เสียงปรบมือแปะๆ สองครั้งดังขึ้นในความเงียบงันของห้องรับแขก มันไม่ใช่เสียงปรบมือชื่นชม แต่มันคือเสียงเยาะเย้ยถากถางที่ดังบาดแก้วหูจนศิลาต้องขบกรามแน่น
บรรยากาศหวานชื่นและจังหวะหายใจที่เคยประสานกันอย่างไร้รอยต่อระหว่างเขากับรินรดาเมื่อไม่กี่วินาทีก่อนหน้านี้ ถูกกระชากขาดวิ่นลงอย่างไม่ใยดี รินรดาชักมือกลับจากการกุมกระชับของศิลาอย่างรวดเร็ว ดวงตาเรียวสวยคู่เดิมฉายแววระแวดระวังและเย็นชาขึ้นมาทันที ขณะที่ศิลาก้าวเท้าขนาบข้างร่างบางโดยสัญชาตญาณ ปกป้องและบังคับให้รินรดาอยู่ด้านหลังของเขาโดยอัตโนมัติ
“ขอโทษที่ต้องขัดจังหวะช่วงเวลาหวานชื่น... แต่ดูเหมือนพวกคุณจะลืมไปแล้วสินะว่า ใครคือคนจ่ายเงินจ้างพวกคุณมาทำงานนี้”
น้ำเสียงกวนประสาทและคุ้นเคยดังมาจากความมืดตรงโถงทางเดิน เจ้าของร่างสูงโปร่งในชุดสูทแบรนด์เนมราคาแพงก้าวเข้ามาในแสงไฟสลัวของเซฟเฮาส์ ใบหน้าเรียวได้รูปนั้นประดับด้วยรอยยิ้มเยาะที่ชวนให้อยากซัดสักหมัดให้คว่ำคาน รวิชญ์... ลูกค้าผู้ว่าจ้างโปรเจกต์นี้ และเป็นตัวปัญหาชิ้นโตที่ศิลาพยายามหลบหน้ามาตลอดชีวิตการทำงานบทใหม่
ศิลาสูดหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์กรุ่นโกรธที่กำลังตีตื้นขึ้นมาในอก ดวงตาคมกริบดั่งเหล็กกล้าจ้องมองผู้มาเยือนอย่างไม่เกรงกลัว “ดึกดื่นป่านนี้แล้ว คุณเข้ามาในเซฟเฮาส์ส่วนตัวของผมโดยไม่ได้รับอนุญาตได้อย่างไร รวิชญ์”
“โอ๊ะๆ อย่าทำหน้าดุใส่ผมแบบนั้นสิครับ สถาปนิกผู้สูงส่ง” รวิชญ์หัวเราะในลำคอ ทอดสายตามองสำรวจรอบห้องราวกับกำลังประเมินราคาสินค้าในตลาดสด ก่อนจะหยุดสายตาไว้ที่รินรดาที่ยืนอยู่ด้านหลังศิลา “ส่วนคุณ... ดีไซเนอร์ปากแจ๋วคนเก่ง ดูท่าทางคุณจะมีความสุขดีเหลือเกินนะกับการทำงานร่วมกับผู้ชายคนนี้ ทั้งๆ ที่ถ้าขุดคุ้ยประวัติจริงๆ ขึ้นมาแล้วล่ะก็ คุณอาจจะวิ่งหนีแทบไม่ทันก็ได้”
รินรดาขมวดคิ้วมุ่น ไม่ยอมก้มหัวให้กับการข่มขู่ทางจิตวิทยา ร่างบางก้าวออกมาจากด้านหลังของศิลาครึ่งก้าว เชิดหน้าขึ้นสู้สายตาอย่างไม่เกรงกลัว “ถ้ามีอะไรจะพูดก็พูดมาตรงๆ อย่ามาทำตัวเป็นพวกดีแต่ออกความเห็นในที่ลับหลัง คนมีความมั่นใจเขาไม่ใช้วิธีสกปรกแบบนี้หรอกค่ะ เอ้ย... แบบนี้หรอกครับ”
รินรดาเผลอหลุดปากเกือบใช้สรรพนามผิด แต่ก็ดึงกลับมาทันด้วยความรวดเร็ว ศิลาเหลือบมองเสี้ยวหน้าของคนข้างกายแวบหนึ่ง มุมปากหยักลึกเผลอยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างไม่รู้ตัว แม้ในสถานการณ์ที่ตึงเครียดเช่นนี้ รินรดาก็ยังไม่เคยสูญเสียความพยศและลายเซ็นของความเป็นตัวเองไปเลยแม้แต่น้อย
“ปากกล้าดีนี่สมกับที่เป็นลูกรักวงการออกแบบ” รวิชญ์ยิ้มเหี้ยม ควักซองเอกสารสีน้ำตาลออกจากกระเป๋าเสื้อสูท โยนมันลงบนโต๊ะกลางห้องเสียงดัง *ปึก!* จนแก้วกาแฟบนโต๊ะสั่นสะเทือน “งั้นก็ลองเปิดดูสิครับเอกสารในนั้น แล้วตอบผมทีว่า คุณยังจะกล้าชมว่าผู้ชายที่คุณยืนเคียงข้างอยู่คนนี้ เป็นสถาปนิกมือหนึ่งผู้ไร้มลทินอยู่อีกไหม”
ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องอีกครั้ง ศิลายืนนิ่งสนิท กล้ามเนื้อทุกส่วนบนแผ่นหลังตึงเกร็ง สายตาคมกริบมองซองเอกสารนั้นด้วยความรู้สึกที่หนักอึ้งราวกับมีภูเขาทั้งลูกมากดทับ ปมในอดีตที่เขาพยายามฝังกลบมันลงไปในหลุมศพแห่งความล้มเหลว กำลังถูกขุดคุ้ยขึ้นมาประจานต่อหน้าคนที่เขาแคร์ความรู้สึกมากที่สุดในตอนนี้
