เสียงลูกบาสเกตบอลเบอร์เจ็ดที่อัดกระแทกพื้นปูนขัดมันในโรงยิมคณะวิศวกรรมศาสตร์ ดังสะท้อนก้องกังวานจนแสบแก้วหู มันไม่ใช่เสียงของการซ้อมเพื่อความเพลิดเพลิน แต่เป็นจังหวะการระบายอารมณ์ที่รุนแรงและดิบเถื่อนพอๆ กับรายชื่อสมาชิกกลุ่มโปรเจกต์จบการศึกษาที่เพิ่งประกาศติดไว้บนบอร์ดประชาสัมพันธ์หน้าตึกเมื่อสิบนาทีที่แล้ว
รินทร์ยืนนิ่งอยู่ตรงเส้นสามคะแนน เสื้อกล้ามสีดำชุ่มไปด้วยเหงื่อจนแนบไปกับแผ่นอกกว้างที่กำลังกระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะการหายใจ ใบหน้าคมคายติดจะเรียบเฉยจนเย็นชา ดวงตาคมกริบมองแป้นบาสเบื้องหน้า ราวกับมันคือศัตรูที่ต้องกำจัดทิ้ง เขารับภาระเป็นกัปตันทีมบาสเกตบอลมหาวิทยาลัยที่ต้องแบกความคาดหวังมหาศาลจากทั้งโค้ช ครอบครัว และตัวเอง แต่วันนี้ ภาระบนบ่าดูจะหนักอึ้งขึ้นเป็นเท่าตัว เมื่อบรรทัดสุดท้ายของกระดาษแผ่นนั้นระบุชื่อของ "เขา" เข้ามาอยู่ในกลุ่มเดียวกับคนที่เขาไม่อยากเสวนาด้วยมากที่สุด
"ยืนเป็นเสาหลักเมืองแบบนี้ จะให้ฉันกราบขอบคุณที่คุณสละเวลามาเจอ หรือจะให้เดินไปหยิบไม้พายมาช่วยคุณพายเรือออกทะเลดีล่ะครับ กัปตันรินทร์"
น้ำเสียงกวนประสาทที่เจือความเย้ยหยันดังขึ้นจากมุมมืดใמอัฒจันทร์ฝั่งทิศตะวันตก ฟ้าครามก้าวเท้าออกมาจากเงาสลัว มือเรียวข้างหนึ่งกำลังปัดฝุ่นตามเสื้อเชิ้ตนักศึกษาที่หลุดลุ่ยไม่เรียบร้อย ดวงตากลมโตคู่สวยฉายแววท้าทายและดื้อรั้นอย่างชัดเจน ไม่มีทีท่าเกรงกลัวรังสีอำมหิตที่อีกฝ่ายแผ่ออกมาเลยแม้แต่น้อย
รินทร์ไม่ตอบ เขาเพียงแค่เลี้ยงลูกบาสมือเดียวอย่างเชื่องช้า เสียง *ตุ๊บ... ตุ๊บ...* ดังก้องอยู่ในความเงียบ ก่อนที่เขาจะหมุนตัวแล้วยิงลูกบาสออกไปอย่างไร้ความปรานี ลูกบอลพุ่งแหวกอากาศเข้าห่วงตาข่ายอย่างแม่นยำจนแทบไม่โดนขอบห่วง
"ปากดีเหมือนผลงานในโปรเจกต์หรือเปล่าล่ะครับ ถึงได้กล้าเดินมาเหยียบถิ่นคนอื่นแบบนี้" รินทร์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าเย็นยะเยือกจนน่าขนลุก เขาเดินไปหยิบลูกบาสที่เด้งกลับมาก่อนจะหันกลับมาเผชิญหน้ากับคนที่ยืนอยู่ห่างออกไปไม่ถึงสามก้าว
ฟ้าครามแค่นหัวเราะในลำคอ ก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวทีละน้อยจนระยะห่างลดลงอย่างรวดเร็ว กลิ่นน้ำหอมจางๆ เจือกลิ่นเหงื่อจางๆ ของคนตรงหน้าทำให้บรรยากาศในโรงยิมยิ่งอึดอัดเข้าไปใหญ่ "หึ ผลงานฉันจะแย่หรือดี อย่างน้อยก็ไม่ต้องพึ่งพาเส้นสายหรือชื่อเสียงจอมปลอมเพื่อดันตัวเองให้รอดเหมือนใครบางคนก็แล้วกันครับ"
ดวงตาของทั้งคู่ประสานกันราวกับมีประกายไฟแลบแปล๊บ รินทร์สูงกว่าฟ้าครามเกือบสิบเซนติเมตร ความกดดันจากรูปร่างที่ได้เปรียบทำให้ฟ้าครามต้องเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย แต่แววตาของนักศึกษาทุนวิศวะหัวกะทิกลับไม่มีความหวาดหวั่นแม้แต่น้อย มีเพียงความดื้อรั้นที่พร้อมจะพุ่งชนทุกอุปสรรคเหมือนรถบรรทุกเบรกแตก
"ถ้าคิดว่าตัวเองเก่งนัก ทำไมเกรดวิชาออกแบบโครงสร้างถึงเกือบตกมีนล่ะครับคุณฟ้าคราม หรือว่ามัวแต่เอาเวลาไปคิดแผนตื้นๆ เพื่อหาทางเอาชนะผมในสนามบาส จนลืมไปว่าตัวเองเรียนคณะอะไร" รินทร์จงใจใช้คำพูดบาดลึกเพื่อทิ่มแทงจุดอ่อนของอีกฝ่ายให้เจ็บแสบ
ฟ้าครามหน้าตึงขึ้นทันที รอยยิ้มเยาะหยันบนริมฝีปากหายวับไปกับตา มือเรียว กำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ความรู้สึกเป็นรองและปมในใจเรื่องฐานะที่ถูกขุดขึ้นมาพูดจี้ใจดำ ทำให้ความอดทนของเขาขาดผึ่งในเสี้ยววินาที
"คุณมันก็แค่อมนุษย์เย็นชาที่ไม่เคยแคร์ความรู้สึกใคร!" ฟ้าครามพุ่งตัวเข้าไปประชิดจนหน้าอกแทบจะชนกัน นิ้วเรียวชี้หน้าอีกฝ่ายด้วยความโกรธเกรี้ยว "คิดว่าตัวเองเป็นศูนย์กลางจักรวาลหรือไง! ต่อให้คุณจะเก่งมาจากไหน เป็นกัปตันทีมบาสเทวดามาจากไหน แต่ในโปรเจกต์นี้... เราเสมอกัน! และจำไว้เลยว่าผมไม่มีวันก้มหัวให้คุณเด็ดขาด!"
