เพี๊ยะ!
เสียงฝ่ามือกระทบเนื้อหนาๆ ดังสนั่นหวั่นไหวสะท้อนก้องไปทั่วผนังดินเหนียวที่ผุพัง แรงปะทะนั้นมากพอจะทำให้ใบหน้าซีกหนึ่งของหลินฟางชาดิก รสชาติเค็มปร่าของเลือดคละคลุ้งอยู่ในโพรงปากทันที ทว่าสิ่งที่ทำให้สมองของเธอกระตุกไม่ใช่ความเจ็บปวด หากเป็นความทรงจำแปลกปลอมนับร้อยฉากที่ไหลทะลักเข้ามาในหัวราวกับเขื่อนแตก
นี่เธอยังไม่ตาย?
ในฐานะเชฟมือหนึ่งของภัตตาคารระดับมิชลินสตาร์ หลินฟางจำได้แม่นว่าเธอเพิ่งจะสับหมูสามชั้นสำหรับทำเคาأฺคยกหม้อดินในห้องครัวของตัวเอง แต่เสี้ยววินาทีต่อมา โครงเหล็กเพดานห้องครัวอายุหลายสิบปีก็พังครืนลงมาทับร่าง ทว่าพอลืมตาตื่นขึ้นมา กลับไม่ได้อยู่บนเตียงโรงพยาบาลกลิ่นยาฆ่าเชื้อ แต่กลับเป็นยุค 1970 ในร่างของหญิงสาวชาวนาผอมแห้งแรงน้อยคนหนึ่งที่มีชื่อแซ่เดียวกัน แถมของขวัญต้อนรับการฟื้นคืนชีพยังเป็นการฟาดฝ่ามือชุดใหญ่จาก "แม่สามี" จอมแสบแห่งตระกูลจาง
"นังตัวดี! แกคิดจะแกล้งตายเพื่อหนีงานเกี่ยวข้าวหรือไง!"
เสียงแหลมสูงบาดหูของนางหวัง แม่สามีดังขึ้นพร้อมกับเงื้อมือหมายจะตบลงมาซ้ำอีกรอบ นางหวังในชุดเสื้อผ้าเก่าปะชุนจ้องมองลูกสะไภ้ด้วยสายตารังเกียจเดียดฉันท์ราวกับมองเศษขยะเปียกปูนบนพื้นดิน ในสายตาของตระกูลจาง หลินฟางคนเก่าเป็นเพียงภาระถ่วงความเจริญ เป็นผู้หญิงอ่อนแอที่แม้แต่จะตักน้ำหาบฟืนก็ยังทำไม่ได้ดี แถมสามีของนางอย่างจางหยวนก็เพิ่งถูกส่งตัวไปปฏิบัติภารกิจลับทางทหารอย่างไร้กำหนด นางหวังจึงถือโอกาสนี้โขกสับและปฏิบัติกับหลินฟางราวกับทาสในเรือนเบี้ย
ทว่า... นั่นคือเรื่องของหลินฟางคนเก่า
หลินฟางคนปัจจุบันเหยียดยิ้มที่มุมปาก ดวงตาคมกริบที่เคยหวาดกลัวแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาและเฉียบคมราวกับใบมีดสเตนเลสชั้นดีที่เพิ่งลับคม ทันทีที่นางหวังเงื้อมือขึ้นมาอีกครั้ง มือเรียวบางแต่เต็มไปด้วยพลังจากการจับกระทะเหล็กหนักสิบชั่งมาค่อนชีวิตก็คว้าหมับเข้าที่ข้อมือเหี่ยวย่นนั้นอย่างแม่นยำและรวดเร็วราวกับสายฟ้าแลบ
"โอ๊ย! นังลูกสะไภ้ตระกูลหลิน แกกล้าจับมือฉันรึ! ปล่อยนะ!" นางหวังร้องโวยวายด้วยความตกใจเมื่อพบว่าแรงบิดที่ข้อมือนั้นแข็งแกร่งจนผิดวิสัยของหญิงสาวชาวนาอ่อนแอ นางพยายามสะบัดออกแต่กลับพบว่ามันแน่นหนาราวกับคีมเหล็ก
"พอได้แล้วครับ... เอ๊ย พอได้แล้วมั้งครับ คุณแม่" หลินฟางเกือบเผลอหลุดปากพูดสำนวนสมัยใหม่ แต่ก็ปรับเปลี่ยนน้ำเสียงให้ราบเรียบและทรงพลังพอที่จะทำให้นางหวังชะงักงัน เธอปัดมือของแม่สามีออกอย่างไม่ไยดี พร้อมกับลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แม้ร่างกายนี้จะผอมบาง แต่รัศมีคุกคามที่แผ่ออกมาจากตัวเธอกลับทำให้คนแก่ใจร้ายถึงกับถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว
"แก... แกกล้าดียังไงมาทำกิริยาต่ำช้าใส่ฉัน! ตั้งแต่แต่งเข้าบ้านจางมา แกทำประโยชน์อะไรได้บ้าง นอกจากกินข้าวเปลืองไปวันๆ วันนี้ถ้าแกไม่ไปเกี่ยวข้าวแปลงทางเหนือให้เสร็จ อย่าหวังว่าจะได้ก้าวเท้าเข้าบ้านหลังนี้อีก!" นางหวังชี้หน้าด่าด้วยความโมโหที่เสียหน้า แต่หลินฟางกลับทำเพียงแค่ใช้หลังมือเช็ดคราบเลือดที่มุมปากออกช้าๆ
"เกี่ยวข้าวเหรอครับ? แดดเปรี้ยงขนาดนี้ ข้าวยังไม่ทันเกี่ยว มือฉันก็คงพองตายเสียก่อน... อีกอย่าง ในเมื่อตระกูลจางบอกว่าฉันเป็นแค่ปากท้องไร้ประโยชน์ งั้นเรามาตกลงกันให้ชัดเจนดีกว่าไหมครับ" หลินฟางก้าวเข้าไปประชิดตัวแม่สามีทีละก้าว สายตาคุกคามทำให้นางหวังรู้สึกหนสันหลังวาบอย่างประหลาด
ก่อนที่สถานการณ์ในห้องโถงจะปะทุเดือดไปมากกว่านี้ เสียงเคาะประตูรั้วไม้ไผ่หน้าบ้านก็ดังขึ้น ปังๆๆ ตามด้วยเสียงตะโกนห้าวทุ้มของเพื่อนบ้านที่วิ่งหน้าตื่นเข้ามา
"ป้าหวัง! แย่แล้ว! เจ้าสามจาง... จางหยวน สามีของนังฟางน่ะ... เขา..."
