เซฟเฮาส์ไร้ชื่อกับดีไซเนอร์ปากแจ๋ว•ตอนที่ 27

รอยยิ้มแรก

ผลงานโดย แบล็กสมิธในตำนาน
เศษผงยิปซัมขาวโพลนราวกับหิมะโปรยปรายลงบนพื้นปูนเปลือยขัดมัน กลิ่นฉุนของกาวอีพ็อกซี่และสีน้ำมันเกรดพรีเมียมลอยอบอวลผสมผสานกันในอากาศ ปะปนกับเสียงถอนหายใจยาวเหยียดที่ดังลอดออกมาจากไรหนวดคริ้มของสถาปนิกหนุ่มผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเนี๊ยบ ศิลายืนนิ่งสนิทราวกับรูปปั้นหินอ่อนที่ถูกแกะสลักขึ้นมาอย่างประณีต ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตากวาดมองโครงสร้างผนังโค้งมนสไตล์มินิมอลที่เพิ่งติดตั้งเสร็จสมบูรณ์เมื่อไม่กี่วินาทีก่อน รอยต่อของวัสดุเรียบเนียนสนิทไร้ที่ติ แสงไฟ LED แอบซ่อนอยู่ตามแนวคิ้วบัวส่องประกายสาดสลับขับเน้นมิติของเนื้อผิวปูนฉาบพิเศษให้ดูหรูหราและดิบเท่ในเวลาเดียวกัน งานยากระดับหินที่ใช้เวลาอดหลับอดนอนติดต่อกันสามวันสามคืนบัดนี้เสร็จสิ้นลงแล้วอย่างงดงาม "อย่าแม้แต่จะคิดขโมยซีนผมด้วยสายตาภูมิอกภูมิใจแบบนั้นนะ คุณสถาปนิก" เสียงหวานห้าวแต่เจือแววเย้าแหย่ดังขึ้นจากมุมห้อง รินรดาก้าวเท้าเข้ามาใกล้ด้วยท่าทีสบายๆ ในมือถือแก้วกาแฟดำเย็นจัดที่หยดน้ำเกาะพราว เจ้าตัวสวมเสื้อเชิ้ตโอเวอร์사이즈พับแขนขึ้นลวกๆ กางเกงสแลคเข้ารูปที่เปื้อนคราบสีเล็กน้อยไม่ได้ทำให้ความโดดเด่นลดลงเลยแม้แต่น้อย ดีไซเนอร์ปากเก่งปราบเซียนหยุดยืนเคียงข้างร่างสูง พร้อมกับใช้ไหล่ชนเบาๆ เป็นเชิงหยอกเย้า ศิลาไม่ขยับหนี เขายังคงจ้องมองผลงานเบื้องหน้าด้วยแววตาที่ลึกล้ำเกินกว่าจะคาดเดา "ถ้าไม่มีแบบร่างบ้าๆ ของคุณที่แก้ไปแก้เจ็ดรอบ โครงสร้างนี้คงพังไม่เป็นท่าตั้งแต่วันแรกแล้วครับ" ศิลาเอ่ยตอบเสียงทุ้มต่ำ น้ำเสียงเรียบเรื่อยแต่มุมปากข้างขวาของเขากลับกระตุกขึ้นเล็กน้อย—เพียงเสี้ยววินาที—แต่มันชัดเจนพอที่จะทำให้หัวใจของคนมองกระตุกวูบ รินรดะชะงักไป ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว ตลอดเวลาหลายเดือนที่ร่วมงานกันในเซฟเฮาส์ลับแห่งนี้ ศิลาในสายตาของเขาคือหุ่นยนต์ติดแอร์ที่ไร้ความรู้สึก เป็นคนจำพวกที่พร้อมจะกางตำรากฎหมายและหลักวิศวกรรมมาฟาดฟันได้ทุกเมื่อหากเขาเสนอไอเดียแหวกแนวออกนอกกรอบ แม้แต่ตอนที่งานผ่านฉลุย ศิลาก็ทำได้แค่พยักหน้ารับแบบขอไปทีแล้วสั่งแก้งานเพิ่มด้วยซ้ำ แต่นี่... นี่คืออะไร? รอยยิ้ม? ศิลาผู้เย่อหยิ่งกำลังยิ้มอยู่จริงๆ อย่างนั้นหรือ? ไม่ใช่รอยยิ้มเยาะเย้ย ไม่ใช่รอยยิ้มมุมปากแบบนักธุรกิจเจ้าเล่ห์ แต่มันคือรอยยิ้มจางๆ ที่ฉายชัดอยู่ในแววตาคู่คม คล้ายกับความโล่งใจผสมผสานกับความภาคภูมิใจอย่างเงียบงัน เป็นความอ่อนโยนที่ถูกซ่อนไว้ใต้เกราะเหล็กหนามาตลอด และเมื่อมันถูกปลดปล่อยออกมาในบรรยากาศเงียบสงบยามค่ำคืนแบบนี้ รัศมีของมันกลับทรงพลังเสียจนทำเอาคนปากจัดอย่างรินรดาถึงกับพูดไม่ออก "นี่..." รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก พยายามควบคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่นพร่า "คุณ... ยิ้มเหรอเนี่ย? โลกกำลังจะแตกหรือเปล่าศิลา หรือว่าสมองคุณกระทบกระเทือนตอนปีนขึ้นไปติดไฟเพดานฮะ" ศิลาหันขวับมามองหน้าคนตัวเล็กกว่า ระยะห่างระหว่างกันในตอนนี้เหลือเพียงแค่คืบ กลิ่นหอมจางๆ ของสบู่เด็กผสมกับกลิ่นกาแฟคั่วเข้มลอยแตะจมูกจนศิลาต้องเป็นฝ่ายก้าวถอยหลังครึ่งก้าวเพื่อรักษาพื้นที่ส่วนตัว