ทฤษฎีความต่างระหว่างเราและเส้นขนานที่บิดเบี้ยว•ตอนที่ 18

ความจริงที่ซ่อนอยู่ภายใต้งานศิลป์

ผลงานโดย แสงดาวพร่างพราว
แสงไฟฟلูออเรสเซนต์สีขาวนวลจากจอคอมพิวเตอร์พกพาส่องกระทบกรอบหน้าคมคายของรินรดา สะท้อนแววตาที่กำลังจดจ่ออยู่กับชุดข้อมูลดิบ (Raw Data) ขนาดมหึมาบนหน้าจออย่างไม่กระพริบ ปลายนิ้วเรียวเคาะแป้นพิมพ์ถี่รัวด้วยความเร็วที่สม่ำเสมอ ราวกับกำลังบรรเลงบทเพลงแห่งตรรกะท่ามกลางความเงียบงันของห้องทำงานกว้างในยามวิกาล บรรยากาศรอบตัวถูกปกคลุมด้วยความกดดันอันเงียบเชียบ กลิ่นอายของกระดาษเอกสารและหมึกพิมพ์ราคาแพงลอยอบอวลปะปนกับกลิ่นกาแฟดำที่เย็นชืดมาหลายชั่วโมง "คุณกำลังพยายามพิสูจน์อะไรด้วยสมการพวกนั้น รินรดา..." เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยดังขึ้นจากมุมมืดของห้อง โทนเสียงนั้นเจือความเย้าหยวนและรอยยิ้มจางๆ ที่เธอมักจะเดาใจไม่ถูกเสมอ กวินทร์ก้าวเท้าออกมาจากเงาสลักของโครงสร้างงานศิลปะชั่วคราว เขาสวมเสื้อเชิ้ตพับแขนขึ้นจนถึงข้อศอก เผยให้เห็นรอยเปื้อนสีอะคริลิกจางๆ ที่แต้มอยู่บนผิวเนื้อ สัญชาตญาณบางอย่างบอกเธอว่าผู้ชายคนนี้ไม่เคยบังเอิญเดินเข้ามาในพื้นที่วิเคราะห์ข้อมูลของเธอในยามวิกาลแบบนี้ รินรดาไม่เงยหน้าขึ้นจากจอ เธอเพียงแค่เลื่อนเมาส์คลิกเปิดกราฟแสดงความสัมพันธ์ของตัวเลขชุดสุดท้ายขึ้นมา ก่อนจะหมุนหน้าจอโน้ตบุ๊กหันไปเผชิญหน้ากับเขาตรงๆ "ฉันไม่ได้พยายามพิสูจน์อะไรค่ะ กวินทร์... ฉันแค่กำลังอ่านความจริงที่ซ่อนอยู่หลังตัวเลขเหล่านี้ ซึ่งมันช่างน่าสนใจเสียเหลือเกินว่า งานศิลปะจัดวางที่คุณทุ่มเทแรงกายแรงใจสร้างสรรค์ขึ้นมา เพื่อสะท้อนจิตวิญญาณอันบริสุทธิ์ของมนุษย์ แท้จริงแล้วกลับมีอัลกอริทึมการคำนวณกำไรขาดทุนที่แม่นยำยิ่งกว่าแผนกการเงินของบริษัทแม่เสียอีก" กวินทร์หยุดฝีเท้าลง รอยยิ้มมุมปากของเขาจางหายไปชั่วพริบตา ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยแววตาคมกริบที่ไหววูบคล้ายผิวน้ำยามต้องลม เขาเดินเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานจนระยะห่างระหว่างเขากับเธอลดลงเหลือเพียงแค่กั้นกลางด้วยแผ่นไม้เนื้อแข็ง รัศมีอบอุ่นแต่วกวนจากตัวเขาแผ่ซ่านเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวของเธออย่างจงใจ "ศิลปะก็คือการสื่อสารรูปแบบหนึ่ง รินรดา คุณมองเห็นแต่ตัวเลขและผลลัพธ์ แต่คุณเคยใช้หัวใจสัมผืสมันจริงๆ สักครั้งไหม... หรือชีวิตของคุณถูกโปรแกรมให้มองทุกอย่างเป็นแค่กำไรและขาดทุนไปเสียหมดแล้ว" คำพูดของเขาราวกับคมมีดที่กรีดผ่านความตั้งใจของเธอ รินรดากลั้นหายใจชั่วขณะ ปลายลิ้นแตะเพดานปากเพื่อเรียกสติ เธอยืดตัวขึ้นตรงสบตากับเขาอย่างไม่เกรงกลัว ความต่างระหว่างอุดมการณ์ของเขากับตรรกะของเธอบด ขยี้กันอย่างรุนแรงในพื้นที่ทางความคิด แต่ในขณะเดียวกัน แรงดึงดูดทางจิตวิญญาณกลับพุ่งพล่านจนน่ากลัว "ถ้าสิ่งที่คุณเรียกว่าศิลปะ มันไม่ได้ถูกขับเคลื่อนด้วยความรู้สึกอย่างที่ปากพูด แต่ถูกขับเคลื่อนด้วยเม็ดเงินมหาศาลจากกองทุนของเมฆา... ฉันคิดว่าเราคงต้องนิยามคำว่า 'ความจริง' กันใหม่แล้วล่ะค่ะ" รินรดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งแต่เฉียบคม