"เสียงปลายสายไม่ใช่ระบบสังเคราะห์เสียง... แต่มันคือเสียงลมหายใจของมนุษย์จริงๆ"
หน้าจอคอมพิวเตอร์ในห้องเซิร์ฟเวอร์ใต้ดินสั่นไหวเล็กน้อยตามแรงกระแทกจากปลายนิ้วของผม ธันวา กวาดสายตาผ่านบรรทัดโค้ดอัลกอริทึมรุ่นที่เจ็ดที่กำลังรันเพื่อถอดรหัสเสียงปริศนาที่เพิ่งโทรเข้ามาเมื่อสามวินาทีที่แล้ว ทั้งที่ฐานข้อมูลราชการยืนยันมาตลอดสิบห้าปีเต็มว่า พ่อของผม—สารวัตรผู้ตรวจการผู้ซื่อตรง—เสียชีวิตอย่างโดดเดี่ยวในกองเพลิงคดีฆาตกรรมอำพรางที่ไม่มีวันปิดลง
แต่เสียงทุ้มต่ำและจังหวะการเว้นวรรคแบบที่ผมคุ้นเคยตั้งแต่ยังเด็ก กลับดังขึ้นผ่านลำโพงขนาดเล็ก
*"แกกำลังเดินเข้าสู่กับดักที่องค์กรวางไว้ ธันวา... หยุดมือซะ ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป"*
"คุณเป็นใครกันแน่!" ผมตะโกนใส่ไมโครโฟน เสียงของผมแหบพร่าแต่เฉียบคม แววตาหลังกรอบแว่นสะท้อนแสงสีฟ้าจากโค้ดข้อมูลที่กำลังวิ่งพล่าน "ถ้าคุณคือพ่อ... ทำไมถึงปล่อยให้ผมตามหาความจริงคนเดียวมาครึ่งค่อนชีวิต? ทำไมเพิ่งมาตอนนี้!"
ไม่มีเสียงตอบรับจากปลายสาย มีเพียงสัญญาณตัดสายที่ดัง *ตู๊ด... ตู๊ด...* ตัดขาดโลกทั้งใบให้เหลือเพียงความเงียบงันที่กดทับลงมาบนแผ่นอก
"ธันวา ตั้งสติก่อนครับ"
เสียงนุ่มนวลแต่หนักแน่นดังขึ้นจากความมืดบริเวณมุมห้อง รินลดา ก้าวออกมาจากเงาของตู้เซิร์ฟเวอร์ ชุดยุทธวิธีสีดำสนิทแนบเนื้อเผยให้เห็นร่องรอยการผ่านศึกมาอย่างโชกโช่น มือเรียวบางของเธอกุมด้ามปืนพกสั้นเก็บเสียงไว้มั่น นัยน์ตาสีเข้มคู่นั้นไม่ได้ฉายแววตื่นตระหนก มีเพียงความระแวดระวังแบบนักล่ามืออาชีพที่ประเมินสถานการณ์รอบตัวตลอดเวลา
"สัญญาณถูกส่งตรงมาจากเซิร์ฟเวอร์แม่ข่ายของสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติชั้นใต้ดินระดับสาม" รินลดาก้าวเข้ามาใกล้ ยื่นแท็บเล็ตแสดงผลเส้นทางการเชื่อมต่อให้ผมดู "แปลว่า คนที่โทรมา... อยู่ในอาคารนี้เมื่อสิบนาทีที่แล้ว และตอนนี้เขากกำลังใช้รหัสผ่านระดับเดียวกับผู้อำนวยการเพื่อลบข้อมูลทั้งหมดทิ้ง"
ผมหันขวับไปมองหน้าจอหลัก โค้ดที่ผมใช้เวลาเจาะระบบมานานกว่าสามเดือนกำลังถูกเขียนทับด้วยโปรแกรมทำลายตัวเองอย่างรวดเร็ว แถบสถานะสีแดงกระพริบถี่รัว พร้อมกับเสียงเตือนภัยฉุกเฉินที่ดังขึ้นเบาๆ ในระบบระบายอากาศ
นี่ไม่ใช่การป้องกันตัวธรรมดา... แต่มันคือการ "ล้างกระดาน"
ถ้าผมกดปุ่มEnterเพื่อยืนยันคำสั่งดึงข้อมูลทั้งหมดออกมาในตอนนี้ ระบบจะทำการคัดลอกไฟล์ลับระดับปรมาจารย์ที่เกี่ยวข้องกับคดีของพ่อผม รวมถึงรายชื่อเจ้าหน้าที่รัฐที่ทุจริตและองค์กรเงา แต่ในขณะเดียวกัน มันจะส่งพิกัดตำแหน่งที่แน่นอนของพวกเราให้กับกองกำลังพิเศษที่กำลังปิดล้อมตึกนี้อยู่ภายนอก
ตามกฎหมายข้อบังคับของสำนักงานสอบสวน และจรรยาบรรณของเจ้าหน้าที่รัฐ... ผมควรจะถอย
ผมควรจะรายงานผู้บังคับบัญชา ส่งต่อหลักฐานให้กระบวนการยุติธรรมจัดการตามขั้นตอน และปล่อยให้ความจริงค่อยๆ ถูกกลืนหายไปในซอกหลืบของอำนาจมืดเหมือนที่เคยเป็นมาตลอดสิบห้าปี
แต่ภาพของกองเพลิงในคืนนั้น... ภาพของร่างที่ไร้ลมหายใจของพ่อ และเสียงกระซิบเมื่อครู่ กลับกรีดลึกเข้าไปในจิตสำนึกของผม
"ริน" ผมเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่มั่นคงอย่างประหลาด จนกระทั่งหญิงสาวข้างกายต้องชะงักและหันมามองตรงๆ "ถ้าเราเลือกเดินตามกระบวนการที่ถูกต้องตามกฎหมาย... หลักฐานชุดนี้จะถูกทำลายภายในสามนาที และเราจะไม่มีวันได้รู้เลยว่าใครคือคนที่อยู่เบื้องหลังการตายของพ่อผม"
