คราบโลหิตบนกระบี่เหล็กนิลยังคงอุ่นร้อน รสชาติคาวสนิมที่ติดอยู่ปลายลิ้นในยามนี้ ช่างคล้ายคลึงกับความจริงอันน่าสะอิดสะเอียนที่เพิ่งกระจ่างชัดในโสตประสาท
"ฉินอวี่... เจ้าจงใจขัดขวางมติของผู้อาวุโส เพื่อปกป้องเศษสวะสำนักมารเช่นนั้นหรือ?"
สุ้มเสียงของ ‘หลี่เทียนเฉิง’ เจ้าสำนักกระบี่เมฆาคารวะ สะท้อนก้องกังวานท่ามกลางหอสัตตบงกช
เบื้องล่างของบุรุษผู้ดำรงตำแหน่งเจ้าสำนัก คือร่างนับร้อยของศิษย์ร่วมสำนักที่นอนทอดร่างไร้ลมหายใจ เลือดสีชาดไหลนองเปรอะเปื้อนพื้นหินหยกขาวจนกลายเป็นทะเลเลือด
ฉินอวี่ในยามนี้ยืนหยัดอย่างไร้พ่าย ทว่าหัวใจกลับเหน็บหนาวดุจถูกแช่แข็งในมหาสมุทรน้ำแข็งหมื่นปี ดวงตาคมกริบกวาดมองผู้คนที่เคยเรียกว่า "อาจารย์" และ "พี่น้องร่วมสาบาน" แววตาของพวกมันเต็มไปด้วยความโลภ ความหวาดกลัว และความเหี้ยมเกรียมที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากแห่งคุณธรรมมาเนิ่นนาน
"ศิษย์พี่หลี่..." ฉินอวี่เอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ทว่ากังวานหนักแน่นราวกับเสียงทั่งตีเหล็ก "ข้าปกป้องความถูกต้อง... หรือพวกท่านเพียงแค่ต้องการคัมภีร์กระบี่เก้าสวรรค์ที่อยู่กับข้ากันแน่?"
ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ ก่อนที่เสียงหัวร่อเย้ยหยันจะดังขึ้นจากมุมมืด
"ฮ่าๆๆๆ! เด็กน้อย... โลกแห่งการบำเพ็ญเพียรนี้ มีผู้ใดพูดถึงความถูกต้องกัน? กำปั้นใหญ่คือความจริง กระบี่ในมือใครคมกลาคือความชอบธรรม! เจ้ามันช่างไร้เดียงสาเสียจริงที่ถือดีว่าตนเองบรรลุวิถีกระบี่บริสุทธิ์!"
สิ้นคำประกาศิตนั้น พลังปราณระดับหลอมรวมวิญญาณขั้นสมบูรณ์นับสิบสายก็พรั่งพรูเข้าใส่ร่างของฉินอวี่ทันที!
เปรี้ยง!
คลื่นกระแทกอันรุนแรงทำให้ศิลาหยกใต้เท้าแตกร้าวเป็นใยแมงมุม ฉินอวี่กระอักโลหิตคำโตออกมา แต่เขากลับไม่ถอยแม้แต่ก้าวเดียว สองมือยังคงกำด้ามกระบี่มั่น ประกายแสงสีครามแผ่ซ่านออกมาจากร่าง ขับเน้นเจตจำนงกระบี่ที่ท้าทายแม้กระทั่งสวรรค์
"พวกมันทรยศเจ้า..."
เสียงหนึ่งดังแว่วเข้ามาในห้วงจิตสำนึก เป็นเสียงที่เย็นชา ทว่าดังก้องกังวานล้ำลึกราวกับน้ำค้างแข็งบนยอดเขาหิมะ
‘มู่หรงเซียน’ นางยืนอยู่เบื้องหน้าม่านพลังดาราพรายที่อยู่ไกลออกไป นัยน์ตาคู่สวยที่ปกติเย็นชาดุจน้ำแข็ง ในยามนี้กลับไหววูบด้วยร่องรอยแห่งความเจ็บปวด นางไม่เคยปริปากอ้อนวอนผู้ใด แต่วันนี้เพื่อเขา นางยอมใช้พลังวิญญาณทั้งหมดเพื่อเปิดทางหนี
"ฉินอวี่... เจ้าจงไปจากที่นี่เสีย! หากเจ้าตาย วิถีกระบี่ในใต้หล้าก็ย่อมดับสูญตาม!"
ฉินอวี่หันไปสบตากับนาง แววตาที่แข็งกร้าวอ่อนลงชั่วพริบตา เขายิ้ม... รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันฟ้าดินและชะตากรรม
"เซียนน้อยของข้า... ข้าเคยบอกแล้วไม่ใช่หรือ ว่ากระบี่ของฉินอวี่ ย่อมไม่ยอมก้มหัวให้ผู้ใด แม้กระทั่งความตาย!"
ฉับพลัน! ท้องนภาเบื้องบนก็แปรเปลี่ยนเป็นสีดำสนิท สายฟ้าสีครามขนาดมหึมาผ่าฟาดลงมากลางหอสัตตบงกช แรงกดดันจากทัณฑ์สวรรค์และค่ายกลปิดกั้นวิญญาณบีบอัดจนกระดูกทั่วร่างของฉินอวี่ส่งเสียงลั่นกรอบ แต่เจตจำนงกระบี่ในตันtian (จุดตันเถียน) กลับยิ่งโหมกระพือราวกับเปลวเพลิงที่ถูกราดด้วยน้ำมัน
เขาคือกำลังหลักของสำนักที่ถูกขับไล่ เขาคือจอมยุทธ์ผู้ถูกตราหน้าว่าเป็นกบฏ และในยามนี้... เขาคือผู้ที่จะลากพวกมันทั้งหมดลงสู่นรกภูมิไปพร้อมกับความทะนงตน!
"รับกระบี่!"
ฉินอวี่คำรามลั่น ประกายกระบี่เดียวดายพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า แหวกม่านเมฆทัณฑ์สวรรค์จนแตกกระจาย เสียงระเบิดสนั่นหวั่นไหวสะท้อนไปทั่วทั้งเทือกเขา
ทว่า... ในวินาทีที่คมกระบี่กำลังจะทะลวงผ่านแนวป้องกันสุดท้ายของหลี่เทียนเฉิง เงาร่างสีดำสนิทผู้หนึ่งก็ปรากฏขึ้นเบื้องหลังมู่หรงเซียนอย่างเงียบเชียบ พร้อมกับกระบี่เล่มหนึ่งที่จ่อเข้าที่ลำคอระหงของนาง!
"หยุดมือเสีย... ฉินอวี่! มิฉะนั้น ศิษย์น้องมู่หรงของเจ้าจะต้องดับสูญทั้งจิตวิญญาณ!"
ขอขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปในวิถีกระบี่นี้ด้วยกันนะครับ — มังกรครามท่องภพ
กระบี่เดียวดายร่ายวิถีเซียนท้าทายสวรรค์•ตอนที่ 1
รอยร้าวแห่งวิถีเซียน
ผลงานโดย มังกรครามท่องภพ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มังกรครามท่องภพ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่เดียวดายร่ายวิถีเซียนท้าทายสวรรค์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!