สถาปนิกปากกล้ากับวิศวกรหน้านิ่งที่พยายามไม่หวั่นไหว•ตอนที่ 12

พันธมิตรจำเป็น

ผลงานโดย ดรากอนไรเดอร์
เสียงกระดาษร่างแบบแปลนปลิวสะบัดตามแรงเหวี่ยงของแฟ้มหนาที่ถูกโยนลงบนโต๊ะทำงานกลางไซต์งานก่อสร้าง เสียงนั้นดังเฉียบขาดพอๆ กับแววตาของพิมพ์ตะวันในยามนี้ เธอไม่ได้สะดุ้งตกใจสักนิด มีเพียงมุมปากที่กระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้มเยาะหยันตามสไตล์สถาปนิกสาวผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ความอยุติธรรม "ถ้าการแก้แบบครั้งนี้หมายถึงการทุบเสาหลักรับน้ำหนักทิ้งครึ่งหนึ่งตามที่คุณผู้รับเหมาต้องการ ผมเกรงว่าตึกนี้คงไม่ได้สร้างต่อหรอกครับ... มันคงได้กลายเป็นกองอิฐพังๆ ก่อนจะทันได้เปิดใช้งานเสียมากกว่า" เสียงทุ้มต่ำเรียบเฉียบดังขึ้นจากมุมมืดของห้องประชุมชั่วคราว ธันวาเดินสวนแสงไฟนีออนเข้ามาด้วยท่าทางนิ่งสนิท ร่างสูงในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนและหมวกนิรภัยสีขาวให้บรรยากาศกดดันจนคนฟังต้องกลืนน้ำลาย ผู้รับเหมาหน้าซีดเผือดอ้าปากพะงาบๆ เมื่อถูกวิศวกรหน้านิ่งจี้จุดอ่อนเข้าอย่างจัง "แต่ว่า... ถ้าไม่ลดต้นทุนตรงนั้น งบมันก็จะบานปลาย..." "งบจะบานปลายหรือเปล่าผมไม่รู้ครับ แต่ถ้าตึกถล่มลงมาเพราะความมักง่ายของคุณ คนแรกที่จะติดคุกไม่ใช่สถาปนิก... แต่เป็นบริษัทรับเหมาของคุณต่างหาก" ธันวาเอ่ยตัดบทด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งอารมณ์โกรธเกรี้ยว ทว่ากลับคมกริบราวกับใบมีดที่อาบยาพิษ พิมพ์ตะวันหันขวับไปมองหน้าชายหนุ่มทันที เธอขมวดคิ้วมุ่นด้วยความแปลกใจ ปกติแล้วธันวาเป็นพวกยึดมั่นในกฎระเบียบและตำราวิศวกรรมจนน่าหมั่นไส้ เขาไม่เคยออกตัวปกป้องแนวคิดการออกแบบของเธอออกนอกหน้าขนาดนี้มาก่อน ยิ่งไปกว่านั้น... นี่ไม่ใช่หน้าที่ของเขาที่จะต้องมาต่อปากต่อคำกับผู้รับเหมาแทนเธอในเรื่องการบริหารงบประมาณด้วยซ้ำ "มองอะไรครับ หน้าผมมีรอยแปลนตึกติดอยู่หรือไง" ธันวาปรายตามองหญิงสาวแวบหนึ่ง ก่อนจะหันไปจัดการเคลียร์เอกสารตรงหน้าต่ออย่างไม่สะทกสะท้าน "เปล่าค่ะ... เอ๊ย! เปล่าครับ" พิมพ์ตะวันเกือบเผลอหลุดคำติดปากออกมา เธอรีบแก้คำพูดแทบไม่ทันเมื่อเห็นสายตาจับผิดของชายหนุ่ม "ฉัน... ผมแค่แปลกใจว่าลมอะไรหอบคุณมาช่วยผมพูด เมื่อกี้คุณน่าจะปล่อยให้ฉันจัดการตาแก่หัวล้านนั่นเองก็ได้นี่" ธันวาชะงักมือที่กำลังเซ็นชื่อลงในเอกสารอนุมัติโครงสร้าง เขาเงยหน้าขึ้นสบตาเธอนิ่งนาน แววตาคู่นั้นลึกซึ้งเกินกว่าที่คนประเภท "เย็นชาไร้ความรู้สึก" จะแสดงออก "ผมไม่ได้ช่วยคุณครับ" ธันวาตอบเสียงเรียบ หันหน้าหนีไปทางหน้าต่างกระจกที่มองเห็นโครงสร้างเหล็กกล้าด้านนอก "ผมแค่ปกป้องงานของผม... ตึกนี้มีลายเซ็นผมกำกับอยู่ครึ่งหนึ่ง ผมไม่อยากให้ผลงานมันต้องมาแปดเปื้อนเพราะความโลภของคนอื่น" *ปากแข็งชะมัด* พิมพ์ตะวันนึกค่อนขอดในใจอย่างหมั่นไส้ แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับเต้นผิดจังหวะไปสองสามทีอย่างห้ามไม่อยู่ เธอมองแผ่นหลังกว้างของวิศวกรหน้านิ่งที่ยืนกอดอกมองวิวไซต์งาน ความรู้สึกอุ่นวาบแปลกๆ แผ่ซ่านเข้ามาในอกอย่างเงียบเชียบ บรรยากาศในห้องประชุมกลับมาเงียบสงบอีกครั้งหลังจากผู้รับเหมาตัวแสบถอยรอนแรมออกไปอย่างไร้ข้อแก้ตัว เหลือเพียงคนทั้งสองที่ยืนอยู่ท่ามกลางกลิ่นอายของฝุ่นปูนและเหล็กกล้า "นี่..." พิมพ์ตะวันเป็นฝ่ายทำลายความเงียบขึ้นมาก่อน เธอเดินเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานที่ธันวา