"อย่าเพิ่งแตะต้องอะไรทั้งสิ้น สารวัตร"
น้ำเสียงของผมราบเรียบ ทว่าเฉียบขาดจนร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบของสารวัตรศิลาชะงักฝีเท้าลงทันที เขาหันกลับมามองผมด้วยแววตาขุ่นมัวตามสัญชาตญาณดิบของตำรวจรุ่นเก่าที่ไม่ชอบถูกสั่งโดย 'คนนอก' อย่างนักจิตวิทยาเช่นผม
"คุณรวินทร์ นี่มันที่เกิดเหตุ ไม่ใช่ห้องสมุดที่คุณจะมาเดินจงกรมวิเคราะห์หาหลักฐานแบบใจเย็นได้ ผมมีเวลาแค่ก่อนที่นักข่าวพวกนั้นจะแห่กันมาถึง" ศิลาพ่นลมหายใจแรง มือหนาขยับปืนที่เอวอย่างหงุดหงิด
ผมนิ่งเงียบ ปล่อยให้สายตาสำรวจร่างที่ไร้วิญญาณกลางสวนสาธารณะใจกลางเมืองหลวงแห่งนี้ แสงจันทร์คืนนี้สว่างจ้าจนน่ากลัว มันส่องกระทบใบหน้าของเหยื่อที่นอนสงบนิ่งอยู่บนผืนหญ้าเรียบกริบ เขาอยู่ในชุดสูทราคาแพง ใบหน้าไร้ร่องรอยของการขัดขืน ผิวพรรณซีดเผือด และที่น่าประหลาดที่สุด... ไม่มีรอยเลือด ไม่มีร่องรอยการต่อสู้ ไม่มีแม้แต่เศษดินติดอยู่ตามเสื้อผ้า
"มองดูมือเขาสิครับ ศิลา" ผมเอ่ยขึ้นพลางก้าวเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด แต่อยู่ในระยะที่ไม่ทำลายเส้นทางของหลักฐาน "เขากำอะไรบางอย่างอยู่"
ศิลาเลิกคิ้ว เขาโน้มตัวลงไปมองใกล้ๆ ก่อนจะสบถออกมาเบาๆ "กระดาษงั้นเหรอ? พับเป็นรูปอะไรน่ะ... นกกระเรียน?"
"ไม่ใช่แค่นกกระเรียนครับ" ผมทรุดตัวลงคุกเข่า ห่างจากศพในระยะที่พอเหมาะเพื่อสังเกตรายละเอียดรอบข้าง จิตใจของผมพยายามจำลองเหตุการณ์ ความเงียบของสวนสาธารณะยามวิกาลที่มักจะมีเสียงแมลง กลบด้วยความเงียบงันที่ผิดปกติ เหมือนกับว่าธรรมชาติเองก็หวาดกลัวต่อสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้า
"ไม่มีการต่อสู้ ไม่มีอาวุธ สวนสาธารณะที่มีกล้องวงจรปิดครอบคลุมทุกจุด แต่กลับไม่มีใครเห็นอะไรเลย" ผมพึมพำกับตัวเอง "สารวัตร... ถ้าฆาตกรสามารถสังหารคนในที่โล่งแจ้งโดยที่เหยื่อไม่มีแม้แต่โอกาสจะร้องขอความช่วยเหลือ คุณคิดว่ามันต้องการบอกอะไรเรา?"
