"ต่อให้พวกเจ้าสวดมนต์จนลิ้นพันกัน หรือทุ่มมานาลงไปจนวงแหวนเวทแตกสลายเป็นผุยผง... ผลลัพธ์ก็ยังคงเป็นศูนย์อยู่ดีครับ เซเรน"
เสียงถอนหายใจยาวนานดังขึ้น พร้อมกับเศษผงชอล์กสีขาวที่ร่วงหล่นกระทบพื้นหินอ่อน เสียงนั้นเปี่ยมไปด้วยความเหนื่อยหน่ายระคนสมเพชเวทนาของ 'อาจารย์กิล버트' ผู้รับผิดชอบการทดสอบศักยภาพประจำฤดูกาลของสถาบันเวทมนตร์หลวงอาลอสเซีย นัยน์ตาของเขาจ้องมองเด็กหนุ่มร่างโปร่งที่ยืนอยู่กลางลานประลองเวทด้วยแววตาว่างเปล่า ไร้ซึ่งความคาดหวังใดๆ
เซเรนยืนนิ่งสนิท มือขวาของเขากุมด้ามดาบเหล็กกล้าที่เหน็บไว้ข้างเอวแน่นจนข้อต่องอขาวซีด เสื้อคลุมนักเรียนสีครามไร้แถบประดับเรืองแสงใดๆ บ่งบอกถึงสถานะ 'ตัวสำรอง' หรือที่นักเรียนคนอื่นเรียกขานลับหลังว่า 'จุดบอดของสถาบัน'
รอบกายเขาคือสายตานับร้อยคู่ที่จับจ้องมาด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งเยาะเย้ย สมเพช และรำคาญใจ ในโลกที่มานาคือพลังขับเคลื่อนอารยธรรม เวทมนตร์คือเครื่องวัดคุณค่าของความเป็นมนุษย์ การไม่มีความสามารถในการร่ายบทคาถาใดๆ เลยแม้แต่บทเดียว ก็ไม่ต่างอะไรกับการเป็นสิ่งแปลกปลอมที่รอวันถูกขับไล่ออกจากระบบ
"ข้าเข้าใจแล้วครับอาจารย์" เซเรนก้มศีรษะลงเล็กน้อย น้ำเสียงของเขาเรียบสนิท ปราศจากความสั่นเครือ ความพ่ายแพ้ซ้ำซากตลอดสามปีในสถาบันแห่งนี้ไม่ได้สร้างความประหลาดใจให้เขาอีกต่อไปแล้ว มันหล่อหลอมให้เขามองโลกด้วยความเป็นจริงที่เฉียบคมยิ่งกว่าคมดาบ
"ถ้าเช่นนั้น คะแนนของเจ้าในภาคปฏิบัติรอบนี้คือ... ศูนย์ ออกไปจากลานประลองได้แล้ว อย่าเสียเวลาคนอื่น" กิลเบิร์ตโบกมือไล่ราวกำลังปัดไล่แมลงวันตัวหนึ่ง
เซเรนหันหลังเดินกลับไปยังม้านั่งสำรอง ท่ามกลางเสียงซุบซิบนินทาที่ดังไล่หลังมา
"ดูหมอนั่นสิ ยังจะกล้าแบกดาบกะโหลกะกะลาเข้ามาในสถาบันเวทมนตร์อีก คิดว่าเป็นอัศวินยุคโบราณหรือไงกัน"
"ไร้พลังเวทแต่ดื้อด้าน... น่าสมเพชชะมัด"
เซเรนไม่ได้ใส่ใจคำดูถูกเหล่านั้น เขานั่งลงบนม้าหินอ่อนเย็นเฉียบ ปลายนิ้วเรียวยาวสัมผัสลูบไล้ด้ามดาบอย่างแผ่วเบา ในหัวสมองของเขาไม่ได้ว่างเปล่าเหมือนที่คนอื่นคิด ตรงกันข้าม เขากำลังคำนวณอัตราการไหลเวียนของมานาในบรรยากาศรอบตัวอย่างละเอียด ความกดอากาศ อุณหภูมิ และมุมหักเหของแสง—สิ่งเหล่านี้คือ 'วิชาดาบไร้บท' ที่เขาพัฒนาขึ้นมาเองเพื่อชดเชยส่วนที่ขาดหายไป
ทันใดนั้น เสียงกรีดร้องแหลมสูงก็ผ่ากลางความเงียบของลานฝึกซ้อม
"ระวัง! วงแหวนเวทของคาถาไฟขั้นกลางเกิดความผิดพลาด!"
