ขอถอนตัวจากคดีของคนใจร้าย•ตอนที่ 23

รอยแผลที่ถูกเปิดออก

ผลงานโดย เงาจันทราลี้ลับ
วัตถุชิ้นเล็กเย็นเฉียบที่แนบอยู่บนฝ่ามือของรินรดาในเวลานี้ ไม่ได้เป็นเพียงแค่แฟลชไดّฟ์พลาสติกธรรมดา หากแต่มันคือชนวนระเบิดเวลาที่พร้อมจะแผดเผาทุกความลับดำมืดของสถาบันวิจัยการแพทย์ให้เป็นจุล กลิ่นคาวเลือดจางๆ ที่ลอยคละคลุ้งอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมทึบแสงแห่งนี้ ผสมผสานกับกลิ่นอับของฝนที่เพิ่งซาลงไปนอกหน้าต่าง ยิ่งทำให้บรรยากาศรอบตัวบีบคั้นจนแทบหายใจไม่ออก ดวงตาคมกริบของนพ.ธีร์ธัชในยามนี้ไม่มีแววของความหวาดกลัวหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความว่างเปล่าที่ลึกดิ่งราวมหาสมุทร และประกายแสงบางเบาของคนที่ยอมจำนนต่อโชคชะตาที่ตนเองเป็นคนกำหนดขึ้นมาตั้งแต่แรก "คุณบ้าไปแล้วหรือคะ ธีร์ธัช" เสียงของรินรดาพยายามควบคุมให้ราบเรียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้ว่าปลายนิ้วที่กำวัตถุชิ้นนั้นจะสั่นเทาเล็กน้อยอย่างไม่อาจหักห้าม "การส่งหลักฐานชิ้นนี้ไปโดยไม่มีระบบคุ้มครองพยานรองรับ... มันเท่ากับการฆ่าตัวตายชัดๆ" "แล้วคุณคิดว่าที่เป็นอยู่ตอนนี้ ชีวิตของผม หรือแม้กระทั่งตัวคุณเอง มันยังปลอดภัยอยู่อย่างนั้นหรือครับ รินรดา" ศัลยแพทย์หนุ่มแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยรอยร้าว ร่างสูงใหญ่ทรุดตัวลงพิงกับผนังห้องผ่าตัดสำรองอย่างไร้เรี่ยวแรง รอยเลือดบนเสื้อกาวน์สีขาวของเขาเด่นชัดขึ้นเรื่อยๆ ราวกับเครื่องประดับแห่งความบาปที่สลักไว้บนร่าง "พวกเขาไม่ได้มองเราเป็นมนุษย์ตั้งแต่แรก... เราเป็นแค่ตัวเลขในงบประมาณ และเป็นความผิดพลาดที่ต้องถูกกำจัดเมื่อหมดประโยชน์" รินรดากลืนก้อนสะอื้นที่จุกแน่นในลำคอลงไป เธอมองใบหน้าด้านข้างของชายหนุ่มที่เคยคิดว่าเป็นศัตรูตัวฉกาจ ผู้ชายที่เย่อหยิ่ง เย็นชา และใช้เล่ห์เหลี่ยมทุกรูปแบบเพื่อบงการเกมในชั้นศาล แต่ในยามนี้ กำแพงน้ำแข็งที่เขาใช้ห่อหุ้มตัวมาตลอดกลับพังทลายลง เหลือเพียงผู้ชายคนหนึ่งที่แบกรับความทรงจำอันแสนเจ็บปวดไว้ลำพัง "เรื่องน้องสาวของคุณ..." รินรดาเอ่ยขึ้นแผ่วเบา ราวกับเกรงว่าเสียงของเธอจะไปสะกิดแผลเก่าให้ฉีกขาดกว้างขึ้น "คดีเมื่อสามปีก่อน... มันไม่ใช่ความผิดพลาดทางการแพทย์อย่างที่รายงานระบุใช่ไหมคะ" ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันชั่วขณะ มีเพียงเสียงหยดน้ำจากก๊อกน้ำที่ปิดไม่สนิทดังแทรกขึ้นมาเป็นจังหวะ ธีร์ธัชหลับตาลงช้าๆ ริมฝีปากหยักลึกเม้มเข้าหากันแน่นจนเป็นเส้นตรง ก่อนที่เขาจะค่อยๆ ผ่อนลมหายใจยาวเหยียด ราวกับกำลังรวบรวมเศษซากวิญญาณที่กระจัดกระจายให้กลับมารวมกันอีกครั้ง "เธอยังเด็กมาก... รินรดา" น้ำเสียงของธีร์ธัชเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง มันไม่มีความเย่อหยิ่งหรือความเฉียบคมหลงเหลืออยู่ มีเพียงความอ่อนล้าและความเจ็บปวดที่ถูกกัก ขังไว้ใต้ก้นบึ้งของจิตใจมานานแสนนาน "ลลิล... น้องสาวของผม เธออายุเพิ่งจะครบยี่สิบปีบริบูรณ์ในวันที่เธอต้องขึ้นเขียงเพื่อรับการผ่าตัดหัวใจที่ถูกระบุว่าเป็น 'เคสปาฏิหาริย์' ที่สถาบันนี้คัดเลือกเองกับมือ" รินรดาก้าวเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิดโดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกเห็นอกเห็นใจตีรวนขึ้นมาในอก แต่วิชาชีพทนายความก็คอยเตือนสติให้เธอยังคงรักษาระยะห่าง "พวกเขาบอกว่าเธอเสียชีวิตระหว่างการผ่าตัดเพราะภาวะแทรกซ้อนฉุกเฉินไม่ใช่หรือคะ" "นั่นคือคำโกหกคำโตที่สุดเท่าที่กฎหมายและอำนาจเงินจะซื้อได้" ธีร์ธัชลืมตาขึ้น ดวงตาสูญสิ้นประกายความสดใส คลอหน่วงด้วยหยาดน้ำตาที่เขาพยายามสะกดกลั้นไว้ไม่ให้ไหลริน "ความจริงก็คือ... ลลิลถูกใช้เป็นหนูทดลองสำหรับยีนบำบัดรุ่นใหม่ที่ยังไม่ผ่านการรับรอง พวกเขาต้องการผลลัพธ์เร่งด่วนเพื่อยื่นขออนุมัติงบประมาณมหาศาลจากต่างประเทศ และหัวใจของน้องสาวผม... ก็แค่เครื่องมือชิ้นหนึ่งที่ใช้งานแล้วทิ้ง" ภาพความทรงจำอันเลวร้ายในอดีตของรินรดาแล่นย้อนกลับเข้ามาในหัว ราวกับเงาซ้อนของคดีครอบครัวเธอเองที่ถูกปิดตายด้วยอิทธิพลมืด ความรู้สึกโกรธแค้นพวยพุ่งขึ้นมาในอกจนร้อนผ่าว เธยเข้าใจแล้วว่าทำไมผู้ชายคนนี้ถึงยอมทำทุกวิถีทาง ยอมกลายเป็นคนใจร้าย ยอมสวมหน้ากากแห่งความเย็นชา และยอมเดินอยู่บนเส้นแบ่งระหว่างความถูกต้องกับความพินาศมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา "แล้วคุณก็เลยเข้ามาทำงานที่นี่... เพื่อรอวันแก้แค้น" รินรดาพึมพำ ดวงตาคู่สวยมองตรงไปที่เขาด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนเกินกว่าจะบรรยาย "ผมไม่ได้อยากแก้แค้นด้วยการทำลายล้างแบบพวกไร้สมองหรอกนะครับ" ธีร์ธัชยิ้มหยันให้กับตัวเอง "ผมแค่อยากทวงคืนความยุติธรรมในแบบที่กฎหมายห่วยๆ ชุดนี้เอื้อมไม่ถึง เอกสารในแฟลชไดّฟ์นั้นมีทั้งรายชื่อผู้มีอิทธิพล เส้นทางการเงิน และบันทึกการทดลองที่ใช้มนุษย์เป็นเหยื่อ... ทุกอย่างที่สามารถทำให้พวกมันดิ้นไม่หลุด" รินรดากำแฟลชไดّฟ์ในมือแน่นขึ้น ความลังเลใจที่เคยถ่วงรั้งเธอไว้ก่อนหน้านี้มลายหายไปจนหมดสิ้น เธอยืดตัวตรงขึ้น