"สวัสดีครับคุณหลินฟาง... ไม่นึกเลยว่าเราจะได้พบกันเร็วขนาดนี้ หลังจากที่คุณเล่นกวาดซื้อเมล็ดพันธุ์หายากในตลาดมืดไปจนหมดเกลี้ยงเมื่อสัปดาห์ก่อน"
เสียงทุ้มต่ำแต่เจือแววเย้าแหย่ดังขึ้นที่มุมหนึ่งของห้องรับรองส่วนตัว ในโรงเตี๊ยมเก่าแก่ประจำอำเภอ ชายหนุ่มในชุดสากลเรียบร้อยสไตล์พ่อค้าผู้ดีเก่า เคาะนิ้วลงบนโต๊ะไม้เนื้อแข็งเป็นจังหวะ ขณะที่สายตากวาดมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยความประเมินและทึ่งในคราวเดียวกัน
หลินฟางเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มบางเบาปรากฏที่มุมปาก ดวงตากลมโตฉายแววรู้ทัน นางวางถ้วยชาอุ่นๆ ลงบนโต๊ะ เสียงกระเบื้องกระทบไม้ดังแผ่วเบา ท่ามกลางกลิ่นหอมกรุ่นของชาหลงJingที่ลอยกรุ่นตัดกับอากาศเย็นยามบ่าย
"โลกนี้ช่างแคบเสียจริงครับคุณผู้จัดการเกา หรือควรเรียกว่า... คนตาถึงมักจะเดินมาบรรจบกันในที่ทางเดียวกันเสมอ" หลินฟางเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทรงพลังในทุกถ้อยคำ นางไม่ได้สะดุ้งสะเทือนกับการถูกจับได้แม้แต่น้อย ในทางตรงข้าม การที่พ่อค้าคนกลางรายใหญ่แห่งตลาดมืดปรากฏตัวต่อหน้านางในวันนี้ คือสัญญาณเตือนว่า "ก้าวต่อไป" ของแผนการที่วางไว้ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว
เฉินเหว่ยที่นั่งนิ่งเป็นภูาผาอยู่เคียงข้างภรรยาสาว ขยับตัวเล็กน้อย ร่างกายกำยำแผ่ซ่านไอสังหารจางๆ ที่ผ่านการฝึกฝนจากสนามรบ สายตาคมกริบของอดีตนายทหารจับจ้องไปยังผู้จัดการเกาอย่างระแวดระวัง มือหนาวางอยู่ใกล้ขอบโต๊ะราวกับพร้อมจะปกป้องคนข้างกายได้ทุกเมื่อหากมีสิ่งผิดปกติ
"ฮ่าๆๆ คุณเฉิน ไม่ต้องระวังตัวขนาดนั้นหครับ ผมไม่ได้มาในฐานะศัตรู" ผู้จัดการเกายกมือขึ้นระดับอก ยิ้มแห้งๆ ให้กับรัศมีกดดันที่แผ่ออกมาจากร่างของชายหนุ่ม "อันที่จริง... ผมมาเพื่อเสนอข้อเสนอที่พวกคุณปฏิเสธไม่ลงต่างหาก"
หลินฟางหันไปสบตากับสามี ส่งสัญญาณมือเบาๆ ให้เขาผ่อนคลายลง นางรู้อยู่แล้วว่าการกวาดซื้อเมล็ดพันธุ์หายากในมิติพิเศษออกมาทดลองปลูกจำนวนมากย่อมดึงดูดสายตาคนในวงการค้าส่ง แต่การที่สินค้าในไร่ของนางเริ่มออกผลผลิตคุณภาพสูงจนล้นมือ ทำให้ "การทำเกษตรแบบเดิมๆ" ไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาดอีกต่อไป
นี่คือจุดเปลี่ยนสำคัญ... การตัดสินใจครั้งใหญ่ที่จะย้ายจากการปลูกผักขายสดหน้าหมู่บ้าน สู่การตั้งโรงงานแปรรูปเกษตรกรรมขนาดย่อม และผู้จัดการเกาคนนี้คือประตูบานแรกที่จะพาพวกเขาก้าวข้ามขีดจำกัดนั้น
