โลหิตหยดหนึ่งร่วงหล่นลงกระทบพื้นศิลาขาวสะอาด เกิดเสียง "ติ๋ง" กังวานบาดแก้วหู ท่ามกลางความเงียบงันอันน่าสะพรึงกลัวภายในโถงลับสำนักกระบี่เมฆา
ฉินอวี่ยืนนิ่งสนิท ร่างกายสูงโปร่งในชุดคลุมสีดำสนิทราวกับรูปปั้นสลักจากหินอหังการ ปลายกระบี่ไร้ลักษณ์ในมือขวายังคงชี้ตรงไปเบื้องหน้า ทว่าเป้าหมายของคมกระบี่หาใช่ศัตรูคู่อาฆาต หากแต่เป็นร่างของบุรุษผู้หนึ่งที่เขานับถือดั่งพี่น้องร่วมสาบาน
"ถังหลิน... เจ้ากล้ามาก"
น้ำเสียงของฉินอวี่ราบเรียบ ไร้ซึ่งคลื่นอารมณ์ใดๆ ทว่าแววตาคู่คมกลับลึกล้ำดุจห้วงมหาสมุทรที่กำลังก่อตัวเป็นพายุคลั่ง ร่างของถังหลินในยามนี้สั่นเทาเล็กน้อย มือที่กำด้ามกระบี่ชุ่มไปด้วยเหงื่อเย็นเยียบ ปลายดาบยาวในมือของอีกฝ่ายยังคงมีหยดโลหิตสีแดงฉานไหลริน เป็นโลหิตที่เพิ่งกระเซ็นออกมาจากบาดแผลบริเวณหัวไหล่ซ้ายของเขาเอง—ร่องรอยจากกระบวนท่าเมื่อครู่ที่ฉินอวี่ยั้งมือไว้ทันอย่างหวุดหวิด
"ศิษย์พี่... อย่าได้โทษข้าเลย" ถังหลินฝืนยิ้มขื่น แววตาที่เคยฉายแววซื่อสัตย์ภักดีบัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นความโลภและความหวาดกลัวระคนกัน "วิถีกระบี่ของท่านสูงส่งเกินไป ทว่า... เส้นทางฝืนลิขิตฟ้าดินเช่นนี้ มีแต่จะนำพาความตายมาสู่ทุกคน ตระกูลถังของข้าต้องการรอดชีวิต นิกายกระบี่สวรรค์มอบข้อเสนอที่ปฏิเสธไม่ได้... ศิษย์พี่โปรดเข้าใจ"
*ฉับพลัน!*
บรรยากาศรอบกายพลันแปรเปลี่ยนเป็นหนצוดหดหู่ ความกดดันจากพลังปราณขอบเขตหลอมวิญญาณขั้นสมบูรณ์แผ่พุ่งออกมาจากร่างของฉินอวี่โดยไม่ตั้งใจ แรงกดดันนี้รุนแรงเสียจนแผ่นศิลาใต้เท้าของถังหลินแตกร้าวเป็นใยแมงมุม
นี่มิใช่ความโกรธเกรี้ยว แต่เป็นความผิดหวัง... ความเจ็บปวดจากการถูกแทงข้างหลังโดยคนที่เขาเคยเอาชีวิตเข้าแลกปกป้องในหุบเขามารทมิฬเมื่อสามปีก่อน
ในวินาทีนั้นเอง ประตูหินหนักอึ้งด้านหลังโถงลับก็เลื่อนเปิดออกอย่างช้าๆ
*ครกด...*
ร่างระหงในชุดกระโปรงยาวสีขาวบริสุทธิ์ราวดอกเหมยกลางเหมันตฤดูย่างก้าวเข้ามาอย่างเงียบเชียบ กลิ่นอายความเย็นเยือกและสูงส่งแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณ มู่หรงเซียนปรากฏตัวขึ้นพร้อมกระบี่คู่กายในมือ นางกวาดสายตาคมปลาบมองสถานการณ์เบื้องหน้าเพียงปราดเดียว ความเย็นชาในแววตาของเซียนสาวก็พลันแปรเปลี่ยนเป็นจิตสังหารอันเข้มข้นที่แทบจะแช่แข็งทุกสรรพสิ่ง
"คนทรยศ... สมควรตาย"
เสียงหวานใสแต่เย็นเยียบดุจน้ำแข็งจากมู่หรงเซียนดังขึ้น นางไม่เอמהคำพร่ำเพ้อ ร่างบางไหววูบราvsเงาพราย อากาศรอบกายพลันก่อตัวเป็นเกล็ดน้ำแข็งนับพันเล่มพุ่งเข้าใส่ถังหลินทันทีโดยไม่ให้ตั้งตัว
"เซียนสาวมู่หรง! ช้าก่อน!" ถังหลินหน้าถอดสี รีบสะบัดกระบี่สร้างม่านพลังปราณคุ้มกันร่างอย่างสุดชีวิต *เปรี้ยง!* เสียงปะทะดังสนั่นหวั่นไหว แรงสะท้อนทำให้ร่างของถังหลินกระเด็นถอยหลังไปหลายก้าว กระอักโลหิตคำโตออกมาสดๆ
ฉินอวี่ยกมือขึ้นเป็นเชิงห้ามปราม มู่หรงเซียนชะงักฝีเท้าลงอย่างเชื่อฟัง นางก้าวเข้ามาเคียงข้างฉินอวี่ ไอเย็นจากร่างของนางช่วยบรรเทาความเดือดพล่านในจิตใจของชายหนุ่มได้เป็นอย่างดี นางเหลือบมองฉินอวี่ด้วยสายตาที่เปี่ยมด้วยความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ภายใต้ใบหน้าอันเยียบเย็น แม้คำพูดจะไม่มีสักคำ แต่มือเรียวบางที่เอื้อมมาแตะแขนเสื้อของเขาเบาๆ นั้นสื่อความหมายทุกอย่างชัดเจนยิ่งกว่าสิ่งใด