แต่ทว่า... รินรดากลับเป็นฝ่ายก้าวตาม ประชิดเข้ามาใกล้เสียจนแผงอกแนบชิดกับไหล่กว้าง "ปากเก่งไม่เปลี่ยนเลยนะครับ" ศิระกระซิบเสียงพร่า ลendตัวลงมาเล็กน้อยเพื่อให้ใบหน้าอยู่ในระดับเดียวกัน ดวงตาคมเข้มคู่นั้นดึงดูดสายตาของรินรดาให้อยู่กับที่ราวกับถูกสะกดจิต "ดีไซเนอร์ปากแจ๋วอย่างคุณ น่าจะลองหุบปากแล้วชื่นชมผลงานตัวเองบ้างนะ" "ผมชื่นชมอยู่... แต่กำลังคิดว่าผลงานตรงหน้ากับคนข้างๆ เนี่ย อันไหนมันน่าปวดหัวกว่ากันต่างหาก" รินรดาลอยหน้าลอยตาเถียงกลับ แม้หัวใจจะเต้นรัวเร็วจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก ใบเนียนใสขึ้นสีแดงระเรื่อโดยธรรมชาติที่เจ้าตัวพยายามซ่อนไว้ภายใต้ท่าทางยโส ศิลาจ้องมองริมฝีปากที่ขยับเถียงฉอดๆ นั้นด้วยประกายตาที่เปลี่ยนไป ความสุขุมนุ่มลึกเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความร้อนรุ่มที่ก่อตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบ มือหนายื่นออกไปช้าๆ ปลายนิ้วเรียวยาวเอื้อมไปปัดเศษยปซัมสีขาวที่ติดอยู่บริเวณข้างแก้มเนียนของรินรดาออกให้อย่างเบามือ สัมผัสอุ่นจัดที่แนบลงบนผิวเนื้อทำเอาดีไซเนอร์หนุ่มถึงกับสะดุ้งเฮือก นัยน์ตาสั่นไหววูบด้วยความตกใจ ไม่มีใครเอื้อนเอ่ยคำใดออกมาอีก เสียงลมหายใจของทั้งคู่ที่ผสานกันในความเงียบงันช่างดังชัดเจนเสียเหลือเกิน เคมีที่คุุกรุ่นและแรงดึงดูดประหลาดระหว่างสถาปนิกผู้เคร่งขรึมกับดีไซเนอร์ปากร้ายเดินทางมาถึงจุดเดือดที่ยากจะต้านทาน ศิลาก้มหน้าลงช้าๆ ระยะห่างลดลงเรื่อยๆ จนลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดริมฝีปากของกันและกัน รินรดาหลับตาลงอย่างเผลอไผล เตรียมรับสัมผัสที่รอคอย... *ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!* เสียงเคาะประตูกระจกบานเลื่อนด้านนอกดังขึ้นอย่างไร้กาลเทศะ ตามมาด้วยเสียงเปิดประตูพรวดพราดพร้อมกับเสียงตะโกนโกลาหลของลูกน้องหนุ่มที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามา "คุณศิลาครับ! ตายแล้ว! ท่อเมนน้ำหลักที่ชั้นใต้ดินแตก น้ำกำลังทะลักเข้าห้องเก็บแบบแปลนต้นฉบับแล้วครับ!" ศิลาชะงักกึก เปลือกตาที่ปิดลงลืมตาขึ้นทันที ประกายความอ่อนโยนเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา ถูกแทนที่ด้วยแววตาดุดันและเฉียบคมดั่งเหล็กกล้า รินรดาผละถอยหลังออกมาอย่างรวดเร็ว ใบหน้าร้อนผ่าวด้วยความเขินอายปนหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะในวินาทีสำคัญ ศิลาหันไปมองลูกน้องด้วยแววตาฆ่าคน ก่อนจะหันกลับมาสบตากับรินรดาที่ยืนเม้มปากแน่นด้วยความโมโห "ดูท่าทาง... ค่ำคืนของเราคงไม่ได้จบลงง่ายๆ แล้วล่ะครับ" ศิลาเอ่ยเสียงเรียบ แต่แววตากลับระอุด้วยไฟความท้าทาย "ถ้าแปลนต้นฉบับเสียหายแม้แต่แผ่นเดียว คุณเตรียมตัวโดนผมเฉ่งหัวได้เลยศิลา!" รินรดาแหวใส่แก้เก้อ ก่อนจะก้าวฉับๆ เดินนำลิ่วออกไป ทิ้งให้สถาปนิกหนุ่มยืนมองตามด้วยมุมปากที่กระตุกยิ้มขึ้นอีกครั้งอย่างห้ามไม่อยู่ ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและร่วมฟินไปกับตัวละครของเราด้วยกันเสมอนะครับ
สารจากนักเขียน (แบล็กสมิธในตำนาน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ไร้ชื่อกับดีไซเนอร์ปากแจ๋ว นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%