"เชิญว่ามาครับ" หลินฟางผายมือไปยังถ้วยชาที่ยังกรุ่นควัน "ข้อเสนออะไรที่จะทำให้คุณลงทุนมาพบฉันถึงที่นี่ด้วยตัวเอง"
ผู้จัดการเกาโน้มตัวไปข้างหน้า สีหน้าจริงจังขึ้น "สัปดาห์ก่อนที่คุณกวาดเมล็ดพันธุ์โสมป่าและสมุนไพรหายากไป ข้าพเจ้าสืบทราบมาว่าคุณนำไปปลูกในพื้นที่ลับหลังเขา ผลลัพธ์ที่ได้... คงไม่ได้มีไว้แค่กินกันในครอบครัวกระมังครับ? สินค้าล็อตแรกที่เล็ดลอดออกไปสู่ตลาดระดับบน สร้างแรงกระเพื่อมมหาศาล พวกเศรษฐีใหม่ในเมืองหลวงยอมทุ่มเงินไม่อั้นเพื่อแลกกับสมุนไพรที่สดและมีพลังปราณบริสุทธิ์เช่นนั้น"
เขากวาดตามองชุดผ้าฝ้ายเนื้อดีที่หลินฟางสวมใส่ แม้จะดูเรียบง่าย แต่ตัดเย็บอย่างประณีตและสะอาดสะอ้าน บ่งบอกถึงฐานะที่ยกระดับขึ้นอย่างรวดเร็ว
"ผมต้องการผูกขาด" ผู้จัดการเกากล่าวตรงประเด็น "ไม่ว่าคุณจะปลูกอะไร หรือมีเทคนิคการบำรุงรักษาดินแบบไหน ผมขอเหมาซื้อทั้งหมด 100% แต่มีเงื่อนไขเดียว... คุณต้องแปรรูปมันให้อยู่ในรูปแบบพร้อมบริโภค เช่น ชาสมุนไพรสกัดเข้มข้น และแป้งโสมบดละเอียด สำหรับส่งออกข้ามมณฑล"
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องรับรองชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหนาวที่พัดกระทบหน้าต่างไม้ด้านนอก
เฉินเหว่ยหันมามองภรรยา ดวงตาคู่นคมองสำรวจใบหน้าของหลินฟาง เขารู้ดีว่าภรรยาของเขามีความคิดอ่านลึกซึ้งเพียงใด การรับข้อเสนอหมายถึงการแบกรับภาระที่ใหญ่หลวงขึ้น การสร้างโรงงาน การบริหารจัดการแรงงาน และความเสี่ยงจากการถูกเพ่งเล็งจากทางการหรือญาติผู้จอมปลอมที่ยังคงวนเวียนอยู่รอบนอก
หลินฟางนิ่งคิด นิ้วเรียวเคาะเบาๆ บนโต๊ะไม้ สมองประมวลผลอย่างรวดเร็ว การทำเกษตรแปรรูปคือเป้าหมายสูงสุดของนางในยุค 80 นี้อยู่แล้ว การมีผู้จัดการเกาเป็นสะพานเชื่อมจะช่วยลดขั้นตอนการหาตลาดไปได้ครึ่งทาง แต่ทว่า... อำนาจการต่อรองต้องอยู่ในมือของนาง
"ข้อเสนอของคุณน่าสนใจมากครับผู้จัดการเกา" หลินฟางเงยหน้าขึ้น รอยยิ้มการค้าปรากฏขึ้นบนใบหน้าสะสวย "แต่การผูกขาด 100% เป็นไปไม่ได้ ผมให้โควตาแค่ 60% เท่านั้น ส่วนที่เหลือ... ผมจะเก็บไว้กระจายสินค้าในช่องทางของตัวเอง และที่สำคัญที่สุด ราคาซื้อขายต้องปรับขึ้นอีก 30% ตามคุณภาพระดับพรีเมียมที่ท่านก็รู้ว่าหาจากที่ไหนไม่ได้อีกแล้วในประเทศนี้"
ผู้จัดการเกาถึงกับอึ้งไปชั่วขณะ ไม่คิดว่าหญิงสาวตัวเล็กๆ จะกล้าต่อรองในสัดส่วนที่สูงและเฉียบขาดเช่นนี้ แต่เมื่อนึกถึงคุณภาพสินค้าที่ลูกค้ากระเป๋าหนักกำลังรอคอย เขาก็พยักหน้ารับอย่างจำยอม "ตกลง! ตามที่คุณว่า แต่ผมต้องการเห็นตัวอย่างสินค้าล็อตแรกของการแปรรูปภายในสามวัน"
