กลิ่นฟอร์มาลีนจางๆ ที่ติดอยู่ปลายจมูกไม่เคยน่ารังเกียจเท่ากับกลิ่นอายของความจริงครึ่งใบที่กำลังอบอวลอยู่ในห้องทำงานสี่เหลี่ยมแคบๆ แห่งนี้
ดร.อคิน ไม่ได้เงยหน้าขึ้นจากแฟ้มคดีบนโต๊ะ แม้ว่าเสียงฝีเท้าหนักแน่นคู่หนึ่งจะหยุดลงที่หน้าประตูกระจกฝ้า นัยน์ตาสีสนิมภายใต้กรอบแว่นโลหะยังคงจดจ้องอยู่กับรายงานผลชันสูตรชิ้นสุดท้าย ตัวเลขและกราฟสถิติไม่เคยโกหก แต่มนุษย์ต่างหากที่บิดเบือนมันเพื่อแลกกับความอยู่รอด
ประตูกระจกถูกผลักเปิดออกโดยปราศจากการเคาะ ทนายรินลดา ก้าวเข้ามาด้วยชุดสูทสีชาคليฟที่ตัดเย็บอย่างประณีต ทว่าเส้นผมที่หลุดลุ่ยเล็กน้อยและรอยยับย่นตรงปลายปกเสื้อกลับฟ้องว่าเธอกำลังผ่านศึกหนักหน่วงมาตลอดค่ำคืน เธอดึงเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามออกแล้วทิ้งตัวลงนั่งอย่างหมดแรงโดยไม่รอคำอนุญาต
"คุณมาสายไปสิบห้านาที ทนายรินลดา" อคินเอ่ยขึ้นเรียบๆ น้ำเสียงปราศจากความยินดียินร้าย ราวกับกำลังทักทายเรื่องดินฟ้าอากาศ
"แต่ฉันก็มาทันเวลาที่คุณจะเซ็นชื่อลงในเอกสารฉบับนั้น... ใช่ไหมล่ะคะ... เอ่อ ใช่ไหมล่ะครับ" รินลดาแก้คำพูดตัวเองทันควัน เมื่อตระหนักถึงสายตาคมปลาบที่เงยขึ้นมามองอย่างจับผิด มุมปากของเธอหยักยิ้มฝืนๆ "ขอโทษที ความเคยชินกับลูกความเจ้าเล่ห์มันทำให้ฉันเผลอหลุดสำนวนเดิมๆ ออกมา"
อคินวางปากกาหมึกซึมลงบนโต๊ะอย่างช้าๆ เสียงโลหะกระทบไม้เนื้อแข็งดังสะท้อนก้องในความเงียบ "ความเคยชินคือหลุมพรางที่อันตรายที่สุด โดยเฉพาะเมื่อคุณกำลังเล่นเกมที่เดิมพันด้วยอิสรภาพของคนอื่น... หรือแม้กระทั่งศาลเตี้ยที่คุณสร้างขึ้นมาเอง"
"ศาลเตี้ยเหรอคะ... ครับ" รินลดาแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคู่คมจดจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของแพทย์นิติเวช "คุณคิดว่าฉันอยากทำแบบนี้หรือไง ดร.อคิน? คุณคิดว่าการเดินเข้าไปต่อรองกับปีศาจโดยใช้กฎหมายเป็นเกราะกำบังมันน่ารื่นรมย์นักหรือ? ทุกมาตราในประมวลกฎหมายอาญาที่เราท่องจำกันขึ้นใจ มันถูกออกแบบมาเพื่อปกป้องคนที่ถือไพ่เหนือกว่า... ไม่ใช่คนที่ถูกความอยุติธรรมบดขยี้จนไม่เหลือแม้แต่กระดูก"
"กฎหมายไม่ได้มีไว้เพื่อความยุติธรรม ทนายรินลดา" อคินโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย แสงไฟจากโคมไฟบนโต๊ะส่องกระทบสันจมูกคมสันและเงาสลัวบนใบหน้านิ่งสนิท "กฎหมายมีไว้เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยของสังคม การที่คุณพยายามบิดพลิ้วข้อกฎหมายเพื่อช่วยฆาตกรพ้นผิด เพียงเพราะคุณเชื่อว่าเขาทำไปด้วยความจำเป็น มันไม่ใช่การผดุงความยุติธรรม... มันคือการทำลายรากฐานของกติกาที่มนุษย์เราตกลงจะอยู่ร่วมกันต่างหาก"