รินรดาหันไปมองหน้าศิลา สังเกตเห็นสันกรามที่ขบเข้าหากันจนขึ้นสันนูน และมือหนาที่กำเข้าหากับลำตัวแน่นจนสั่นเทาเล็กน้อย เซנסอันเฉียบคมบอกรินรดาทันทีว่า เอกสารในซองนั้นไม่ใช่เรื่องธรรมดา และมันคือแผลเป็นในอดีตที่ศิลาพยายามปกปิดมาตลอด
“ไม่ต้องไปสนใจมัน ริน” ศิลาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงต่ำทุบ รอดไรฟันออกมาเบาๆ มือหนายื่นออกไปหมายจะคว้าซองเอกสารนั้นทิ้งลงถังขยะ
แต่มันช้าไปเสียแล้ว รินรดาไวรัสกว่า มือเรียวบางเอื้อมไปคว้าซองเอกสารสีน้ำตาลนั้นขึ้นมาก่อนที่ศิลาจะทันได้แตะต้อง ดวงตากลมโตคู่สวยมองหน้าศิลาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยคำถามและร่องรอยของความกังวลใจลึกๆ
“ถ้ามันเป็นเรื่องที่คุณต้องเผชิญหน้า... ฉันมีสิทธิ์ที่จะรู้ว่าฉันกำลังทำงานอยู่กับใครกันแน่ ศิลา” รินรดากล่าวเสียงเรียบ แม้หัวใจจะเต้นระรัวด้วยความหวาดหวั่นไม่แพ้กัน
นิ้วเรียวค่อยๆ ดึงลิ้นซองเอกสารออก เปิดเผยกระดาษปึกหนาที่อยู่ด้านใน แสงไฟสลัวสาดกระทบลงบนหน้าแรกของเอกสาร ภาพถ่ายและตัวหนังสือพาดหัวข่าวตัวโตที่ปรากฏอยู่ตรงหน้า ทำให้ลมหายใจของรินรดาติดขัดไปชั่วขณะ
*‘สถาปนิกดาวรุ่งพิจิตร... โครงการหรูถล่มคร่าชีวิตคนงาน ความประมาทหรือฆาตกรรมทางวิศวกรรม?’*
รินรดาเบิกตากว้าง หันขวับกลับไปมองหน้าชายหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างๆ ทันที ภาพของศิลาผู้เจ้าระเบียบ สุขุม และละเอียดรอบคอบในปัจจุบัน ซ้อนทับเข้ากับภาพข่าวความล้มเหลวครั้งใหญ่ในอดีตที่เกือบทำลายชีวิตคนคนหนึ่งให้พินาศสิ้น
ศิลาหลับตาลงช้าๆ ยอมรับความจริงที่ว่า อดีตที่เขาหนีมาตลอดชีวิต ได้ตามมาไล่ล่าเขาจนมุมเสียแล้วในค่ำคืนนี้
“ใช่... นั่นคือผลงานความล้มเหลวของผมเอง” ศิลาลืมตาขึ้น เผยให้เห็นแววตาที่เจ็บปวดแต่ไร้ซึ่งการหลบหนีอีกต่อไป “คุณจะเกลียดผม จะเดินออกไปจากที่นี่ตอนนี้เลยก็ได้ ริน”
รินรดากลืนก้อนสะอื้นลงคอ หัวใจกระหน่ำเต้นรัวด้วยความสับสนและความรู้สึกที่ตีรวนกันมั่วซุมไปหมด มือบางกำกระดาษในมือแน่นจนยับยู่ยี่ ขณะที่รวิชญ์ยืนกอดอกมองภาพตรงหน้าด้วยรอยยิ้มสะใจราวกับผู้ชนะ
ทว่า ในวินาทีที่ความกดดันพุ่งขึ้นถึงขีดสุด เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ก็ดังขึ้นที่หน้าประตูเซฟเฮาส์ พร้อมกับเสียงเคาะประตูสามครั้งรุนแรง ก่อนที่ประตูบานใหญ่จะถูกผลเปิดผางเข้ามาอย่างไร้มารยาทโดยบุคคลที่สามที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะปรากฏตัว ณ ที่แห่งนี้
“ขอโทษทีที่ต้องขัดจังหวะการรื้อฟื้นอดีตอันแสนเจ็บปวด... แต่ดูเหมือนตำรวจทางหลวงจะมีหมายจับศิลาในข้อหาฆาตกรรมโดยประมาทคดีใหม่แล้วล่ะครับ”
เสียงทุ้มต่ำอันคุ้นเคยเอ่ยขึ้น พร้อมกับรอยยิ้มเยียบเย็นของสารวัตรธนาที่ก้าวเข้ามาพร้อมหมายศาลในมือ และนั่นคือภาพสุดท้ายก่อนที่โลกทั้งใบของศิลากับรินรดาจะพลิกคว่ำคะมำหงายลงในชั่วพริบตา...
---
*ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางฝ่าฟันอุปสรรคไปกับศilกับรินรดานะครับ*
เซฟเฮาส์ไร้ชื่อกับดีไซเนอร์ปากแจ๋ว•ตอนที่ 14
กลิ่นอายของความล้มเหลว
ผลงานโดย แบล็กสมิธในตำนาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบล็กสมิธในตำนาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ไร้ชื่อกับดีไซเนอร์ปากแจ๋ว นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!