“ถอนตัวเสียเถอะค่ะ คุณทนาย... ความจริงบางอย่างมีไว้ให้ฝัง ไม่ได้มีไว้ให้ขุดขึ้นมาสูดลมหายใจ”
เสียงนุ่มทุ้มที่แฝงไปด้วยแรงสั่นสะเทือนบางอย่างดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันในห้องรับรองของทัณฑสถาน รินรดานั่งนิ่งอยู่หลังโต๊ะไม้ตัวยาว สายตาของเธอนิ่งเรียบดุจผิวน้ำที่ไร้กระแสลม มือเรียวบางที่วางอยู่บนแฟ้มคดีสีดำสนิทไม่ได้สั่นไหว แม้ว่าคำพูดของชายตรงหน้าจะเปรียบเสมือนการกรีดมีดลงบนชั้นเชิงของความเป็นมืออาชีพที่เธอสร้างขึ้นมานานนับสิบปี
ธีร์ธัช ในชุดนักโทษสีหม่นดูต่างจากภาพจำของศัลยแพทย์ฝีมือฉกาจที่เธอเคยเห็นในนิตยสารธุรกิจอย่างสิ้นเชิง แต่สิ่งที่ยังคงอยู่คือแววตา... ดวงตาที่คมกริบราวกับใบมีดผ่าตัดคู่นั้นยังคงจับจ้องมาที่เธออย่างท้าทาย ราวกับเขากำลังมองทะลุผ่านกระดูกและเนื้อเยื่อเข้าไปถึงจิตวิญญาณที่สั่นคลอนของเธอ
“หน้าที่ของฉันไม่ใช่การเลือกว่าความจริงไหนสมควรอยู่หรือตาย แต่มันคือการปกป้องสิทธิ์ที่คุณควรได้รับตามกฎหมายค่ะ คุณหมอ” รินรดาตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ หากทว่าแฝงไปด้วยความเด็ดขาด
ธีร์ธัชหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน แต่เต็มไปด้วยความเวทนา “สิทธิ์เหรอคะ? สิทธิ์ที่ผูกติดอยู่กับหลักฐานเทียมๆ ที่คนพวกนั้นยัดใส่มือคุณน่ะหรือ รินรดา... คุณฉลาดเกินกว่าจะเชื่อในกระดาษไม่กี่แผ่นที่วางอยู่ตรงหน้าหรอก ฉันรู้ว่าคุณกำลังมองหาอะไร และฉันก็รู้ด้วยว่าทำไมคุณถึงยอมรับคดีของฉัน”
รินรดาชะงักไปเล็กน้อย หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะไปเพียงเสี้ยววินาทีเมื่อเขาเอ่ยชื่อของเธอด้วยน้ำเสียงที่คุ้นเคยอย่างน่าประหลาด ทั้งที่พวกเขาไม่เคยรู้จักกันเป็นการส่วนตัวมาก่อน
“ฉันรับคดีนี้เพราะมันคือความรับผิดชอบ และคุณคือจำเลยที่ต้องการความยุติธรรม”
“ความยุติธรรมเป็นเพียงสินค้าที่ขาดตลาดในโลกของคุณ” ธีร์ธัชโน้มตัวมาข้างหน้าจนเกือบชิดขอบกั้นกระจก “บอกฉันที... แฟ้มคดีหมายเลข 0812 ที่คุณถืออยู่ในมือ คืนนี้คุณเปิดมันอ่านดูหรือยัง? หรือคุณแค่ทิ้งมันไว้ในความมืด เพราะกลัวว่าสิ่งที่ซ่อนอยู่ข้างในจะทำลายความทรงจำที่แตกสลายของครอบครัวคุณให้พินาศลงไปกว่าเดิม”
บรรยากาศในห้องเย็นเยียบขึ้นทันตาเห็น รินรดารู้สึกเหมือนถูกมือที่มองไม่เห็นบีบเค้นที่ลำคอ แฟ้มคดีที่เธอได้รับมอบหมายมาโดยไม่คาดคิดเมื่อเช้านี้ มันคือคดีฆาตกรรมที่ปิดตายไปเมื่อยี่สิบปีก่อน คดีที่พรากพ่อแม่ของเธอไปตลอดกาล และชื่อของ 'ธีร์ธัช' ก็ปรากฏอยู่ลางๆ ในฐานะผู้เกี่ยวข้องคนสำคัญคนหนึ่งในห้องแล็บที่เกิดเหตุ
เธอข่มความหวั่นไหวลงลึกที่สุดเท่าที่จะทำได้ ก่อนจะเปิดแฟ้มสีดำนั้นออกด้วยท่าทีเฉยชา กระดาษแผ่นแรกที่ปรากฏแก่สายตาไม่ใช่บันทึกสำนวนฟ้องคดีที่ควรจะเป็น แต่มันกลับเป็นภาพถ่ายใบหนึ่งที่ขอบเริ่มเหลืองกรอบ เป็นภาพถ่ายในห้องวิจัยที่รินรดาจำได้แม่นยำ แต่มันมีบางอย่างที่ต่างออกไป... ในมุมมืดของภาพ มีเงาร่างของชายคนหนึ่งยืนถือกล่องเหล็กใบเล็กที่มีตราสัญลักษณ์ของสถาบันที่ถูกสั่งปิดตาย
