ทายาทตระกูลดิ่งเหวกับกลยุทธ์กอบกู้ความมั่งคั่ง•ตอนที่ 30

เสียงหัวเราะบนกองซากปรักหักพัง

ผลงานโดย เอวาลินน์ปลายพู่กัน
"กุญแจมือเหล็กคู่นี้... เข้ากับข้อมือที่สั่นเทาของคุณได้ดีกว่าเครื่องเพชรที่เคยสวมใส่ตั้งเยอะนะคะ ท่านบารอนเนส" เสียงของเอวาเลน่า วอน ไคลน์ กังวานใส ทว่าเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งขั้วโลกภายในห้องพิจารณาคดีที่เงียบกริบ เธอไม่ได้ตะโกน เธอเพียงแค่นั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้ไม้โอ๊ค สวมชุดสูทสั่งตัดสีขาวงาช้างที่ขับเน้นความสง่างามและอำนาจเหนือผู้คน "แก... แกมันปีศาจ! เอวาเลน่า แกวางแผนทั้งหมดนี้มาเพื่อทำลายฉัน!" เสียงกรีดร้องของ 'เอเลน่า' อดีตคู่แข่งคนสำคัญที่เคยเหยียดหยามเธอสารพัดดังลั่นห้องโถง เธอในตอนนี้อยู่ในชุดนักโทษสีหม่น ผมเผ้ากระเซอะกระเซิง ไร้ซึ่งรัศมีของไฮโซสาวผู้สูงส่งที่เคยเป็นดั่งดาวเด่นของสังคมชั้นสูง คาร์ลอส เดอ ลูเซีย ซึ่งยืนพิงกำแพงอยู่ด้านหลังเอวาเลน่า ยกยิ้มที่มุมปาก มือหนาล้วงกระเป๋ากางเกงสแล็คราคาแพง ดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยวของเขามองดู 'ซากปรักหักพัง' ของตระกูลคู่แข่งด้วยความรู้สึกเฉยชา เขาส่งสายตาบอกเป็นนัยว่า *'ทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว'* "ทำลายงั้นหรือคะ?" เอวาเลน่าลุกขึ้นยืนช้าๆ เดินเข้าไปหาเอเลน่าที่ถูกเจ้าหน้าที่กดตัวไว้กับพื้น เธอโน้มตัวลงไปกระซิบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแต่ได้ยินกันทั้งห้อง "คนที่ไม่รู้จักบริหารจัดการต้นทุนของตัวเองจนปล่อยให้หนี้เสียกัดกินฐานอำนาจจนเหลือแต่ชื่อ ก็คือคนที่ทำลายตัวเองตั้งแต่วันแรกที่ริเริ่มคดโกงบัญชีแล้วล่ะค่ะ ส่วนฉัน... เป็นแค่ตัวเร่งปฏิกิริยาที่ทำให้ผลลัพธ์มันชัดเจนขึ้นเท่านั้น" หลักฐานการฟอกเงินข้ามชาติถูกวางกองอยู่บนโต๊ะผู้พิพากษา มันเป็นปึกเอกสารที่เอวาเลน่าและคาร์ลอสใช้เวลาแรมเดือนในการขุดคุ้ย ไม่ใช่แค่ความผิดฐานยักยอกทรัพย์ แต่คือการค้ามนุษย์ที่พัวพันกับธุรกิจมืดที่เอเลน่าแอบทำลับหลัง "ทนายของฉันจะช่วยฉัน... ฉันยังมีโอกาส!" เอเลน่าพยายามดิ้นรน "ทนายของคุณงั้นเหรอคะ?" เอวาเลน่าหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์อันตราย "เช็คสั่งจ่ายค่าจ้างก้อนสุดท้ายที่คุณโอนไปเมื่อคืน ถูกโอนเข้าบัญชีบริษัทที่ปรึกษากฎหมายของฉันเรียบร้อยแล้วค่ะ สรุปง่ายๆ นะคะ... คืนนี้คุณจะได้นอนเตียงเหล็กในคุก