แววตาที่เคยลังเลกลับมามั่นคงและเด็ดเดี่ยวอีกครั้ง สมองของเธอกำลังประเมินสถานการณ์และวางแผนขั้นตอนต่อไปอย่างรวดเร็ว "ถ้าเราจะส่งมันออกไป เราต้องทำอย่างรอบคอบที่สุดค่ะ" รินรดากล่าวด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นขึ้น "ถ้าส่งตรงไปยังสำนักข่าวทั่วไป พวกมันอาจจะสกัดกั้นและทำลายหลักฐานได้ในไม่กี่นาที เราต้องส่งผ่านเครือข่ายความมั่นคงระหว่างประเทศที่มีอำนาจมากพอจะคุ้มครองเราได้" ธีร์ธัชมองหน้าทนายความสาวนัยน์ตาคมคายตรงหน้า ความรู้สึกประหลาดบางอย่างก่อตัวขึ้นในอก ชายหนุ่มไม่เคยคิดเลยว่าในวันที่มืดมนที่สุด จะมีผู้หญิงคนนี้ยืนเคียงข้างและพร้อมจะกระโจนลงสู่กองไฟไปพร้อมกับเขา "คุณไม่กลัวหรือไง รินรดา... ถ้าเกมนี้พลาด พวกเราอาจจะไม่แม้แต่มีโอกาสได้ยืนอยู่ในศาลอีกต่อไป" เขาถามเบาๆ พลางโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ของกันและกัน "ฉันกลัวค่ะ" รินรดาตอบตามตรงโดยไม่หลบสายตา "แต่สิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าการตาย... คือการต้องมีชีวิตอยู่โดยปล่อยให้คนชั่วลอยนวลและเหยียบย่ำความยุติธรรมต่างหาก" บรรยากาศระหว่างคนทั้งสองอบอวลไปด้วยแรงดึงดูดอันตราย ความสัมพันธ์สีเทาที่ก้าวข้ามผ่านเขตแดนของความถูกต้องและผลประโยชน์ กลายเป็นความผูกพันทางจิตวิญญาณที่แน่นแฟ้นจนแยกไม่ออก มือหนาของธีร์ธัชเอื้อมขึ้นมาสัมผัสกับหลังมือของเธอที่กำแฟลชไดّฟ์ไว้อย่างแผ่วเบา ความอบอุ่นจากฝ่ามือของเขาช่วยบรรเทาความหนาวเหน็บในค่ำคืนนี้ลงได้บ้าง แต่ทว่า... ก่อนที่ใครจะได้เอื้อนเอ่ยประโยคใดออกมาทำลายความเงียบงัน *แอ๊ด...* เสียงบานประตูเหล็กหนักอึ้งที่เปิดออกช้าๆ จากภายนอกห้องผ่าตัดสำรอง ดังแทรกขึ้นมาท่ามกลางความเงียบ ราวกับเสียงกิโยตินที่หล่นลงมาตัดขาดลมหายใจของคนทั้งคู่ในเสี้ยววินาที เงาดำทึบของใครบางคนทอดทาวยาวผ่านแสงไฟสลัวจากโถงทางเดินเข้ามาหยุดอยู่ที่หน้าประตู พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักแน่นที่ก้าวเข้ามาใกล้เรื่อยๆ และเสียงหัวเราะทุ้มต่ำน่าขนลุกที่เอ่ยทักทายขึ้นว่า— "ช่างเป็นภาพที่น่าประทับใจเสียจริงครับ... คุณทนายความ และคุณหมอผู้เสียสละ" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งไปกับความมืดมิดและปมจิตวิทยาอันลึกล้ำนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ — เงาจันทราลี้ลับ
สารจากนักเขียน (เงาจันทราลี้ลับ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอถอนตัวจากคดีของคนใจร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%