"ไม่มีปัญหาครับ" หลินฟางลุกขึ้นยืน ยื่นมือออกไปสัมผัสกับผู้จัดการเกาเป็นการตกลง "สามวันหลังจากนี้ สินค้าแปรรูปชุดแรกจะส่งตรงถึงโกดังของคุณอย่างแน่นอน"
เมื่อการเจรจาลุล่วง ทั้งสองอำลาจากกัน หลินฟางและเฉินเหว่ยเดินเคียงคู่กันออกมาสู่ถนนสายหลักของอำเภอ แสงอาทิตย์ยามเย็นสาดส่องทาบทับร่างทั้งสองให้ทอดยาวไปบนพื้นดิน บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยความเงียบสงบ แต่ในใจของทั้งคู่กลับระอุไปด้วยไฟแห่งความมุ่งมั่น
"เหนื่อยไหมครับฟางฟาง" เฉินเหว่ยเอ่ยถามเสียงนุ่ม มือหนาเอื้อมไปกุมมือเรียวที่เย็นเฉียบจากอากาศหนาวเข้ามาซุกไว้ในกระเป๋าเสื้อโค้ทของเขา ความอบอุ่นแผ่ซ่านจากฝ่ามือหนาเข้าสู่หัวใจ
หลินฟางเงยหน้าขึ้นสบตาสามี รอยยิ้มหวานหยาดเยิ้มปรากฏขึ้น นางส่ายหัวเบาๆ "ไม่เลยครับพี่เฉิน... ต่อไปนี้ ไร่ของเราจะไม่ใช่แค่ไร่ธรรมดาอีกแล้ว แต่เราจะสร้างอาณาจักรที่ไม่มีใครหน้าไหนในตระกูลเฉินหรือตระกูลหลินกล้าดูถูกเราได้อีก"
รถบรรทุกคันเล็กพาทั้งคู่กลับมาถึงไร่ในช่วงพลบค่ำ กลิ่นหอมกรุ่นของอาหารพื้นบ้านที่แม่บ้านจัดเตรียมไว้ลอยมาแตะจมูก แต่ทว่า... ทันทีที่ก้าวเท้าลงจากรถ สายตาของหลินฟางก็ต้องสะดุดเข้ากับเงาร่างของใครบางคนที่ยืนรออยู่หน้าประตูบ้านพัก
ร่างนั้นหันกลับมา แสงไฟตะเกียงสาดส่องให้เห็นใบหน้าที่ซีดเผือดและรอยยิ้มเจื่อนๆ ของ "หลินกั๋วเฉียง" ลูกพี่ลูกน้องตัวแสบที่เคยมาสร้างความวุ่นวายและถูกนางไล่ตะเพิดไปเมื่อหลายเดือนก่อน
"พี่ฟาง... พี่เหว่ย..." หลินกั๋วเฉียงส่งเสียงสั่นเทา มือถือจดหมายฉบับหนึ่งยื่นมาข้างหน้า "พ่อกับแม่ผม... ส่งผมมาขอความช่วยเหลือ พวกเรา... กำลังจะถูกยึดบ้าน"
หลินฟางหรี่ตามองจดหมายในมือเด็กหนุ่ม รอยยิ้มเยือกเย็นผุดขึ้นที่มุมปาก ท่ามกลางความเงียบงันของค่ำคืนที่กำลังจะเปลี่ยนผันไปตลอดกาล
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนการเดินทางของหลินฟางและเฉินเหว่ยมาจนถึงตอนนี้ด้วยนะครับ
แม่ค้ามือทองกับไร่สวนของนายทหารผู้คลั่งรัก•ตอนที่ 27
การตัดสินใจครั้งใหญ่
ผลงานโดย ใบชาหอมหมื่นลี้
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ใบชาหอมหมื่นลี้)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แม่ค้ามือทองกับไร่สวนของนายทหารผู้คลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!