ไม่ใช่ในคฤหาสน์หรูอีกต่อไป" คาร์ลอสเดินเข้ามาโอบไหล่เอวาเลน่า เขาไม่ได้พูดอะไร แต่สัมผัสจากฝ่ามือที่หนักแน่นนั้นคือการประกาศชัยชนะเหนือทุกคนในห้องนี้ สายตาของเหล่าผู้ทรงอิทธิพลในห้องพิจารณาคดีที่เคยหมิ่นแคลนเอวาเลน่า บัดนี้เปลี่ยนเป็นความหวาดกลัวอย่างเห็นได้ชัด เมื่อได้ประจักษ์ว่า 'ทายาทตระกูลดิ่งเหว' คนนี้ ได้กลายเป็นผู้ที่กุมกระดานการเงินระดับโลกไว้ในกำมืออย่างเบ็ดเสร็จ "เกมนี้จบแล้วค่ะ" เอวาเลน่าประกาศก้อง ทันทีที่ค้อนของผู้พิพากษาเคาะลงเป็นครั้งสุดท้าย เสียงก่นด่าของเอเลน่าก็ถูกกลบด้วยเสียงปิดกรงขังที่ดังสนั่นหวั่นไหว เอวาเลน่าเดินออกมาจากห้องพิจารณาคดีด้วยท่วงท่าดั่งนางพญา ท่ามกลางแสงแฟลชจากสื่อมวลชนที่กรูเข้ามา แต่ทว่า... ท่ามกลางความวุ่นวายนั้นเอง สายตาของเธอก็ปะทะเข้ากับเงาร่างหนึ่งที่ยืนอยู่ตรงมุมมืดของระเบียงชั้นสอง มันไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็น 'อาร์เธอร์' อดีตคนรักที่ทอดทิ้งเธอไปในวันที่ตระกูลล้มละลายครั้งแรก เขายืนถือซองจดหมายสีดำสนิทไว้ในมือ ท่าทางของเขาดูเยือกเย็นและแฝงไปด้วยเจตนาที่ไม่อาจคาดเดา เอวาเลน่าชะงักฝีเท้า หัวใจเต้นผิดจังหวะไปวูบหนึ่งเมื่อเห็นตราประทับบนซองจดหมายนั้น มันไม่ใช่ตราของตระกูลขุนนางทั่วไป แต่มันคือตราประทับของ 'กลุ่มผู้ดูแลความลับแห่งรัฐ' องค์กรที่แม้แต่คาร์ลอสยังต้องหลีกทางให้ "คุณครับ..." คาร์ลอสกระซิบข้างหูเอวาเลน่าพลางหรี่ตามองบุคคลปริศนา "ดูเหมือนว่าศัตรูคนแรกที่ถูกกำจัด จะเป็นแค่ประตูบานแรกที่เปิดออกไปสู่ความจริงที่น่ากลัวกว่าเดิม" อาร์เธอร์ขยับรอยยิ้มที่มุมปาก ก่อนจะโยนซองจดหมายนั้นลงมา มันลอยละลิ่วตกลงแทบเท้าของเอวาเลน่าพอดี ท่ามกลางความตื่นตระหนกของเหล่าบอดี้การ์ดที่กรูกันเข้ามาป้องกัน เอวาเลน่าย่อตัวลงหยิบซองจดหมายนั้นขึ้นมา นิ้วมือที่เรียวงามเปิดออกอ่านเนื้อความสั้นๆ ภายในเพียงหนึ่งบรรทัด แต่เพียงแค่นั้นก็ทำให้ใบหน้าที่เคยเยือกเย็นของเธอซีดเผือดลงทันที... *“ทรัพย์สินทั้งหมดที่เธอมี ไม่ใช่ของเธอมาตั้งแต่ต้น... แต่เป็นของคนที่เธอเคยทำลายทิ้งไปเมื่อชาติที่แล้ว”* ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ - เอวาลินน์ปลายพู่กัน
สารจากนักเขียน (เอวาลินน์ปลายพู่กัน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทายาทตระกูลดิ่งเหวกับกลยุทธ์กอบกู้ความมั่งคั่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%