รหัสลับทายาทมรณะ: 55 ชั่วโมงล่าวิญญาณบาตร•ตอนที่ 45

การเดินทางสู่วันวาน

ผลงานโดย แฟ้มคดีลับ007
เสียงเบรกมือถูกดึงขึ้นด้วยแรงที่มากเกินความจำเป็น จนกลไกโลหะส่งเสียงลั่นเอี๊ยดบาดหู ท่ามกลางความเงียบงันของผืนป่าสนทึบที่ปกคลุมรอบด้าน สารวัตรปกรณ์ไม่ได้ดับเครื่องยนต์ เสียงเครื่องยนต์คำรามเบาๆ ในรอบเดินเบาเคล้าไปกับเสียงหอบหายใจของเขาเอง แววตาของนายตำรวจหนุ่มจ้องมองผ่านกระจกหน้ารังสีความมืดไปยังบ้านพักไม้สักสองชั้นที่ตั้งตระหง่านอยู่ริมทะเลสาบ เบื้องหน้า ภาพความทรงจำสีเลือดเมื่อห้าปีก่อนฉายซ้ำขึ้นมาในหัวสมองอย่างชัดเจนราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน กลิ่นอายความชื้นของไอหมอกปะปนกับกลิ่นสนิมเหล็กจางๆ ที่ปกรณ์จินตนาการขึ้นมาเอง มันคือกลิ่นแห่งความสูญเสียที่เกาะกินหัวใจเขามาตลอดครึ่งทศวรรษ สมาร์ตโฟนบนคอนโซลหน้ารถสั่นครืดคราดพร้อมกับหน้าจอที่สว่างวาบขึ้นมา ข้อมูลเสียงที่ถูกส่งตรงมาจากกองปราบปรามถูกเปิดเล่นอัตโนมัติด้วยฝีมือของมินตรา เสียงปลายสายที่เต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและเสียงหอบหายใจลอดผ่านลำโพงบลูทูธ "สารวัตร! คุณฟังฉันอยู่หรือเปล่าคะ... เอ๊ย... เอ่อ... สารวัตรครับ! ระบบคอมพิวเตอร์หลักของกองปราบถูกเจาะแล้ว รหัสผ่านที่ใช้ในการเข้าถึงฐานข้อมูลลับระดับสี่ถูกเปลี่ยนโดยใช้รหัสส่วนตัวของท่านเอง!" เสียงของมินตราตะโกนลั่นผ่านเครื่องมือสื่อสาร เสียงคีย์บอร์ดรัวเร็วเป็นระยะสะท้อนความอลหม่านเบื้องหลัง "และที่แย่ไปกว่านั้น... โรมไม่ได้แค่ส่งข้อความเล่นเกมจิตวิทยาธรรมดา ไฟล์วิดีโอที่ถูกตั้งเวลาส่งออกมาพร้อมกันระบุว่า... คนที่ฆ่าน้องสาวของคุณเมื่อห้าปีก่อน ไม่ใช่ฆาตกรต่อเนื่องคนนั้น แต่เป็น..." เสียงสัญญาณขาดหายไปพร้อมกับหน้าจอสมาร์ตโฟนที่ดับสนิท กลายเป็นความมืดมิดสนิท ปกรณ์กำพวงมาลัยรถแน่นจนเส้นเลือดปูดโปนที่หลังมือ ข้อต่อกระดูกนิ้วขาวซีด ดวงตาคมกริบฉายแวววาวโรจน์ด้วยความโกรธเกรี้ยวและสับสนระคนกัน เขากัดกรามแน่นจนกล้ามเนื้อขากรรไกรเต้นตุบ คำพูดของโรมจากตอนที่แล้วยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท *“คนทรยศไม่ได้มีแค่คนเดียวนะครับ”* นี่คือกับดัก... เขารู้ดีแก่ใจ โรมจงใจต้อนเขาให้กลับมายังจุดเริ่มต้น เพื่อรื้อฟื้นแผลเป็นที่ไม่มีวันหาย และเพื่อเปิดโปงความจริงบางอย่างที่อำนาจมืดพยายามปกปิดมาตลอดห้าปี ปกรณ์ผลักประตูรถเปิดออก ลมหนาวริมทะเลสาบพัดกระโชกเข้าปะทะใบหน้าคมเข้มทันที ความหนบหนาวเหน็บเสียดแทงลงไปถึงกระดูกดำ แต่ไม่เท่ากับความหนIวในขั้วหัวใจ เขาก้าวเท้าลงเหยียบบนพื้นดินลูกรังที่เปียกชื้น เสียงใบไม้แห้งกรอบใต้รองเท้าบู้ทดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันราวกับเสียงนาฬิกานับถอยหลัง บ้านพักริมทะเลสาบหลังนั้น ประตูไม้สักบานใหญ่เปิดแง้มไว้ครึ่งหนึ่ง ราวกับกำลังรอคอยการกลับมาของผู้เป็นเจ้าของที่แท้จริง แสงไฟนีออนสีส้มสลัวๆกระพริบไหวอยู่ภายในตัวบ้าน ราวกับมีใครบางคนกำลังจุดเทียนต้อนรับการกลับมาของแขกผู้ไม่ได้รับเชิญ ปกรณ์ชักอาวุธประจำกายขนาด 9 มิลลิเมตรออกจากซองพกข้างเอวอย่างรวดเร็ว ปลอกนิ้วชี้ทาบไปตามโครงปืนเพื่อเตรียมพร้อมเหนี่ยวไก สัญชาตญาณนักสืบและผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาอาชญากรทำงานเต็มพิกัด เขากวาดสายตามองสำรวจรอบบริเวณบ้านอย่างละเอียด หน้าต่างกระจกบานใหญ่ที่เคยแตกกระจายในคืนวันเกิดเหตุ บัดนี้ได้รับการซ่อมแซมจนเรียบร้อย แต่ความรู้สึกกดดันและบรรยากาศอันน่าสะพรึงกลัวยังคงหนาแน่นไม่เปลี่ยนแปลง ก้าวแรกที่ปกรณ์เดินขึ้นบันไดไม้หน้าบ้าน เสียงเอี๊ยดอ๊าดดังขึ้นทำลายความเงียบ เขากลั้นหายใจ ผลักประตูบานนั้นให้เปิดกว้างออกด้วยมือข้างซ้าย ขณะที่มือขวายกปืนเล็งตรงไปข้างหน้า กลิ่นอับของฝุ่นละอองและกระดาษเก่าผสมผสานกับกลิ่นจางๆ ของน้ำหอมกลิ่นกุหลาบป่า กลิ่นเดียวกันกับที่เขาเคยพบในที่เกิดเหตุเมื่อห้าปีก่อน ภายในห้องโถงกว้าง แสงเทียนสีเหลืองนวลนับสิวดวงถูกจุดเรียงรายเป็นทางยาวบนพื้นไม้ปาร์เกต์ ทอดยาวนำไปสู่ห้องนั่งเล่นส่วนตัวด้านในสุด บนโต๊ะไม้กลางห้อง มีแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลเก่าคร่ำคร่าแฟ้มหนึ่งวางเด่นเป็นสง่า พร้อมกับคอมพิวเตอร์แล็ปท็อปที่เปิดหน้าจอค้างไว้ ภาพบนหน้าจอเป็นวิดีโอวงจรปิดภายในบ้านหลังนี้เมื่อห้าปีที่แล้ว ภาพของเด็กสาวคนหนึ่งกำลังนั่งร้องไห้กอดตุ๊กตาหมีตัวโปรด ก่อนที่เงาร่างของบุคคลปริศนาจะเดินเข้ามาด้านหลัง... ปกรณ์ก้าวเท้าเข้าไปใกล้โต๊ะช้าๆ หัวใจเต้นระรัวราวกับกลองศึก เขารู้สึกได้ถึงลมหายใจที่ร้อนผ่าวของตัวเอง เสียงฝีเท้าเบาหวิวขยับไหวอยู่ที่ชั้นสองของบ้าน ราวกับมีใครบางคนกำลังเดินจงใจให้เขาได้ยิน "รู้ไหมครับสารวัตร..." เสียงทุ้มนุ่มนวลอันคุ้นเคยดังแว่วมาจากความมืดตรงบันไดวนชั้นสอง น้ำเสียงนั้นราบเรียบ เย็นชา และเปี่ยมไปด้วยความเย้ยหยัน "การเดินทางสู่วันวาน มันไม่ได้มีไว้เพื่อชำระล้างความแค้นหรอกนะครับ... แต่มมันมีไว้เพื่อให้คุณตาสว่างต่างหากว่า คนที่คุณไว้ใจมากที่สุด คือคนที่ถือมีดแทงข้างหลังคุณมาตลอดสิบปี" ปกรณ์ชะงักฝีเท้า เขากำปืนในมือแน่นขึ้นจนสั่นระริก ดวงตาคมเข้มหันขวับขึ้นไปมองบนยอดบันได ความมืดมิดปกคลุมร่างของชายปริศนาที่สวมหน้ากากเงาสะท้อนแสงเทียนวาววับ แต่สิ่งที่ทำให้ลมหายใจของปกรณ์ต้องสะดุดกึก ไม่ใช่เงาของโรม... หากแต่เป็นเสียงฝีเท้าอีกคู่หนึ่งที่กำลังเดินก้าวลงมาจากห้องนอนชั้นบน พร้อมกับเสียงหัวเราะเบาๆ ที่คุ้นหูยิ่งกว่าสิ่งใด "ทำได้ดีมากครับสารวัตร... ในที่สุดคุณก็เดินมาถึงจุดสิ้นสุดของเกมนี้เสียที" ร่างของบุคคลในชุดสูทสีเข้มก้าวพ้นเงาสลัวลงมาทีละขั้น ปกรณ์เบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงจนแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง ปืนในมือแทบจะร่วงหล่นลงสู่พื้น เมื่อความจริงอันโหดร้ายเปิดเผยต่อหน้าในวินาทีนี้ "คุณ... เป็นไปไม่ได้..." ปกรณ์พึมพำเสียงสั่นเครือ ใบหน้าซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัด **[คลิฟฮังเกอร์ฮุก - Cliffhanger Hook]** ปลายกระบอกปืนสีดำสนิทไม่ได้เล็งมาจากมือของโรม แต่กลับถูกจ่อตรงมาที่ศีรษะของปกรณ์จากด้านหลังอย่างเงียบเชียบ พร้อมกับเสียงกระซิบกระซาบที่กระซิบข้างใบหูด้วยน้ำเสียงราบเรียบไร้ความปรานี *"ขอโทษด้วยนะครับสารวัตร... แต่คำสั่งของท่านผู้บัญชาการคือ เก็บกวาดพยานปากสุดท้ายให้เรียบร้อย"* ปกรณ์หลับตาลงรับความจริงในเสี้ยววินาทีที่นิ้วบนไกปืนกำลังจะถูกเหนี่ยวรั้งท่ามกลางความมืดที่กลืนกินทุกสิ่ง ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางอันมืดมนนี้ด้วยกันนะครับ "แฟ้มคดีลับ007"
สารจากนักเขียน (แฟ้มคดีลับ007)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รหัสลับทายาทมรณะ: 55 ชั่วโมงล่าวิญญาณบาตร นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%