"ข้าจัดการเอง" ฉินอวี่เอמהเสียงต่ำ ก้าวเดินเข้าไปหาถังหลินทีละก้าวอย่างมั่นคง ทุกย่างก้าวราศีกระบี่รอบตัวยิ่งทวีความคมกล้าขึ้นเรื่อยๆ จนผืนดินสั่นสะเทือน
ถังหลินล้มลุกคลุกคลานถอยหลังจนชิดกำแพงศิลา ในยามนี้ความตายอยู่ห่างจากเขาเพียงลมหายใจกั้น แววตาหวาดกลัวสุดขีดฉายชัดบนใบหน้า บัดนี้เขาตระหนักแล้วว่า ช่องว่างระหว่างอัจฉริยะอันดับหนึ่งแห่งวิถีกระบี่กับตัวเขานั้นกว้างใหญ่ปานเหวลึก
"ศิษย์พี่... ท่านจะฆ่าข้าจริงๆ หรือ? เราเคยร่วมเป็นร่วมตายกันมา..." ถังหลินละล่ำละลักเอ่ย พยายามใช้ไมตรีเก่ามาเหนี่ยวรั้งความเมตตา
ฉินอวี่หยุดฝีเท้าลง ห่างจากถังหลินเพียงสามก้าว ดวงตาสองข้างทอประกายคมปลาบดุจดวงดาราบนท้องฟ้ายามรัตติกาล เขาก้มมองสหายรัก (ในอดีต) ด้วยแววตาสสมเพชเวทนา
"มิตรภาพ... เจ้าเป็นผู้ทำลายมันลงด้วยมือของเจ้าเอง ตั้งแต่ก้าวแรกที่เจ้าเลือกหันคมดาบใส่สหาย น้ำใจระหว่างเราก็ขาดสะบั้นลงแล้ว" ฉินอวี่กล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความลังเล
ทว่า... ในเสี้ยววินาทีที่ฉินอวี่กำลังจะตวัดกระบี่ตัดสินชะตากรรมของคนทรยศ บรรยากาศรอบด้านก็พลันบิดเบี้ยวอย่างรุนแรง!
เงาดำสายหนึ่งพุ่งทะลุผ่านม่านพลังป้องกันของโถงลับเข้ามาด้วยความเร็วเหนือแสง เสียงหัวเราะเยือกเย็นก้องกังวานเสียดแก้วหู ราวกับเสียงกู่ร้องมาจากขุมนรกโลกันตร์
*ฟุบ! ฉึก!*
โลหิตสาดกระเซ็นย้อมผนังศิลาเป็นสีแดงฉาน ถังหลินที่ควรจะเป็นฝ่ายรับความตาย กลับเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงพรึงเพริด ก้มมองลงที่หน้าอกของตนเอง—กระบี่เล่มหนึ่งพุ่งทะลุด้านหลังทะลุออกด้านหน้าอย่างโหดเหี้ยม
ไม่ใช่กระบี่ของฉินอวี่... และไม่ใช่กระบี่ของมู่หรงเซียน!
ฉินอวี่หรี่ตาลงวูบ พลังปราณในร่างระเบิดออกทันทีด้วยสัญชาตญาณอันตรายขีดสุด เขาดึงร่างของมู่หรงเซียนเข้าสู่อ้อมแขนแล้วถอยร่นออกมาก้าวใหญ่ มองไปยังร่างของถังหลินที่ทรุดฮวบลงสิ้นใจตายคาที่ในพริบตา
เบื้องศพของถังหลิน ปรากฏร่างของบุรุษสวมหน้ากากเงินลายอสูรผู้หนึ่ง เขายืนเหยียบร่างไร้ลมหายใจนั้นด้วยท่าทางหยิ่งผยอง ดวงตาสีแดงฉานภายใต้หน้ากากจ้องมองมาที่ฉินอวี่และมู่หรงเซียนราวกับพญาเหยี่ยวจ้องมองเหยื่อในกรง
"ฮ่าๆๆๆ... ฉินอวี่ เจ้าคิดจริงๆ หรือว่าคนทรยศเช่นมัน จะมีค่าพอให้สำนักกระบี่สวรรค์เก็บรักษาไว้?" เสียงแหบพร่าดังลอดออกมาจากหน้ากากอสูร "มันเป็นเพียงหมากตัวหนึ่ง... และตอนนี้... ถึงเวลาที่เจ้าจะต้องชำระหนี้เลือดของนิกายโลหิตมารแล้ว!"
สิ้นเสียงหัวเราะ ประตูหินบานยักษ์ที่ปิดสนิทก็ระเบิดออกเป็นจุล กองกำลังนับร้อยในชุดคลุมโลหิตนับร้อยชีวิตปรากฏตัวขึ้นปิดล้อมโถงลับแห่งนี้ไว้ทุกด้าน!
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางท่องยุทธภพไปกับตัวอักษรเหล่านี้ด้วยกันเสมอนะครับ
กระบี่เดียวดายร่ายวิถีเซียนท้าทายสวรรค์•ตอนที่ 18
การทรยศครั้งที่สอง
ผลงานโดย มังกรครามท่องภพ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มังกรครามท่องภพ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่เดียวดายร่ายวิถีเซียนท้าทายสวรรค์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!