กลิ่นของฟอร์มาลีนและไอเย็นจากเครื่องปรับอากาศอุณหภูมิสิบแปดองศาเซลเซียส ไม่เคยเป็นอุปสรรคต่อการทำงานของนายแพทย์น่านฟ้า ในทางตรงกันข้าม มันคือกลิ่นแห่งความจริง ความจริงที่ไร้ซึ่งลมหายใจ ไร้ซึ่งคำโกหก และไร้ซึ่งการเสแสร้ง
บนเตียงสเตนเลสสตีลขัดเงา ร่างไร้วิญญาณของชายวัยกลางคนนอนทอดร่างอยู่ภายใต้แสงไฟนีออนสีขาวโพลนจากโคมไรเงาเบื้องบน เอกสารสำนวนคดีเบื้องต้นระบุไว้ชัดเจนว่าเป็นอุบัติเหตุจากการพลัดตกจากที่สูง บริเวณกะโหลกศีรษะด้านซ้ายมีรอยยุบยุบขนาดใหญ่ กระดูกซี่โครงหักหลายท่อน และมีร่องรอยการกระแทกของวัตถุทื่อตามร่างกาย สภาพศพโดยรวมสอดคล้องกับรายงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่ทุกประการ ไม่มีอะไรซับซ้อน ไม่มีอะไรที่ต้องถกเถียง
สำหรับแพทย์นิติเวชทั่วไป เคสนี้คงเป็นเพียงแค่คดีปิดง่าย ๆ อีกหนึ่งคดีในกองแฟ้มที่รอการลงลายมือชื่อ
แต่น่านฟ้าไม่ใช่แพทย์นิติเวชทั่วไป...
ดวงตาภายใต้กรอบแว่นโลหะบางเฉียบจดจ้องไปยังรอยแผลบริเวณลำคอของศพด้วยความนิ่งงัน นิ้วเรียวยาวภายใต้ถุงมือยางสีขา2ข้างบรรจงใช้คีมปลายแหลมแหวกผิวหนังชั้นนอกที่ถูกเย็บปิดไว้อย่างลวก ๆ โดยแพทย์ห้องฉุกเฉินโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง สายตาคมกริบกวาดมองผ่านเลนส์แว่นขยายกำลังสูง โฟกัสลึกถึงระดับเซลล์และเส้นใยเนื้อเยื่อที่ถูกทำลาย
รอยช้ำรูปเสี้ยวพระจันทร์...
มันไม่ใช่ร่องรอยจากการกระแทกของพื้นคอนกรีตอย่างแน่นอน และยิ่งไม่ใช่ร่องรอยจากการปั๊มหัวใจช่วยชีวิต หากแต่มันคือลายพิมพ์นิ้วมือที่ออกแรงกดด้วยมุมองศาที่แม่นยำและไร้ความปรานี แรงกดระดับที่ทำให้กระดูกอ่อนไทรอยด์ร้าวในเสี้ยววินาที
น่านฟ้าสูดลมหายใจเข้าลึกอย่างช้า ๆ ปลายมีดผ่าตัดในมือมั่นคงดุจหินผา เขากำลังเผชิญหน้ากับความจริงที่ถูกอำพราง ความจริงที่ถูกส่งตรงมาจากโต๊ะทำงานของผู้ทรงเกียรติในกระบวนการยุติธรรม
"ส่งศพนี้มาให้ผมตรวจซ้ำ... โดยบอกว่าเป็นแค่อุบัติเหตุอย่างนั้นหรือครับ คุณอัยการคณิน" น่านฟ้าพึมพำกับความว่างเปล่า มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ไม่ได้สื่อถึงความขบขัน หากแต่เป็นรอยยิ้มของนักล่าที่เพิ่งค้นพบรอยเท้าของเหยื่อในพงหญ้า
เสียงฝีเท้าหนักแน่นที่ดังสะท้อนก้องตามทางเดินอลูมิเนียมของสถาบันนิติเวชในยามวิกาล ดึงสحبความคิดของน่านฟ้าให้หลุดออกจากรายละเอียดบนร่างไร้วิญญาณ ประตูห้องชันสูตรเปิดออกพร้อมกับการปรากฏตัวของร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีเข้มไร้รอยยับ กลิ่นอายความเย่อหยิ่งและทรงอำนาจแผ่ซ่านออกมาจากตัวผู้มาเยือนอย่างชัดเจน
คณิน ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ที่หน้าโต๊ะผ่าตัด ดวงตาคมปลาบกวาดมองสภาพศพแวบหนึ่ง ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่ใบหน้าเรียบเฉยไร้อารมณ์ของแพทย์นิติเวชประจำสถาบัน
"สีหน้าของคุณดูไม่ค่อยเหมือนคนที่กำลังทำหน้าที่ตรวจสภาพศพตามเอกสารแนบเลยนะครับ คุณหมอน่านฟ้า" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น น้ำเสียงเจือความเย้าหยวนและท้าทายในคราวเดียวกัน สายตาของอัยการหนุ่มจ้องลึกเข้าไปในดวงตาหลังกรอบแว่น คล้ายต้องการอ่านความคิดที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังม่านตาคู่นั้น
น่านฟ้าถอดถุงมือยางชุ่มเลือดออกทีละข้างอย่างใจเย็น วางมันลงในถาดสเตนเลสก่อนจะหันกลับมาเผชิญหน้ากับผู้มาเยือนอย่างเต็มตา ระยะห่างระหว่างพวกเขาทั้งสองคนเหลือน้อยลงทุกที จนสัมผัสได้ถึงไอเย็นยะเยือกที่ไม่ได้มาจากห้องดับจิต แต่มาจากความกดดันที่ทั้งคู่ต่างจงใจแผ่เข้าใส่กัน
