คุณหมอนิติเวชครับ... หลักฐานชิ้นนี้มีแต่เราที่รู้•ตอนที่ 17

รอยร้าวในใจคน

ผลงานโดย ดร.นิติเวช
กลิ่นฟอร์มาลีนจางๆ ลอยอวลอยู่ในห้องชันสูตรที่เงียบสงัด เสียงเครื่องปรับอากาศตัวใหญ่ส่งเสียงครางต่ำเคล้าไปกับเสียงหยดน้ำจากก๊อกสแตนเลสที่ปิดไม่สนิท ดร.น่านฟ้าไม่ได้สนใจเสียงเหล่านั้น สายตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตากำลังจดจ่ออยู่กับชิ้นเนื้อเยื่อบนสไลด์แก้วใต้กล้องจุลทรรศน์กำลังขยายสูง ภาพหน้าจอคอมพิวเตอร์ตรงหน้าปรากฏโครงสร้างระดับเซลล์ของรอยช้ำที่เกิดก่อนการเสียชีวิต ซึ่งบอกเล่าเรื่องราวความรุนแรงที่ถูกอำพรางไว้ด้วยความแนบเนียน ทว่า สิ่งที่ดึงดูดสมาธิของเขาในยามวิกาลนี้ ไม่ใช่หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์บนจอภาพ หากแต่เป็นเงาสะท้อนของใครบางคนบนกระจกใส "คุณยังไม่อستลับอีกหรือครับ, คุณน่านฟ้า" เสียงทุ้มต่ำคุ้นหูดังขึ้นจากความมืดบริเวณมุมห้อง คณินก้าวออกมาจากเงาสลัว ร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีเข้มที่ไม่ได้ผูกเนคไทด์ดูผ่อนคลายเกินกว่าจะมาเดินเล่นในห้องดับจิตยามตีสอง มือข้างหนึ่งของอัยการหนุ่มถือแก้วกาแฟกระดาษที่ยังอุ่นอยู่ กลิ่นคาเฟอีนคั่วเข้มลอยแตะจมูก เจือจางกลิ่นเคมีของห้องชันสูตรอย่างประหลาด น่านฟ้ายืดตัวตรงช้าๆ เขาถอดถุงมือยางสีขาวออกทีละข้าง วางลงในถาดสแตนเลสด้วยความนิ่งสงบ ดุจเครื่องจักรกลไกชั้นดีที่ถูกตั้งโปรแกรมไว้ แต่แววตาคู่คมกลับไหววับด้วยระลอกคลื่นแห่งความเคลือบแคลงที่ถูกเก็บกดไว้ลึกสุดขีด "ห้องชันสูตรไม่ใช่สถานที่ต้อนรับแขกยามวิกาลนะครับ, คุณคณิน" น่านฟ้าเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบสนิท ไร้ซึ่งความตกใจ "โดยเฉพาะอย่างยิ่ง... คนที่มักจะรู้ดีเสมอว่าผมอยู่ที่นี่ตลอดเวลา" คณินยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่มักทำให้จำเลยในชั้นศาลต้องหนาวเยือก แต่วันนี้มันกลับเคลือบด้วยความหมายบางอย่างที่อ่านไม่ออก เขาเดินเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานของแพทย์นิติเวช วางแก้วกาแฟลงบนกองแฟ้มคดีฆาตกรรมอำพรางที่ยังไม่ได้สะสาง "ความลับมักไม่ชอบซ่อนตัวในที่มืดหรอกครับ มันชอบซ่อนอยู่ใต้แสงสว่างที่ส่องไม่ถึงต่างหาก... เหมือนกับที่คุณกำลังหาคำตอบจากชิ้นเนื้อพวกนั้น" คณินปรายตามองสไลด์แก้วบนโต๊ะ "เจอสิ่งที่ตามหาหรือยังครับ? หรือว่าเจอ... สิ่งที่ไม่ควรเจอตั้งแต่แรก" คำพูดนั้นเรียบง่าย แต่มีน้ำหนักมหาศาลทิ้งลงกลางความเงียบ น่านฟ้าหรี่ตาลงเล็กน้อย หัวใจใต้เสื้อกาวน์สีขาวเต้นกระหน่ำด้วยจังหวะที่ผิดเพี้ยนไปจากความเยือกเย็นที่เขาพยายามสร้างขึ้นเป็นเกราะกำบังมาตลอดชีวิต คำพูดของคณินไม่ได้หมายถึงคดีบนโต๊ะ... แต่มันหมายถึงหลักฐานชิ้นสำคัญที่เพิ่งถูกค้นพบเมื่อช่วงหัวค่ำ หลักฐานชิ้นที่เชื่อมโยงคดีฆาตกรรมต่อเนื่องในปัจจุบันเข้ากับแฟ้มคดีเก่าครึ่งชีวิตของครอบครัวเขาเอง คดีที่ถูกปิดตายด้วยคำว่า "อุบัติเหตุ" แต่มีเพียงรอยมีดบนกระดูกชิ้นนั้นเท่านั้นที่รู้ความจริง และคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขาในตอนนี้... กำลังส่งสายตาที่บอกเป็นนัยว่า *เขารู้* "คุณรู้เรื่องนี้มานานแค่ไหนแล้วครับ" น่านฟ้าเอ่ยถาม น้ำเสียงลอดไรฟัน ต่ำและเย็นเยียบจนเกือบจะเป็นเสียงกระซิบ เขาไม่ถอยหลังหนีแม้แต่น้อย ปล่อยให้ระยะห่างระหว่างเขากับอัยการหนุ่มลดลงเหลือเพียงก้าวเดียว จมูกได้กลิ่นน้ำหอมราคาแพงผสมผสานกับกลิ่นบุหรี่จางๆ จากตัวคณิน คณินไม่ตอบในทันที ดวงตาคมปลาบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาน่านฟ้า ราวกับต้องการผ่าพิสูจน์ความรู้สึกที่ซ่อนอยู่ใต้หน้ากากแพทย์ผู้ไร้หัวใจ ความเงียบงันระหว่างทั้งคู่เต็มไปด้วยแรงกดดันมหาศาล ประหนึ่งรอยร้าวบนเขื่อนกั้นน้ำที่กำลังรอวันพังทลายลงมา "ตั้งแต่แรก... หรืออาจจะตั้งแต่ก่อนที่คุณจะเหยียบเข้ามาในสถาบันนิติเวชแห่งนี้เสียอีกครับ, คุณหมอ" คณินกระซิบตอบ เสียงของเขาแหบพร่าแต่ชัดเจนทุกถ้อยคำ "ความยุติธรรมไม่ได้ทำงานตามขั้นตอนของกฎหมายเสมอไปหรอกครับ บางครั้ง... มันก็ต้องอาศัยมือที่ยอมเปื้อนเลือด เพื่อล้างรอยเปื้อนเก่า" น่านฟ้ารู้สึกเหมือนมีมือที่มองไม่เห็นมาบีบที่ลำคอแน่น อุดมการณ์ที่เขาศรัทธา ความถูกต้องที่เขาเคยยึดมั่น กำลังถูกสั่นคลอนด้วยความจริงที่ว่า ผู้ชายคนนี้... คนที่ยืนเคียงข้างเขาในฐานะพันธมิตรและศัตรูในเวลาเดียวกัน อาจเป็นผู้กุมกุญแจดอกเดียวที่จะเปิดประตูสู่อดีตที่เขาหวาดกลัวที่สุด ก่อนที่น่านฟ้าจะได้เอ่ยคำถามใดออกไปเพื่อเค้นความจริง เสียงแจ้งเตือนข้อความเข้าจากโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะก็ดังขึ้นทำลายความเงียบ หน้าจอเรืองแสงวาบในความมืด ปรากฏภาพถ่ายไฟล์เอกสารราชการลับสุดยอดที่ถูกส่งมาจากแหล่งข่าวไม่ประสงค์เอ่ยนาม น่านฟ้าก้มลงมองหน้าจอเพียงแวบเดียว แต่ภาพนั้นกลับทำให้เลือดในกายเย็นเฉียบจนชาไปถึงปลายนิ้ว มันคือรายงานการชันสูตรพลิกศพเมื่อสิบปีก่อน... ของพ่อแม่ของเขาเอง และชื่อผู้รับรองรายงานฉบับนั้นในฐานะอัยการเวรในคืนเกิดเหตุ คือลายเซ็นของ "คณิน" น่านฟ้าเงยหน้าขึ้นขวับทันทีด้วยความตกใจ ดวงเบิกกว้างด้วยความโกรธเกรี้ยวและหวาดระแวงระคนกัน แต่ทว่า... พื้นที่ว่างตรงหน้าโต๊ะทำงาน กลับว่างเปล่า คณินหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ราวกับไม่เคยมีตัวตนอยู่ตั้งแต่แรก มีเพียงแก้วกาแฟกระดาษที่ยังอุ่นอยู่ และไอน้ำระเหยขึ้นมาเบาๆ เป็นหลักฐานยืนยันว่าการสนทนาเมื่อครู่ไม่ได้เกิดขึ้นในความฝัน พร้อมกันนั้น เสียงฝีเท้าฝ่าความมืดก็ดังขึ้นอย่างแผ่วเบาจากทางเดินด้านนอก ประตูห้องชันสูตรที่ควรจะล็อกสนิท กลับค่อยๆ ถูกผลักเปิดออกช้าๆ พร้อมกับเงาร่างของใครบางคนก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงธรณีประตูในความสลัว ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความมืดมิดของจิตใจมนุษย์ไปพร้อมกับผมนะครับ
สารจากนักเขียน (ดร.นิติเวช)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหมอนิติเวชครับ... หลักฐานชิ้นนี้มีแต่เราที่รู้ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%