รินทร์นิ่งอึ้งไปชั่วขณะ ไม่ใช่เพราะคำขู่ แต่เป็นเพราะความใกล้ชิดจนได้กลิ่นลมหายใจอุ่นๆ ที่ปะทะเข้ากับปลายจมูก ดวงตาคู่สวยที่กำลังวาวโรจน์ด้วยความโกรธแค้นกลับมีเสน่ห์บางอย่างที่ดึงดูดสายตาเขาไว้อย่างประหลาด หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอในสนามบาส กลับสะดุดกึกอย่างไร้เหตุผล
เขายื่นมือออกไปรวบข้อมือบางที่กำลังชี้หน้าเขาไว้ด้วยความเร็วที่เหนือกว่า ฟ้าครามสะดุ้งเฮือก พยายามจะดึงมือกลับแต่ถูกรินทร์ออกแรงรั้งเบาๆ จนร่างเพรียวเซถลาเข้าไปชนแผงอกแกร่งตามแรงดึง ระยะห่างระหว่างใบหน้าลดลงจนเหลือเพียงคืบเดียว ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดริมฝีปากของกันและกัน
"ปล่อยนะเว้ย!" ฟ้าครามตื่นตระหนก ขืนตัวออกสุดแรง เกิดความรู้สึกแปลกประหลาดวิ่งพล่านไปทั่วท้องน้อยจนต้องเม้มปากแน่น หัวใจเจ้ากรรมดันเต้นรัวแรงเสียจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน
"ถ้าคิดว่าแน่จริง ก็พิสูจน์ให้ผมเห็นสิครับ..." รินทร์โน้มใบหน้าลงไปกระซิบชิดริมหูของคนในอ้อมแขน เสียงทุ้มต่ำพร่าพร่าและเปี่ยมไปด้วยความท้าทาย "ไม่ใช่แค่ดีแต่พูดเหมือนเด็กอมมือ"
บรรยากาศระหว่างทั้งสองคนกำลังตึงเครียดจนแทบจะหยดเป็นเลือด เคมีที่ปะทะกันอย่างรุนแรงทำให้โรงยิมทั้งหลังเงียบสงบลงราวกับโลกหยุดหมุน ทว่าในจังหวะที่หัวใจของทั้งรินทร์และฟ้าครามกำลังเต้นระรัวจนแทบหลุดออกมานอกอกนั้นเอง...
*แอ๊ด... เสียงประตูกระจกบานใหญ่ด้านหลังโรงยิมถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท*
แสงไฟสว่างจ้าจากโถงทางเดินสาดส่องเข้ามาตัดผ่านความมืด พร้อมกับร่างสูงโปร่งของ "วิน" คู่ปรับตัวฉกาจที่ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเยาะกวนประสาทบนใบหน้า ในมือถือซองเอกสารสีน้ำตาลยับยู่ยี่
"โอ๊ะ... ดูเหมือนผมจะมาขัดจังหวะเวลาสวีทหวานมันหยดของกัปตันทีมบาสกับเด็กวิศวะปากดีเข้าสินะครับเนี่ย..." วินหยุดยืนพิงกรอบประตู หัวเราะในลำคอด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน ก่อนจะโยนซองเอกสารลงบนพื้นตรงหน้าของทั้งคู่ "พอดีอาจารย์ฝากเอาเอกสารปรับเปลี่ยนหัวข้อโปรเจกต์มาให้... และดูเหมือนพวกคุณสองคนจะต้องร่วมมือกันทำ 'เรื่องใหญ่' เข้าซะแล้วล่ะ"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านตอนแรกด้วยความตื่นเต้น แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
พอยต์การ์ดตัวแสบกับแผนลับฉบับตัวตึงคณะวิศวะ•ตอนที่ 1
สนามแข่งที่ไม่เคยว่างเว้น
ผลงานโดย สแลมดังก์สื่อรัก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สแลมดังก์สื่อรัก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พอยต์การ์ดตัวแสบกับแผนลับฉบับตัวตึงคณะวิศวะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!