อย่าร้องไห้ให้ใครเห็นเด็ดขาด* เธอเตือนสติตัวเองซ้ำๆ
พายจัดแจงต้มน้ำ วัดอุณหภูมิอย่างพิถีพิถัน และรินชาลงในถ้วยกระเบื้องลายครามอย่างระมัดระวังที่สุดเท่าที่ชีวิตนี้เคยทำมา ทว่าบทสนทนาจากห้องทำงานใหญ่ที่แว่วผ่านรอยแยกของประตูเข้ามา ก็ยังคงทำร้ายหัวใจเธออย่างไม่ปรานี
"...ลูกกำลังเอาอนาคตของตระกูลไปเสี่ยงกับเรื่องไร้สาระนะธันวา" เสียงของคุณหญิงดาริกาเยือกเย็นทว่าเด็ดขาด "เด็กคนนั้นไม่มีอะไรคู่ควรกับลูกเลยแม้แต่น้อย พื้นเพครอบครัวธรรมดา ความสามารถก็แค่ระดับพอใช้ การตัดสินใจทางธุรกิจก็ไม่มี วันๆ เอาแต่ทำตัวซุ่มซ่ามขายหน้าประชาชี ถ้าวันหนึ่งต้องออกงานสังคมระดับชาติ ลูกคิดว่าหล่อนจะยืนเคียงข้างลูกได้โดยไม่สะดุดชายกระโปรงตัวเองล้มหรือไง?"
"พายมีความจริงใจ และเธอพยายามมากกว่าใครที่คุณแม่เคยเห็น!" เสียงของธันวาตอบโต้ด้วยความอึดอัดที่สั่งสมมานาน "และที่สำคัญ... ผมมีความสุขเวลาที่ได้อยู่กับเธอ ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมไม่เคยได้รับจากสังคมหน้ากากที่คุณแม่พยายามยัดเยียดให้ผมมาทั้งชีวิต!"
"ความสุขมันกินไม่ได้ในโลกธุรกิจพันล้านธันวา!" มารดาตวาดกลับเสียงกร้าว "ตระกูลเราต้องการพันธมิตรที่แข็งแกร่งอย่างตระกูลของหนูมินตรา ไม่ใช่ตัวถ่วงที่พร้อมจะพาครอบครัวเราดิ่งลงเหว!"
พายยืนนิ่งงัน หยาดน้ำตาหยดแหมะลงบนถาดเงินปูผ้ารองอย่างไม่อาจห้ามได้ คำว่า 'ตัวถ่วง' มันดังก้องอยู่ในโสตประสาทซ้ำแล้วซ้ำเล่า เธอสูดจมูกเบาๆ ปาดน้ำตาบนแก้มออกอย่างรวดเร็ว กัดฟันยกถาดน้ำชาเดินกลับออกไปสู่สมรภูมิอารมณ์ด้านนอก
"ชาได้แล้วค่ะคุณท่าน" พายวางถ้วยชาลงบนโต๊ะตรงหน้าคุณหญิงดาริกาและมินตราอย่างแผ่วเบาที่สุด นิ้วมือของเธอเกร็งแน่นจนซีดขาว
คุณหญิงดาริกาเพียงแค่ปรายตามองถ้วยชาควันกรุ่น แต่ไม่แม้แต่จะยื่นมือไปแตะต้อง ท่านหยิบผ้าเช็ดหน้าผืนเล็กขึ้นมาซับที่ริมฝีปากเบาๆ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ทำให้บรรยากาศในห้องเย็นยะเยือกจนติดลบ
"รู้ไหมหนูพาย... ในโลกนี้ คนเรามักจะคิดว่าความพยายามชนะทุกสิ่ง แต่ความจริงอันโหดร้ายก็คือ 'ระดับ' ของคนเรามันถูกกำหนดมาตั้งแต่เกิดแล้ว นกกระจอกที่พยายามบินเทียบชั้นหงส์ สุดท้ายก็มีแต่จะตกลงมาคอหักตายเปล่าๆ"
"คุณแม่! หยุดเดี๋ยวนี้!" ธันวาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ดวงตาของเขาแดงก่ำด้วยความโกรธจัดที่ไม่อาจสะกดกลั้นได้อีกต่อไป "ถ้าคุณแม่มาที่นี่เพื่อจะเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของพาย ผมขอเชิญคุณแม่กับคุณมินตรกลับไปได้แล้วครับ!"
"ธันวา! นี่ลูกกล้าไล่แม่เพราะนังเด็กไร้หัวนอนปลายเท้านี่งั้นเหรอ?!" คุณหญิงดาริกาลุกขึ้นยืนประจันหน้ากับบุตรชาย บรรยากาศตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก
"ดิฉันขอตัวก่อนนะคะ..." พายทนรับความเจ็บปวดต่อไปไม่ไหว เธอขยับถอยหลัง หวังจะหนีออกไปจากห้องบ้าๆ นี้ให้เร็วที่สุด
"เดี๋ยวก่อนสิแม่หนูพาย" คุณหญิงดาริกาเหยียดยิ้มเย็นยะเยือก แววตาคมปลาบเป็นประกายวับอย่างมีชัย ท่านเปิดกระเป๋าถือแล้วหยิบซองเอกสารสีน้ำตาลหนาเตอะขึ้นมาวางกระแทกลงบนโต๊ะกาแฟเสียงดัง *ปึ้ง!*
"อย่าเพิ่งรีบไป... เพราะสิ่งที่อยู่ในซองนี้ มันเกี่ยวกับตัวเธอโดยตรง"
ซองสีน้ำตาลที่ถูกโยนลงบนโต๊ะเผยให้เห็นเอกสารลับภายในที่โผล่พ้นออกมาเพียงครึ่งเดียว ตราประทับสีแดงคำว่า 'CONFIDENTIAL' ของบอร์ดบริหารเด่นตระหง่าน พร้อมกับภาพถ่ายหน้าจอคอมพิวเตอร์และรหัสประจำตัวพนักงานของพายที่ระบุเวลาการโอนถ่ายข้อมูลลับของโครงการประมูลมูลค่าสามพันล้านบาทไปยังบริษัทคู่แข่งเมื่อช่วงหัวค่ำที่ผ่านมา!
พายเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงจนร่างทั้งร่างแข็งทื่อ ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อสบสายตากับธันวาที่หันขวับมามองเธอด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความช็อกและรอยร้าวลึกสุดหยั่งถึง
และก่อนที่พายจะได้ทันเอ่ยปากแก้ต่างแม้แต่ครึ่งคำ เสียงสัญญานเตือนภัยฉุกเฉินของตึกระฟ้าก็พลันหวีดร้องลั่นไปทั่วชั้นผู้บริหาร พร้อมกับเสียงเคาะประตูดังระรัวที่เปิดผางออกอย่างไม่คาดคิด เผยให้เห็นใครบางคนที่ก้าวพรวดเข้ามาในห้องด้วยสภาพเปียกปอนและแววตาที่ตื่นตระหนกยิ่งกว่า!
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและเป็นกำลังใจให้คุณเลขาตัวโก๊ะเสมอนะคะ แล้วพบกันตอนต่อไปค่ะ
วุ่นนัก รักนี้ฉบับคุณเลขาตัวโก๊ะ•ตอนที่ 48
แรงกดดันจากคุณแม่ธันวา
ผลงานโดย เค้กวานิลลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เค้กวานิลลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วุ่นนัก รักนี้ฉบับคุณเลขาตัวโก๊ะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!