รินลดาหรี่ตาลงเล็กน้อย เธอยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มจางๆ ที่เต็มไปด้วยความเข้าใจ "ฉันเป็นทหารรับจ้างนอกคอก ธันวา... คุณก็รู้ว่าฉันไม่เคยสนใจกฎหมายบ้านเมืองตั้งแต่แรกอยู่แล้ว สิ่งเดียวที่ฉันสนใจคือการลากคอไอ้พวกที่มันพรากครอบครัวและชีวิตของฉันไปลงนรกให้หมด"
เธอเดินเข้าไปใกล้โต๊ะทำงาน วางมือทับลงบนมือของผมที่กำลังสั่นเทาเล็กน้อยบนแป้นพิมพ์ ความอบอุ่นจากฝ่ามือของเธอส่งผ่านความลังเลทั้งหมดให้สลายหายไป
"ถ้าคุณเลือกที่จะก้าวข้ามเส้นนั้น... คุณจะกลายเป็นอาชญากรในสายตาของกฎหมายทันที คุณจะไม่มีวันได้กลับไปใส่เครื่องแบบเดิมอีก และคุณจะต้องใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ในการวิ่งหนีผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ที่คุณเคยเคารพ" รินลดาจ้องมองลึกเข้ามาในดวงตาของผม น้ำเสียงของเธอจริงจังและทรงพลัง "คุณพร้อมที่จะแลกทุกอย่าง... เพื่อความถูกต้องที่แท้จริงหรือยัง?"
ผมสูดลมหายใจเข้าลึก กลิ่นอับชื้นของห้องใต้ดินผสมผสานกับกลิ่นโอโซนจากแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ ความทรงจำวัยเด็กไหลย้อนกลับมาในหัว ภาพรอยยิ้มของพ่อในวันที่สอนให้ผมยึดมั่นในความยุติธรรม แม้ว่าโลกใบนี้จะบิดเบี้ยวแค่ไหนก็ตาม
ความยุติธรรม... ไม่ได้แปลว่าการทำตามกฎหมายเสมอไป
บางครั้ง กฎหมายก็เป็นเพียงเครื่องมือของคนชั่วในการปกป้องตัวเองจากความผิด
นิ้วชี้ของผมกดลงบนปุ่มแป้นพิมพ์อย่างเด็ดเดี่ยว ไม่มีความลังเลหลงเหลืออยู่อีกต่อไป
*คลิก*
ทันทีที่คำสั่งถูกส่งออกไป หน้าจอทั้งหมดในห้องดับวูบลง ก่อนจะปรากฏหน้าต่างสีดำสนิทพร้อมกับตัวอักษรสีเขียวเรืองแสงที่วิ่งขึ้นมาทีละบรรทัดด้วยความเร็วสูง เสียงระบบแจ้งเตือนระดับสูงสุดดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งตึก
[ระบบตรวจพบการละเมิดโปรโตคอลความปลอดภัยระดับ SSS]
[กำลังดาวน์โหลดฐานข้อมูลลับเฉพาะ: โครงการ 'Aegis Protocol']
[คำเตือน: ตัวตนของคุณถูกบันทึกในฐานะ "ผู้ก่อการร้ายไซเบอร์" เรียบร้อยแล้ว]
รินลดาดึงสลักปืนพกในมือออก เสียงโลหะกระทบกันดังชัดเจนท่ามกลางความมืด เธอยิ้มกริ่มพลางเหลือบมองประตูทางเข้าหลักที่เริ่มมีเสียงฝีเท้าหนักๆ ของกองกำลังติดอาวุธวิ่งใกล้เข้ามาทุกที
"ยินดีต้อนรับสู่ด้านมืดครับ คุณโปรไฟล์เลอร์... ดูท่าทางเราจะมีงานต้องทำอีกยาวเลยนะ"
ก่อนที่ผมจะได้ตอบอะไร เสียงระเบิดตูמשสนั่นหวั่นไหวก็ดังขึ้นที่ประตูทางเข้าชั้นบน แรงสั่นสะเทือนทำให้ฝุ่นละอองร่วงหล่นลงมาจากเพดาน และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง หน้าจอหลักที่ควรจะแสดงผลการดาวน์โหลด กลับปรากฏภาพวิดีโอจากกล้องวงจรปิดด้านนอกที่เพิ่งเชื่อมต่อเข้ามาใหม่
ชายในชุดสูทสีดำสนิทผู้สวมหน้ากากอนามัยสีขาวเรียบไม่มีลวดลาย กำลังยืนมองตรงมาที่เลนส์กล้องด้วยรอยยิ้มเยียบเย็น และก่อนที่ภาพจะตัดสัญญาณไป ชายคนนั้นก็ขยับริมฝีปากพูดคำที่ทำให้เลือดในกายของผมเย็นเฉียบลงถึงขั้วกระดูก
*"ยินดีต้อนรับกลับบ้าน... ลูกชาย"*
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางอันเข้มข้นนี้ร่วมกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
อัลกอริทึมลวงฆ่ากับนักแกะรอยผู้ไร้ร่องรอย•ตอนที่ 24
จุดเปลี่ยนผ่าน
ผลงานโดย โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมลวงฆ่ากับนักแกะรอยผู้ไร้ร่องรอย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!