ศิลาแค่นหัวเราะในลำคอ "มันต้องการบอกว่ามันเป็นฆาตกรที่เก่งกาจไงล่ะ คุณรวินทร์ หรือไม่ก็เป็นพวกจิตวิปริตที่อยากเห็นตำรวจหัวหมุนไปกับปริศนาโง่ๆ นี่"
ผมไม่ได้ตอบโต้คำถากถางนั้น ความเจ็บปวดในอดีตที่ฝังลึกในใจเตือนให้ผมรู้ว่า กลิ่นอายของความตายแบบนี้มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ทุกอย่างถูกจัดวางเหมือนฉากละคร นี่คือ 'ศิลปะ' ที่ศัตรูของผมฝากเอาไว้ มันเป็นการประกาศสงครามผ่านซากศพที่สะอาดหมดจด
ผมเอื้อมมือไปหยิบถุงมือยางขึ้นมาสวม สายตาจดจ้องไปที่ดวงตาของเหยื่อที่เบิกโพลงค้างไว้ แววตาของเขาไม่ได้บ่งบอกถึงความกลัว แต่มันเต็มไปด้วยความ 'ศรัทธา' หรือบางทีอาจจะเป็นความ 'ยอมจำนน' ต่อสิ่งที่อยู่ตรงหน้าก่อนสิ้นใจ
"เขาไม่ได้ถูกบังคับให้มาที่นี่" ผมเอ่ยเสียงเบาพลางกวาดสายตามองไปรอบๆ สวนที่เงียบสงัด "เขามาที่นี่เพื่อพบกับใครบางคน... คนที่เขารู้จัก หรืออาจจะนับถือ"
"คุณกำลังจะบอกว่าเหยื่อรู้จักฆาตกร?" ศิลาถามพลางก้าวเข้ามาใกล้จนได้กลิ่นบุหรี่จางๆ จากตัวเขา
"อาจจะมากกว่านั้นครับ" ผมยันตัวลุกขึ้นยืน ความหนาวเหน็บจากลมกลางคืนบาดลึกเข้าไปถึงกระดูก "เหยื่อรายนี้ไม่ได้ถูกฆ่าเพียงเพื่อกำจัดทิ้ง แต่นี่คือ 'ของขวัญ' สำหรับการเริ่มต้นเกม"
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของเจ้าหน้าที่นิติเวชที่เพิ่งมาถึงก็ดังขัดจังหวะความเงียบ แต่มีบางอย่างที่ทำให้สัญชาตญาณของผมสั่นเตือน—เสียงฝีเท้าของคนคนหนึ่งที่เดินจังหวะแปลกไป มันไม่ใช่ฝีเท้าของตำรวจที่เร่งรีบ แต่เป็นจังหวะที่มั่นคง สุขุม และเนิบช้า
ผมหันกลับไปมองทางทิศใต้ของสวน แสงไฟจากเสาไฟฟ้ากะพริบถี่ๆ ก่อนจะดับลงชั่วขณะ ในความมืดมิดนั้น ผมเห็นเงาร่างหนึ่งยืนตระหง่านอยู่หลังพุ่มไม้สูง แสงจันทร์สะท้อนให้เห็นเพียงเสี้ยวหน้าของชายคนหนึ่งที่กำลังยกนิ้วชี้ขึ้นแตะริมฝีปาก... เป็นสัญญาณให้เงียบ
เขากำลังดูเราอยู่
ผมรีบคว้าแขนสารวัตรศิลา "ไปทางนั้น! มีคนแอบดูอยู่!"
เราทั้งสองวิ่งฝ่าความมืดไปยังพุ่มไม้ตามสัญชาตญาณนักล่า ทว่าเมื่อไปถึง สิ่งที่รออยู่กลับไม่ใช่ฆาตกร แต่เป็นกระดาษแผ่นเล็กๆ ที่ถูกเสียบไว้กับต้นไม้ด้วยมีดสั้นเล่มบาง กลิ่นโลหะของมันยังสดใหม่และเฉียบคม ผมดึงกระดาษแผ่นนั้นออกมา มือสั่นเทาเล็กน้อยเมื่อคลี่มันออกดู ภายใต้แสงไฟฉายจากศิลา
มันไม่ใช่คำขู่ แต่มันคือรูปถ่ายใบหนึ่ง... รูปถ่ายของตัวผมเอง ในวันที่มีเพียงความสูญเสียเมื่อสิบปีก่อน พร้อมกับข้อความที่เขียนด้วยลายมือบรรจงงดงามว่า:
*'ยินดีต้อนรับกลับสู่สังเวียนที่เคยพรากทุกอย่างไปจากคุณ... ครั้งนี้ ใครจะเป็นคนสุดท้ายที่เหลือรอด ระหว่างผู้พิทักษ์ที่แตกสลาย หรือฆาตกรที่สร้างสวรรค์บนความตาย? รวินทร์... เตรียมตัวให้ดี เกมเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น'*
ศิลาเบิกตากว้างเมื่ออ่านข้อความนั้นจบ เขาหันมามองผมด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปจากความเกลียดชัง เป็นความหวาดระแวงอย่างสุดขีด ในขณะที่ผมทำได้เพียงก้มหน้ามองรูปถ่ายใบนั้น นึกถึงความผิดพลาดที่ผมพยายามหนีมาตลอดสิบปี เพราะดูเหมือนว่าอดีตที่ผมคิดว่าฝังกลบไปแล้ว กำลังจะถูกขุดขึ้นมาเพื่อฆ่าผมให้ตายทั้งเป็นในคดีนี้
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับผมในบทแรกนี้ และหวังว่าท่านจะอยู่เคียงข้างผมจนจบแฟ้มคดีนี้นะครับ
รหัสลับทายาทมรณะ: 55 ชั่วโมงล่าวิญญาณบาตร•ตอนที่ 1
เหยื่อรายแรกใต้แสงจันทร์
ผลงานโดย แฟ้มคดีลับ007
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แฟ้มคดีลับ007)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รหัสลับทายาทมรณะ: 55 ชั่วโมงล่าวิญญาณบาตร นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!