หลินฟางชะงัก หัวใจในอกกระตุกวูบ ความทรงจำของร่างนี้บอกเธอทันทีว่า "จางหยวน" สามีในนามที่เธอไม่เคยแม้แต่จะเห็นหน้าชัดๆ คือเสาหลักคนเดียวของบ้าน และยังเป็นชายหนุ่มผู้ขึ้นชื่อเรื่องความดิบเถื่อน เด็ดขาด ไร้ความปรานีต่อศัตรู แต่กลับเป็นสุภาพบุรุษเงียบขรึมในยามที่อยู่กับคนในครอบครัว ทว่าข่าวที่กำลังจะหลุดออกจากปากของเพื่อนบ้านคนนี้ กลับไม่ใช่ข่าวดีอย่างแน่นอน
นางหวังหน้าถอดสี รีบผลักหลินฟางออกแล้ววิ่งกระหืดกระหอบไปเปิดประตูรั้ว โดยมีหลินฟางก้าวตามไปติดๆ ด้วยความอยากรู้ว่าชะตากรรมในยุค 70 นี้กำลังจะโยนบททดสอบอะไรมาให้เธออีก
หน้าบ้านพักทรุดโทรม ร่างสูงใหญ่ในชุดทหารสีเขียวเข้มที่เต็มไปด้วยคราบโคลนและรอยขาดวิ่นกำลังยืนพิงเสารั้วไม้ไผ่ ศีรษะและแขนข้างหนึ่งพันด้วยผ้าพันแผลเปื้อนเลือด ใบหน้าคมคายมีรอยแผลเป็นลากยาวผ่านโหนกแก้มเพิ่มความน่าเกรงขาม แต่ดวงตาสคมกล้าคู่นั้นกลับกวาดมองหาใครบางคนทันทีที่ประตูเปิด
จางหยวนกลับมาแล้ว... และเขากลับมาพร้อมกับข่าวใหญ่ที่สั่นสะเทือนไปทั้งหมู่บ้าน
หลินฟางหรี่ตามองสามีหมาดๆ ของตนเอง ประเมินจากสรีระและกล้ามเนื้อที่ซ่อนอยู่ภายใต้เสื้อผ้าขาดวิ่น ผู้ชายคนนี้ไม่ใช่แค่ทหารธรรมดาอย่างแน่นอน และสัญชาตญาณของเธอก็บอกว่า การมีสามีเป็นทหารบาดเจ็บกลับมาบ้านในเวลานี้ อาจเป็นทั้งวิกฤตและโอกาสครั้งใหญ่ในการพลิกชีวิตของเธอ
จางหยวนสบตากับภรรยาที่ยืนนิ่งอยู่หลังแม่สามี แววตาของเขาไหววับชั่วขณะ ก่อนที่ริมฝีปากหยักจะได้รูปจะเอื้อนเอ่ยประโยคที่ทำให้ทุกคนในที่นั้นอ้าปากค้าง
"ผมปลดประจำการแล้ว... และจากนี้ไป ใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์รังแกภรรยาผมทั้งนั้น"
***
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางย้อนเวลามาเปิดครัวและสร้างเนื้อสร้างตัวไปกับหลินฟางนะครับ!
แม่ครัวมือทองสะบัดตะหลิว พลิกชีวิตชนบทให้มั่งคั่ง•ตอนที่ 1
ฟื้นขึ้นมาในกระท่อมผุพัง
ผลงานโดย ใบชาหอมหมื่นลี้
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ใบชาหอมหมื่นลี้)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แม่ครัวมือทองสะบัดตะหลิว พลิกชีวิตชนบทให้มั่งคั่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