เสียงตะโกนด้วยความตื่นตระหนกดังมาจากกลุ่มนักเรียนปีสองที่กำลังฝึกซ้อมการควบคุมธาตุทางปีกซ้ายของลานประลอง ลูกบอลเพลิงขนาดมหึมาสีฟ้าเข้ม ซึ่งอัดแน่นไปด้วยมานาที่ไร้การควบคุม กำลังหมุนวนด้วยความเร็วสูงและพุ่งตรงเข้ามาด้วยวิถีโค้งอันตราย เป้าหมายของมันคือ 'จูเลียน' เพื่อนร่วมชั้นผู้มักจะคอยช่วยเหลือเขาในยามยาก—เด็กหนุ่มร่างท้วมผู้มีพรสวรรค์ด้านเวทมนตร์รักษา แต่กลับอ่อนแอเรื่องการป้องกันตัว
จูเลียนยืนแข็งทื่อ ดวงตาเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัว ขาของเขาpowered-lock กับพื้นราวกับถูกตรึงไว้ด้วยความตื่นตระหนก คาถาป้องกันที่เขาร่ายขึ้นมาถูกความร้อนมหาศาลแผดเผาจนสลายกลายเป็นควันในพริบตา
"จูเลียน! หลบไปทางซ้ายสี่สิบองศา!" เซเรนตวาดลั่น ประกายตาคมกริบราวกับเหยี่ยว
แต่สายเกินไป แรงกดดันจากลูกบอลเพลิงทำให้จูเลียนล้มพับลงไปกองกับพื้น ลมหายใจติดขัด ความตายสีแดงฉานสะท้อนอยู่ในดวงตาของเขา
ในเสี้ยววินาทีเป็นตายนั้น สมองของเซเรนทำงานด้วยความเร็วสูงสุดราวกับเครื่องจักรกลเวทโบราณ
*ระยะห่างสิบเมตร ความเร็วของลูกบอลเพลิงแปดเมตรต่อวินาที แรงเหวี่ยงศูนย์กลางกำลังทำลายล้างวงแหวนเวท... ถ้าใช้คาถาป้องกัน ไม่มีทางทันแน่... ถ้าวิ่งเข้าไปรับตรงๆ ร่างกายคงแหลกสลาย... มีทางเดียว*
เซเรนดีดตัวออกจากม้านั่งราวกับลูกศรที่หลุดจากแหล่ง พลังกล้ามเนื้อทุกส่วนถูกรีดเร้นออกมาจนถึงขีดสุด เขาพุ่งทะยานผ่านช่องว่างระหว่างเสาหินด้วยความเร็วที่มนุษย์ธรรมดาไม่น่าจะทำได้
เปรี๊ยะ!
เสียงลมกระโชกแรงแหวกผ่านใบหน้าของเซเรนจนเกิดรอยแผลถลอก เลือดสีแดงสดซึมไหลออกมา แต่เขาไม่แม้แต่จะชายตามองความเจ็บปวดนั้น มือขวากระชากฝักดาบออกครึ่งหนึ่ง เสียงเหล็กเสียดสีกันดังขึ้นพร้อมกับประกายไฟที่เกิดจากการเสียดสีของคมดาบกับหินเวทมนตร์ที่ฝังอยู่ข้างทาง
เซเรนไม่ได้ใช้เวทมนตร์... เขากลับใช้ 'ความรู้ทางฟิสิกส์เวท' ที่เขาสั่งสมมานานนับปี
เขาวิ่งตัดผ่านจุดอับสายตาของลูกบอลเพลิง ที่ซึ่งความหนาแน่นของมานาต่ำที่สุดเนื่องจากกระแสลมวนตีกลับ ใช้สันดาบกระแทกเข้าที่จุดศูนย์ถ่วงของกลุ่มพลังงานอย่างแม่นยำราวนายแพทย์ผ่าตัดลงมีดบนเส้นเลือดใหญ่!
ตูมมม!
แรงระเบิดสะท้อนกลับพัดเอาฝุ่นควันตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ ลูกบอลเพลิงที่ควรจะกลืนกินร่างของจูเลียน กลับเบี่ยงเบนวิถีพุ่งชนเข้ากับกำแพงหินด้านข้างจนกลายเป็นเพียงสะเก็ดไฟสีส้มที่ร่วงหล่นลงมาดับมอดบนพื้น
ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมลานประลองทันที ทุกสายตาจับจ้องไปยังร่างของเด็กหนุ่มผู้ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้าร่างของจูเลียน ดาบในมือของเซเรนยังมีควันจางๆ ลอยกรุ่น เสื้อผ้าขาดวิ่นเล็กน้อย แต่แผ่นหลังของเขากลับตรงแน่วและมั่นคงอย่างยิ่ง
จูเลียนหอบหายใจอย่างรุนแรง ใบหน้าซีดเผือดด้วยความตกใจ เขากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากก่อนจะเอ่ยเสียงสั่น "เซ... เซเรน เจ้านie... เจ้าทำได้ยังไง? นั่นมันเวทระเบิดขั้นกลางนะ!"
