กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อในห้องพิจารณาคดีจำลองยามวิกาลช่างฉุนกึกเสียจนแสบจมูก รินลดายกปลายนิ้วขึ้นนวดขมับเบาๆ พยายามขับไล่ความปวดตุบที่แล่นริ้วขึ้นมาจากการอดนอนติดต่อกันสามคืน เอกสารสำนวนคดีกองโตตรงหน้าสูงท่วมหัว เปรียบเสมือนอนุสาวรีย์แห่งความพ่ายแพ้ที่เธอกำลังสร้างมันขึ้นมาด้วยมือของตัวเอง
บนเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม ดร.อคินนั่งนิ่งสนิทราวกับรูปปั้นหินอ่อน แสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะส่องกระทบสันจมูกโด่งเป็นคมและแววตานิ่งเรียบที่ไร้ระลอกคลื่นแห่งความเห็นอกเห็นใจ เขากำลังใช้คีมปลายแหลมคีบเศษชิ้นเนื้อชิ้นเล็กๆ จากซองพลาสติกใสขึ้นมาพิจารณาภายใต้แว่นขยายอย่างใจเย็น ท่าทีสุขุมเยือกเย็นนั้นช่างตัดกับความพังทลายในจิตใจของทนายความสาวผู้ไม่เคยแพ้ใครอย่างสิ้นเชิง
"คุณกำลังสูญเสียความเป็นตัวเอง ทนายรินลดา" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเรียบๆ โดยไม่เงยหน้าขึ้นมอง "กฎหมายที่คุณเคยศรัทธาและใช้มันเป็นอาวุธฟาดฟันความอยุติธรรม ตอนนี้มันกำลังย้อนกลับมาเชือดคอคุณเอง เพราะความจริงทางนิติวิทยาศาสตร์ไม่เคยสนใจว่าคุณอยากให้มันเป็นเช่นไร"
รินลดาแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่แห้งผากและเต็มไปด้วยความสมเพชเวทนาตนเอง เธอกวาดสายตามองกระดาษจดบันทึกคดีฆาตกรรมห้องปิดตายที่เธอกัดฟันสู้มานับเดือน ทุกช่องโหว่ทางกฎหมายที่เธอเคยภาคภูมิใจ บัดนี้กลับกลายเป็นกรงขังที่กัก
ขังความบริสุทธิ์ของลูกความไว้ในอุ้งมือแห่งความตาย
"คุณพูดง่ายนี่คะ... เอ๊ย... คุณพูดง่ายนี่ครับ ดร.อคิน" รินลดาเผลอหลุดปากแก้คำพูดอย่างหัวเสีย เมื่อความเหนื่อยล้าเริ่มกัดกินสติสัมปชัญญะ "สำหรับคุณ มนุษย์บนเตียงชันสูตรก็เป็นเพียงแค่ก้อนเนื้อ ไร้ความรู้สึก ไร้ประวัติศาสตร์ และไร้คนที่รออยู่ข้างหลัง แต่สำหรับฉัน... ลูกความของฉันเขามีแม่ที่แก่ชรา มีลูกสาวที่ยังรอคอยพ่อกลับบ้าน"
อคินวางคีมในมือลงอย่างช้าๆ เขาส่งเสียงถอนหายใจยาวนาน เป็นครั้งแรกที่แพทย์นิติเวชหน้านิ่งแสดงความรู้สึกผ่านแว่นตาคู่นั้น—ความเหนื่อยหน่ายระคนสมเพช
"ความเห็นอกเห็นใจคือมะเร็งร้ายที่สุดของกระบวนการยุติธรรม ทนายรินลดา" อคินโน้มตัวไปข้างหน้าน้อย
เงาของเขาพาดทับกองเอกสารของเธอจนมืดสนิท "คุณอยากปกป้องคนผิดเพราะสงสาร แต่คุณลืมไปแล้วหรือว่า ทุกครั้งที่คุณบิดเบือนตรรกะเพื่อช่วยคนของคุณ มีเหยื่ออีกกี่คนที่ต้องถูกลืมเลือนในความมืด วิชาชีพของคุณไม่ได้สูงส่งไปกว่ามีดผ่าตัดของผมหรอกครับ... เราต่างก็เป็นแค่ฆาตกรที่ใส่สูทและกาวน์ขาว เพื่อเชือดเฉือนความจริงให้ตายคามือ"
คำพูดนั้นราวกับคมมีดที่กรีดลึกเข้าสู่ขั้วหัวใจ รินลดาชาไปทั้งร่าง มือที่กำปากกาในมือสั่นเทาอย่างควบคุมไม่อยู่ ภาพจำของคำพิพากษาในอดีตที่เธอเคยช่วยให้ฆาตกรพ้นผิดผุดขึ้นมาหลอนหลอน ชัยชนะที่เธอเคยภาคภูมิใจ บัดนี้กลับส่งกลิ่นเหม็นเน่าราวกับซากศพในห้องดับจิต
เธอหมดศรัทธาแล้ว...