"แล้วความจริงเชิงประจักษ์ของคุณล่ะ ดร.อคิน?" รินลดาโต้กลับทันควัน น้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อยด้วยความอัดอั้น "คุณผ่าศพคนตาย ชั่งน้ำหนักอวัยวะ ตรวจสอบสารพิษในกระเพาะอาหาร แล้วคุณก็สรุปว่านี่คือฆาตกรรม... คุณเคยถามไหมว่าทำไมผู้หญิงคนนั้นถึงต้องวางยาพิษสามีที่ซ้อมเธอปางตายทุกวัน? ตรรกะเย็นชาของคุณช่วยเยียวยารอยแผลเป็นในใจของเหยื่อที่รอดชีวิตได้สักนิดไหมล่ะ?"
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องอีกครั้ง เป็นความเงียบที่หนักอึ้งจนเกือบจะสัมผัสได้ อคินไม่ตอบทันที เขายังคงมองเธอนิ่งนาน ราวกับกำลังวิเคราะห์รอยร้าวบนจิตวิญญาณของทนายสาวผู้ไม่เคยแพ้คดีคนนี้
เขารู้ดีว่าเธอกำลังพูดถึงอะไร คดีของ "มณิการ์" ภรรยาผู้ตกเป็นจำเลยในข้อหาฆาตกรรมสามี ซึ่งเป็นคดีปิดท้ายก่อนที่ศาลจะตัดสินในสัปดาห์หน้า หลักฐานทางนิติเวชชี้ชัดว่ามีการวางยาพิษในปริมาณสะสม แต่รินลดากำลังพยายามใช้ช่องโหว่เรื่องสภาพจิตใจและความรุนแรงในครอบครัวเพื่อพลิกคดีให้เป็นการป้องกันตัวโดยชอบธรรม ซึ่งในทางกฎหมายแล้ว มันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย... เว้นเสียแต่ว่าจะมีหลักฐานชิ้นใหม่ที่ทรงพลังพอจะหักล้างทุกอย่าง
"คุณต้องแลกด้วยอะไร เพื่อให้ได้เอกสารฉบับนั้นมา" อคินถามขึ้นด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงเล็กน้อยอย่างสังเกตได้ยาก
รินลดาสะดุ้งเล็กน้อย เธอกลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผาก สายตาหลบวูไปมองแก้วกาแฟบนโต๊ะที่เย็นชืด "ฉัน... เอาชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือทั้งหมดของฉันไปค้ำประกัน ฉันยอมรับเงื่อนไขของอัยการฝ่ายตรงข้าม... ฉันยอมถอนตัวจากการเป็นทนายความอาสาช่วยเหลือเหยื่อความรุนแรงในคดีอื่นๆ ทั้งหมด"
อคินขมวดคิ้วเล็กน้อย "คุณยอมทิ้งผู้หญิงอีกนับสิบคนที่รอความช่วยเหลือจากคุณ แลกกับการช่วยคนๆ เดียวเนี่ยนะ? นั่นไม่ใช่การตัดสินใจของทนายผู้ไร้พ่ายเลย รินลดา... มันคือการฆ่าตัวตายทางวิชาชีพชัดๆ"
"บางครั้ง เราก็ต้องยอมตัดอวัยวะเพื่อรักษาชีวิต..." รินลดาเงยหน้าขึ้นสบตาเขาอีกครั้ง แววตาคู่นั้นไหวระริกแต่เต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยว "ฉันเลือกแล้ว ดร.อคิน และตอนนี้... ตาคุณแล้ว"
อคินนิ่งงัน "ผม?"