เซเรนเก็บดาบเข้าฝักอย่างใจเย็น เขาหันกลับมาส่งยิ้มบางๆ ให้เพื่อนสนิท เป็นรอยยิ้มที่อบอุ่นและผ่อนคลายราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น "เจ้าแค่คำนวณมุมผิดไปนิดเดียวน่ะจูเลียน คราวหลังเวลาใช้เวทธาตุไฟ อย่าลืมคำนวณกระแสลมด้านขวาด้วยนะ"
ก่อนที่ใครจะได้เอ่ยปากพูดอะไรต่อ บรรยากาศรอบตัวก็พลันเย็นเยียบลงอย่างกะทันหัน อุณหภูมิลดฮวบลงจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว
ตึง... ตึง... ตึง...
เสียงรองเท้าบูทกระทบพื้นหินดังขึ้นเป็นจังหวะหนักแน่น ทรงพลัง และเปี่ยมไปด้วยอำนาจที่กดดันจนทุกคนในลานประลองต้องรีบถอยร่นเปิดทางให้โดยอัตโนมัติ
ร่างเพรียวระหงในชุดคลุมยาวสีรัตติกาลปักลวดลายดาราจักรสีเงินเดินตรงเข้ามา แสงอาทิตย์ที่สาดส่องลงมาสะท้อนเรือนผมสีเงินยววงที่ยาวสลวยถึงกลางหลัง ดวงตาสีฟ้าครามราวน้ำแข็งขั้วโลกกวาดมองซากความเสียหายเบื้องหน้าด้วยความเรียบเฉย ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่ร่างของเซเรน
อาจารย์เซร่า... อาจารย์สาวผู้กุมความลับแห่งหอคอยต้องห้าม ผู้ที่ไม่เคยปรากฏตัวต่อหน้าสาธารณชนเว้นแต่จะมีเหตุการณ์ร้ายแรงระดับวิกฤต
เซร่าป้องปากเล็กน้อย ดวงตาคู่คมจ้องมองรอยแผลที่ไหล่ของเซเรน ก่อนจะเลื่อนขึ้นสบตากับเด็กหนุ่มอย่างมีความหมายลึกล้ำที่ไม่มีใครเข้าใจ
"ช่างเป็นการคำนวณที่อุกหาญเสียจริง..." น้ำเสียงหวานใสแต่เย็นเยียบเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบ "เด็กหนุ่มผู้ไร้มานา... แต่กลับกล้าใช้คมดาบธรรมดาผ่ากลางพายุมานาของสถาบัน เจ้าไปเรียนรู้วิธีการทำลายลatent energy แบบนี้มาจากที่ไหนกัน... เซเรน"
เซเรนสบตากับอาจารย์สาวนิ่ง ไม่หลบสายตา รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปากของเขาขณะที่เขากำลังจะเอ่ยปากตอบคำถามนั้น เสียงแจ้งเตือนที่คุ้นเคยในหัวสมองก็ดังขึ้นพร้อมกับแสงสีทองจางๆ ที่ปรากฏเฉพาะหน้าเขาคนเดียว
[ติ๊ง! ตรวจพบความสนใจระดับสูงสุดจากบุคคลสำคัญ: อาจารย์เซร่า]
[เงื่อนไขลับถูกปลดล็อก: เริ่มต้นภารกิจระดับ SSS 'เงาแห่งหอคอยพยากรณ์']
[คำเตือนจากระบบ: ทางเลือกของท่านในวินาทีนี้ จะเปลี่ยนแปลงชะตากรรมของอาณาจักรเวทมนตร์ไปตลอดกาล...]
ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับเด็กหนุ่มผู้ไม่ยอมจำนนต่อโชคชะตานะครับ
ศัสตราเวทไร้บท กับอาจารย์สาวผู้กุมความลับแห่งหอคอย•ตอนที่ 1
เด็กหนุ่มผู้ไม่มีวันร่ายมนตร์
ผลงานโดย วาเลนเทียอัศวินมืด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (วาเลนเทียอัศวินมืด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศัสตราเวทไร้บท กับอาจารย์สาวผู้กุมความลับแห่งหอคอย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!