เธอหมดความเชื่อมั่นในตัวบทกฎหมาย ในกระบวนการยุติธรรม และกระทั่งในวิชาชีพทนายความที่เธออุทิศตนมาค่อนชีวิต หากความจริงเป็นสิ่งเดียวที่แพทย์นิติเวชคนนี้ยึดถือ และความจริงนั้นกำลังพิสูจน์ว่าเธอคือผู้สมรู้ร่วมคิดในการปล่อยให้ปีศาจลอยนวล เช่นนั้นแล้ว... ปริญญาบัตรบนผนังสำนักงานกับเข็มกลัดทนายความที่มีเกียรติ ก็เป็นเพียงแค่เครื่องประดับราคาแพงของคนหน้าซื่อใจคดเท่านั้น
รินลดาก้มมองมือตนเองที่เคยใช้ชี้หน้าคู่กรณีด้วยความมั่นใจ บัดนี้มันช่างดูว่างเปล่าและสกปรกเหลือเกิน เธอกะพริบตาไล่หยาดน้ำใสที่เอ่อคลอหน่วยอย่างดื้อรั้น ไม่ยอมให้ความอ่อนแอไหลรินต่อหน้าผู้ชายที่ไร้หัวใจคนนี้
"ถ้าอย่างนั้น..." เสียงของเธอกระท่อนกระแท่นแหบพร่า ราวกับคนใกล้หมดลมหายใจ "ถ้าวิชาชีพของฉันมันไร้ค่าถึงเพียงนี้ ทำไมคุณถึงยังนั่งอยู่ตรงนี้กับฉันล่ะ ดร.อคิน? ทำไมคุณไม่ปล่อยให้ฉันจมดิ่งลงไปในความผิดบาปนี้คนเดียวตามลำพัง?"
อคินนิ่งงันไปชั่วขณะ ดวงตาคมกริบใต้กรอบแว่นจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่ไหวระริกของเธอ ประกายบางอย่างไหววับอยู่ในนั้นชั่วพริบตาก่อนจะจางหายไปในความมืดของบรรยากาศ
"เพราะความจริงไม่มีวันยืนหยัดได้ด้วยตัวของมันเอง... มันต้องการพยาน" อคินตอบด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท ทว่ากลับหนักแน่นจนน่าใจหาย "และในคดีนี้ ทนายความที่กำลังจะยอมแพ้ต่างหาก คือพยานปากสำคัญที่สุดที่จะทำให้ศาลเห็นว่า ห้องปิดตายบานนั้น... ไม่ได้ถูกล็อกด้วยกลอนประตู แต่มันถูกล็อกด้วยความโลภของใครบางคนที่เรายังไม่รู้จัก"
รินลดาเงยหน้าขึ้นมองเขา หัวใจที่เคยด้านชาและแตกสลายเริ่มเต้นระรัวขึ้นมาอีกครั้งท่ามกลางซากปรักหักพังของความเชื่อมั่น ทว่าก่อนที่ใครจะได้เอื้อนเอยถ้อยคำใดออกมาทำลายความเงียบงันอันเปราะบางนี้
*ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...*
เสียงเคาะประตูด้านนอกดังขึ้นสามครั้งอย่างเป็นจังหวะ ทว่าไร้ซึ่งเงาของผู้มาเยือนตรงช่องแมวตา ประตูไม้บานหนาค่อยๆ แง้มเปิดออกเองอย่างช้าๆ ราวกับถูกผลักด้วยแรงลมที่ไร้ตัวตน พร้อมกับกลิ่นอายความชื้นแฉะของฝนยามวิกาลที่พัดพาวัตถุบางอย่างกลิ้งเข้ามาหยุดแทบเท้าของดร.อคิน
มันคือปากกาหมึกซึมด้ามทองที่สลักชื่อย่อของอัยการสูงสุดผู้ล่วงลับ... และคราบเลือดสีน้ำตาลเข้มที่ยังไม่แห้งสนิทดี!
ขอขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางไขปริศนาและขบคมคิดไปกับผมในบทนี้ แล้วพบกันตอนหน้าครับ!
นิติเวชหน้าตายกับทนายไร้พ่าย: ฆาตกรรมไร้ร่องรอยในห้องปิดตาย•ตอนที่ 23
ความหวังที่ริบหรี่
ผลงานโดย พยานปากเอก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พยานปากเอก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติเวชหน้าตายกับทนายไร้พ่าย: ฆาตกรรมไร้ร่องรอยในห้องปิดตาย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!