“คุณได้สิ่งนี้มาจากไหน” รินรดากระซิบ เสียงของเธอแทบจะกลืนหายไปกับความเงียบ
ธีร์ธัชเหยียดยิ้มที่มุมปาก “นั่นไม่ใช่คำถามสำคัญหรอกค่ะ คำถามที่สำคัญกว่าคือ... คุณกล้าพอที่จะเปิด 'แฟ้มคดีที่ไม่มีวันเปิด' นี่ให้สุดทางไหม? เพราะทันทีที่หน้ากระดาษหน้าสุดท้ายถูกเปิดออก สิ่งที่จะพุ่งเข้าใส่คุณ ไม่ใช่หลักฐานที่จะล้างมลทินให้ฉัน แต่มันคือความจริงที่ฆ่าคุณได้ทั้งเป็น”
รินรดาจ้องมองดวงตาคู่คมนั้น เธอพยายามค้นหาความลวงหลอกในนั้น แต่กลับพบเพียงความว่างเปล่าที่ลึกสุดหยั่ง ราวกับเขากำลังรอคอยให้เธอตัดสินใจก้าวเข้าสู่กับดักที่เขาวางไว้ด้วยความเต็มใจ
“ถ้าความจริงมันจะฆ่าฉันได้จริง... ฉันก็พร้อมจะตาย เพื่อแลกกับการได้เห็นหน้าของฆาตกรที่แท้จริงค่ะ” เธอประกาศกร้าว ก่อนจะหยิบปากกาสีเงินออกมาแล้วเซ็นชื่อลงในเอกสารยอมรับคดีอย่างหนักแน่น
ในจังหวะที่รินรดากำลังจะลุกขึ้นจากเก้าอี้เพื่อเดินออกจากห้องรับรอง เสียงฝีเท้าหนักๆ ของผู้คุมก็ดังก้องมาจากโถงทางเดินข้างนอก แต่ก่อนที่เธอจะหันหลังกลับไป ธีร์ธัชก็เอ่ยประโยคสุดท้ายด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยียบและเย้ายวนในเวลาเดียวกัน
“ระวังตัวด้วยนะคะรินรดา... เพราะในแฟ้มที่คุณถืออยู่นั่น ไม่ได้มีแค่กระดาษ แต่มี 'ของขวัญ' ชิ้นสุดท้ายที่พ่อคุณทิ้งไว้ให้ก่อนจะหายสาบสูญไปในคืนนั้น ลองหาดูดีๆ สิคะ... อยู่ใต้ภาพถ่ายใบนั้นนั่นแหละ”
รินรดาหยุดชะงัก มือของเธอที่กำแฟ้มแน่นจนขึ้นข้อขาวสั่นเทา เธอหันกลับไปมองชายในชุดนักโทษเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะรีบสาวเท้าออกไปจากห้องนั้นทันที โดยไม่หันกลับมามองอีกเลย
ทันทีที่ถึงรถที่จอดอยู่ในมุมมืดของอาคาร รินรดารีบดึงภาพถ่ายใบนั้นออกมา ความมืดมิดในรถทำให้เธอต้องเปิดไฟฉายจากโทรศัพท์ส่องดู เธอค่อยๆ แงะขอบภาพถ่ายใบนั้นออกตามคำบอกเล่าของธีร์ธัช และสิ่งที่พบกลับทำให้ลมหายใจของเธอแทบหยุดชะงัก
มันไม่ใช่กระดาษ... แต่มันคือแผ่นชิปหน่วยความจำขนาดจิ๋วที่ติดอยู่กับรอยคราบเลือดเก่าๆ และเมื่อเธอพลิกด้านหลังของภาพถ่าย แสงไฟจากมือถือก็สะท้อนให้เห็นลายมือที่เขียนด้วยหมึกจางๆ ว่า... *‘รินรดา... อย่าไว้ใจคนที่ถือความตายไว้ในมือ’*
เสียงฝีเท้าปริศนาดังขึ้นข้างตัวรถ เสียงเหล็กกระทบพื้นคอนกรีตแผ่วเบา รินรดาหันขวับไปมองกระจกข้าง เห็นเงามืดร่างหนึ่งกำลังก้าวผ่านแสงไฟสลัวจากเสาไฟฟ้าเข้ามาหาเธออย่างเชื่องช้า ความเย็นเยียบแล่นผ่านกระดูกสันหลังเมื่อเงาร่างนั้นหยุดลงตรงหน้ากระจกรถ พร้อมกับรอยยิ้มที่สลักลึกอยู่ในความทรงจำที่เธอไม่อยากจะนึกถึงมากที่สุด
ความลับที่เธอพยายามหนี... กำลังไล่ล่าเธอถึงที่
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งลงไปในความมืดมิดของคดีครั้งนี้ไปกับเงาจันทราลี้ลับนะคะ
ขอถอนตัวจากคดีของคนใจร้าย•ตอนที่ 1
แฟ้มคดีที่ไม่มีวันเปิด
ผลงานโดย เงาจันทราลี้ลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงาจันทราลี้ลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอถอนตัวจากคดีของคนใจร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!