เธอเลื่อนมือไปกดปุ่มเล่นไฟล์วิดีโอที่ซ่อนอยู่ในโฟลเดอร์ลับ ซึ่งเธอเพิ่งถอดรหัสได้เมื่อไม่กี่นารีก่อนหน้านี้ แสงสีฟ้าจากหน้าจอสาดส่องใบหน้าของทั้งคู่ ในวิดีโอปรากฏภาพการประชุมลับระหว่างเมฆากับกลุ่มนักลงทุนต่างชาติเมื่อสามเดือนก่อน บนโต๊ะประชุมเต็มไปด้วยโมเดลจำลองของโครงการศิลปะจัดวางชิ้นเอกที่กวินทร์กำลังทำอยู่ เสียงสนทนาลอดผ่านลำโพงดังชัดเจนถึงการวางแผนใช้พื้นที่โครงการนี้เป็นฉากบังหน้าเพื่อฟอกเงินและการกว้านซื้อที่ดินรอบข้างในราคาถูก ก่อนจะปล่อยให้โครงการถูกยุบโดยอ้างเหตุผลทางงบประมาณ กวินทร์นิ่งเงียบไป ดวงตาคู่คมจ้องมองภาพบนหน้าจอด้วยความรู้สึกที่อ่านไม่ออก ไม่มีร่องรอยของความตกใจอย่างที่ควรจะเป็น มีเพียงความระkainเคืองใจที่ฉายชัดผ่านกล้ามเนื้อกรามที่ขบเข้าหากันแน่น "คุณรู้เรื่องนี้มานานแค่ไหนแล้ว..." กวินทร์ถามเสียงต่ำ ความนุ่มนวลเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความตึงเครียดที่กดดันบรรยากาศรอบตัวให้หนักอึ้ง "เพิ่งรู้เมื่อกี้ค่ะ... จากชุดข้อมูลดิบที่คุณอ้างว่ามันไร้จิตวิญญาณนี่แหละ" รินรดาแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ดวงตาคู่สวยฉายแววผิดหวังที่เธอพยายามซ่อนไว้ไม่มิด "คุณรู้เห็นเป็นใจกับเรื่องนี้ด้วยใช่ไหม กวินทร์? คุณใช้ความเป็นศิลปินของคุณ เป็นเครื่องมือบังหน้าให้กับแผนการสกปรกพวกนี้" กวินทร์ไม่ตอบทันที เขากวาดสายตามองหน้าเธอนิ่งนาน ราวกับกำลังชั่งน้ำหนักบางอย่างในใจ ก่อนที่มุมปากของเขาจะยกยิ้มขึ้นอีกครั้ง—รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความลับดำมืดที่เธอไม่เคยล่วงรู้มาก่อน "คุณประเมินผมต่ำไปนะ รินรดา... ผมไม่ใช่แค่เครื่องมือของเมฆา และโปรเจกต์นี้ก็ไม่ใช่เครื่องมือฟอกเงินอย่างที่คุณเข้าใจ" กวินทร์ก้มตัวลงกระซิบใกล้ใบหูของเธอ เสียงของเขานุ่มทุ้มจนชวนขนลุก "แต่ถ้าคุณอยากรู้ว่าใครกันแน่ที่เป็นคนชักใยอยู่เบื้องหลังตัวจริง... ลองเปิดไฟล์เอกสารอีกไฟล์ที่ซ่อนอยู่ใต้ฐานข้อมูลนั้นดูสิครับ แล้วคุณจะรู้ว่าความจริงที่คุณคิดว่าแน่หนา มันเป็นเพียงแค่ภาพลวงตาที่ใครบางคนจงใจป้อนให้คุณเห็น" รินรดานิ่งงัน หัวใจเต้นระรัวด้วยความตื่นตระหนก เธอก้มมองหน้าจอคอมพิวเตอร์อีกครั้ง ปลายนิ้วเรียวสั่นเทาเล็กน้อยเมื่อเห็นชื่อไฟล์สุดท้ายที่ถูกล็อกด้วยรหัสผ่านระดับสูง ซึ่งเธอเพิ่งสังเกตเห็นมันกระพริบเตือนสีแดงฉานอยู่ที่มุมขวาของหน้าจอ ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ก็ดังขึ้นที่โถงทางเดินด้านนอก ประตูห้องทำงานถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท พร้อมกับร่างสูงใหญ่ของเมฆาที่ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเยือกเย็น และลูกน้องในชุดสูทสีดำอีกสามคนที่ยืนปิดกั้นทางออกทุกด้านอย่างมิดชิด แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (แสงดาวพร่างพราว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทฤษฎีความต่างระหว่างเราและเส้นขนานที่บิดเบี้ยว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%