"เอกสารระบุว่าเป็นอุบัติเหตุ ตกจากที่สูง กระดูกหักหลายแห่ง ตายทันทีเนื่องจากสมองได้รับการกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง" น่านฟ้าทวนคำพูดในรายงานด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้คลื่นอารมณ์ "แต่คุณก็รู้อยู่แก่ใจนี่ครับ ว่ากระดาษแผ่นนี้มันไร้ค่าสิ้นดีเมื่อเทียบกับสิ่งที่หลงเหลืออยู่บนร่างนี้"
คณินไม่สะทกสะท้านแม้แต่น้อย เขายกมือขึ้นปลดกระดุมเสื้อสูทออกหนึ่งเม็ด ก่อนจะก้าวเข้าไปประชิดขอบโต๊ะผ่าตัด สายตาคมก้มลงมองร่องรอยบริเวณลำคอศพที่น่านฟ้าเพิ่งเปิดเผย รอยยิ้มมุมปากของอัยการหนุ่มปรากฏชัดขึ้นอีกระดับ ไม่มีความตกใจ ไม่มีความประหลาดใจ ราวกับว่าเขารู้เห็นร่องรอยนั้นมาตั้งแต่ก่อนที่ศจะถูกส่งมาถึงมือแพทย์นิติเวชเสียด้วยซ้ำ
"ความจริงในสำนวนคดี... บางครั้งก็เป็นเพียงเรื่องเล่าที่ออกแบบมาให้สังคมรู้สึกสบายใจนะครับ คุณหมอ" คณินเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่บาดลึก "โลกใบนี้ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยความจริงร้อยเปอร์เซ็นต์หรอกครับ มันขับเคลื่อนด้วยความสมดุลและความจำเป็นต่างหาก"
"ความจำเป็นในการปกปิดฆาตกรแลกกับการรักษาสมดุลอำนาจอย่างนั้นหรือครับ" น่านฟ้าสวนกลับทันควัน ดวงตาคมกริบไม่หลบเลี่ยงประกตากล้าของอีกฝ่าย "คุณส่งศพนี้มาที่นี่ เพราะคุณรู้ว่าผมเป็นคนเดียวที่ไม่ยอมปล่อยผ่านรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ แบบนี้ หรือคุณจงใจส่งหลักฐานชิ้นนี้มาเพื่อพิสูจน์อะไรบางอย่างกันแน่"
บรรยากาศภายในห้องชันสูตรอึมครึมลงถนัดตา อุณหภูมิรอบตัวราวกับลดต่ำลงจนถึงจุดเยือกแข็ง ปลายมีดผ่าตัดบนถาดสเตนเลสสะท้อนแสงไฟสีขาววับวาว ขณะที่คนทั้งสองยืนเผชิญหน้ากันด้วยอุดมการณ์ที่อยู่คนละขั้ว ฝ่ายหนึ่งคือผู้พิทักษ์ความยุติธรรมที่ต้องแลกด้วยความถูกต้องทุกระเบียดนิ้ว อีกฝ่ายคือผู้ขับเคลื่อนกฎหมายด้วยกลยุทธ์สีเทาที่ยอมเหยียบย่ำความจริงเพื่อเป้าหมายที่ใหญ่กว่า
คณินโน้มตัวเข้าไปใกล้ใบหูของน่านฟ้า กลิ่นน้ำหอมราคาแพงผสมผสานกับกลิ่นอายเฉพาะตัวของผู้ชายอันตรายลอยเข้าแตะจมูก น้ำเสียงกระซิบแผ่วเบาแต่ชัดเจนทุกถ้อยคำดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน
"บางที... หลักฐานชิ้นสำคัญที่สุดในคดีนี้ อาจจะไม่ใช่รอยช้ำบนคอศพหรอกนะครับ คุณหมอ"
น่านฟ้าขมวดคิ้วเล็กน้อย ชะתากรรมในมือหยุดนิ่ง ทว่าก่อนที่เขาจะได้ทันเอ่ยปากถามความหมายที่ซ่อนเร้นในประโยคนั้น เสียงสัญญาณเตือนภัยฉุกเฉินระดับสามก็ดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งตึกสถาบันนิติเวช ไฟแสงสีขาวบนเพดานดับวูบลงทันที เหลือเพียงแสงไฟฉุกเฉินสีแดงฉานที่กะพริบวับวาบสาดส่องลงบนร่างไร้วิญญาณบนเตียงผ่าตัด
ในความมืดสลัวที่ถูกย้อมด้วยแสงสีเลือด น่านฟ้าสัมผัสได้ถึงความผิดปกติบางอย่างที่คืบคลานเข้ามา ประตูห้องชันสูตรที่ควรจะถูกล็อกแน่นหนา กลับส่งเสียงกลอนไฟฟ้าปลดล็อกดัง *คลิก* เบา ๆ พร้อมกับเงาร่างปริศนาของใครบางคน ที่กำลังก้าวผ่านธรณีประตูเข้ามาในความมืดมิด...
ขอขอบพระคุณผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ความมืดมิดนี้ด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
คุณหมอนิติเวชครับ... หลักฐานชิ้นนี้มีแต่เราที่รู้•ตอนที่ 1
ศพบนเตียงผ่าตัด
ผลงานโดย ดร.นิติเวช
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดร.นิติเวช)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหมอนิติเวชครับ... หลักฐานชิ้นนี้มีแต่เราที่รู้ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!