รินลดาหยิบซองเอกสารสีน้ำตาลทึบที่วางอยู่บนตักขึ้นมาวาง1บนโต๊ะ เลื่อนมันผ่านกองแฟ้มคดีมาหยุดตรงหน้าแพทย์นิติเวช
"รายงานผลชันสูตรฉบับจริงของศพที่สาม... ฉันรู้ว่าคุณเก็บมันไว้ในตู้เซฟที่บ้าน ไม่ใช่ที่ห้องแล็บนี้" รินลดากล่าวเสียงกระซิบ ราวกับกลัวว่ากำแพงห้องจะมีหู "ถ้าคุณส่งมอบมันให้ฉัน... คดีนี้จะพลิก และความจริงที่ถูกซ่อนไว้ใต้พรมตลอดสิบปีจะถูกเปิดโปง แต่ถ้าคุณปฏิเสธ... ฉันจะเปิดเผยเรื่องที่คุณช่วยปกปิดหลักฐานในคดีอุบัติเหตุเมื่อปีกลาย เพื่อแลกกับการได้ข้อมูลมาทำวิทยานิพนธ์ของคุณ"
อคินชะงักไปชั่วขณะ หัวใจใต้เสื้อกาวน์สีขาวกระตุกวูบอย่างแรง นี่ไม่ใช่การต่อรองทางธุรกิจ แต่มันคือการเอา "มโนธรรม" ของเขากับเธอมาวางเดิมพันบนตาชั่งที่เอียงลาด
เขามองซองเอกสารสีน้ำตาลสลับกับใบหน้าที่ซีดเซียวแต่ไร้ความหวาดกลัวของทนายสาวตรงหน้า อคินตระหนักได้ในวินาทีนั้นเองว่า เขากับรินลดาไม่ได้อยู่คนละฝั่งของความยุติธรรมมาตั้งแต่แรก... พวกเขาต่างหากที่เป็นนักโทษสองคนที่กำลังยืนอยู่บนลานประหารเดียวกัน โดยมี "ความจริง" เป็นคมมีดที่จ่อรออยู่เหนือคอ
มือหนาของแพทย์นิติเวชยื่นออกไปแตะที่มุมซองเอกสาร นิ้วเรียวยาวสั่นเทาเล็กน้อยในจังหวะที่ไม่มีใครสังเกตเห็น
ก๊อกๆๆ!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างกระชั้นชิด ขัดจังหวะลมหายใจที่แทบจะหยุดนิ่งของคนทั้งคู่
ยังไม่ทันที่อจะเอ่ยอนุญาต ประตูกระจกก็เปิดผางออก ร่างสูงโปร่งของสารวัตรภาคภูมิยืนหอบหายใจโยนอยู่ที่กรอบประตู ใบหน้าคมเข้มเต็มไปด้วยหยาดเหงื่อและรอยแผลสดใหม่จากการต่อสู้
"ดร.อคิน... ทนายรินลดา..." สารวัตรภาคภูมิพูดด้วยน้ำเสียงขาดห้วง ดวงตาเบิกโพงด้วยความตื่นตระหนก "พวกคุณต้องมาดูนี่... ศพที่สามในห้องเย็น... มันหายไปแล้ว"
อคินลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้ทันที เอกสารบนโต๊ะกระจัดกระจาย
---
ขอขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางไขปริศนาและขบคมคิดไปกับผมในบทนี้ แล้วพบกันตอนหน้าครับ!
นิติเวชหน้าตายกับทนายไร้พ่าย: ฆาตกรรมไร้ร่องรอยในห้องปิดตาย•ตอนที่ 30
รอยแผลเป็นบนมโนธรรม
ผลงานโดย พยานปากเอก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พยานปากเอก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติเวชหน้าตายกับทนายไร้พ่าย: ฆาตกรรมไร้ร่องรอยในห้องปิดตาย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!