đứngอยู่ "ขอบคุณ... เรื่องเมื่อกี้" ธันวาหันกลับมามอง ดวงตาคมกริบกวาดมองสำรวจตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าของหญิงสาวด้วยความไม่สบอารมณ์เท่าไรนัก "รู้ตัวบ้างไหมครับว่าดื้อรั้นเกินไป คุณเป็นสถาปนิกนะ ไม่ใช่นักเลงหัวไม้ ถึงได้เดินเข้าไปปะทะตรงๆ กับพวกผู้รับเหมาเขี้ยวลากดินแบบนั้น" "อ้าว! นี่คุณว่าฉันเหรอ?" พิมพ์ตะวันเท้าสะเอวทันที ความซาบซึ้งเมื่อครู่ปลิวหายไปในอากาศราวกับควันไฟ "ฉันปกป้องผลงานตัวเองผิดตรงไหน ถ้าฉันไม่แข็งใส่ พวกมันก็เหยียบหัวแบบแปลนฉันน่ะสิ คุณเป็นวิศวกรสายแข็งก็น่าจะเข้าใจนี่นา หรือว่าสมองส่วนตรรกะของคุณมันใช้การไม่ได้เวลาเจอคนหน้าเงินพูดจาหว่านล้อมคะ... เอ๊ย! ครับ!" เธอเกือบหลุดปากอีกแล้วให้ตายสิ! ธันวายกยิ้มมุมปากนิดหนึ่ง เป็นรอยยิ้มที่หาดูได้ยากยิ่งและอันตรายต่อหัวใจคนมองเป็นที่สุด "ผมเข้าใจครับ... เข้าใจดีเลยว่าคุณน่ะปากเก่งแค่ไหน" ธันวาขยับเข้ามาใกล้โดยไม่ให้ซุ่มให้เสียง ความสูงของเขาทำให้พิมพ์ตะวันต้องเงยหน้าขึ้นมองโดยอัตโนมัติ ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนเหลือเพียงช่องว่างแคบๆ ที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายเฉพาะตัวของชายหนุ่ม—กลิ่นบุรุษผสมกับกลิ่นอายความตั้งใจทำงาน พิมพ์ตะวันถอยหลังไปก้าวหนึ่งจนสะโพกชนเข้ากับขอบโต๊ะทำงาน "ถ...ถอยไปเลยนะ คุณจะทำอะไร" "เปล่าครับ ผมไม่ได้จะทำอะไร" ธันวาหยุดยืนตรงหน้าเธอพอดี มือหนายื่นออกไปปัดเศษฝุ่นผงปูนที่ติดอยู่บนไหล่เสื้อของหญิงสาวแผ่วเบา สัมผัสนั้นเบาราวกับขนนก ทว่ากลับทำให้ผิวเนื้อบริเวณนั้นร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ "แค่จะบอกว่า... ถ้าครั้งหน้ามีใครกล้ามาขึ้นเสียงใส่คุณอีก ไม่ต้องเสียเวลาเถียงหོkหรอกครับ..." ธันวาก้มหน้าลงกระซิบข้างใบหูของเธอ เสียงทุ้มต่ำนั้นพร่าพร่าและทรงพลังจนทำให้ลมหายใจของสถาปนิกสาวสะดุดกะทันหัน "...แค่หันมามองผม แล้วผมจะจัดการให้เองทั้งหมด ในฐานะ... พันธมิตรจำเป็น" พิมพ์ตะวันเบิกตากว้าง หัวใจเต้นโครมครามราวกับมีกลองชุดมาตีอยู่ข้างในอก ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาจนลามไปถึงใบหู เธออ้าปากจะเถียงกลับเพื่อรักษาฟอร์ม แต่ทว่าคำพูดทั้งหมดกลับติดอยู่แค่ลำคอเมื่อเงยหน้าขึ้นสบเข้ากับดวงตาคมกริบที่เต็มไปด้วยความจริงจังและความรู้สึกบางอย่างที่เธอไม่อาจปฏิเสธได้ ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังระอุและลมหายใจเริ่มประสานเป็นจังหวะเดียวกันนั้นเอง... *แอ๊ด...* เสียงเปิดประตูกระจกบานเลื่อนด้านหน้าดังขึ้นขัดจังหวะ พร้อมกับร่างของบุคคลที่ไม่คาดฝันก้าวเข้ามาในห้องพร้อมแฟ้มเอกสารชุดใหญ่ในมือ "คุณธันวาครับ... แผนผังโครงสร้างล็อตใหม่จากสำนักงานใหญ่มาถึงแล้ว— เอ๊ะ! ผมเข้ามาขัดจังหวะอะไรหรือเปล่าครับเนี่ย?" ธันวาถอยตัวกลับทันที ใบหน้ากลับคืนสู่ความเรียบเฉยราวน้ำแข็งอย่างรวดเร็ว พิมพ์ตะวันรีบกระแอมไอแก้เก้อแล้วก้าวถอยหลังออกมาตั้งหลัก หน้าแดงก่ำด้วยความเขินอายปนหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะในวินาทีสำคัญ ดรากอนไรเดอร์ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ
สารจากนักเขียน (ดรากอนไรเดอร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากกล้ากับวิศวกรหน้านิ่งที่พยายามไม่หวั่นไหว นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%