กลิ่นอายของโสมหิมะพันปีและสมุนไพรฤทธิ์เย็นโชยตลบอบอวลอยู่ภายในห้องบรรทมส่วนตัวของเขตแดนอธิการบดี ไอความร้อนจากเตาหลอมยาสำริดลอยวนเป็นระลอกคลื่นสีขาวจางๆ ตัดกับความเงียบงันที่กดดันจนแทบได้ยินเสียงจังหวะการเต้นของหัวใจ หลินซูยี่ใช้ปลายช้อนเงินคนน้ำยาในถ้วยกระเบื้องเคลือบสีมุกอย่างเบามือที่สุด ดวงตากลมโตคู่สวยฉายแววเคร่งเครียดจนคิ้วเรียวขมวดเข้าหากันเป็นปม เมื่อหน้าต่างสีฟ้าโปร่งแสงของระบบวิเคราะห์บั๊กยังคงกะพริบเตือนด้วยตัวอักษรสีแดงฉาน
*[คำเตือน: สภาวะชีพจรของโฮสต์ (มู่หรงเฉิง) ต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน 45% พลังวิญญาณในเส้นลมปราณหลักรั่วไหล 89% หากไม่ได้รับยาต้านพิษมายาโลหิตภายใน 15 นาที ระบบประสาทส่วนกลางจะเข้าสู่ภาวะปิดการทำงานถาวร]*
"ให้ตายสิ... ดื้อด้านนักนะท่านอธิการบดี" ซูยี่พึมพำกับตัวเองเบาๆ น้ำเสียงเจือความระอาใจระคนห่วงใยอย่างปิดไม่มิด นางวางถ้วยยาลงบนโต๊ะข้างเตียงชั่วคราว ก่อนจะใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นซับไรเหงื่อตามกรอบหน้าคมคายที่ยามนี้ซีดเผือดไร้สีเลือดของคนที่นอนหมดสติอยู่บนเตียง
มู่หรงเฉิงในยามที่ไร้ซึ่งเกราะป้องกันและรอยยิ้มเยือกเย็นประดับมุมปาก ช่างดูเปราะบางราวกับตุ๊กตาแก้วที่พร้อมจะแตกสลายได้ทุกเมื่อ เส้นผมสีดำสนิทสยายเต็มหมอนหนุนขับให้ใบหน้าหล่อเหลาราวกับภาพวาดดูไร้เรี่ยวแรง ชุดคลุมสีเข้มหลุดลุ่ยเล็กน้อยเผยให้เห็นแผ่นอกกว้างที่กระเพื่อมขึ้นลงแผ่วเบาตามจังหวะหายใจที่ติดขัด
ซูยี่สูดหายใจเข้าลึกๆ นางสอดมือข้างหนึ่งประคองศีรษะของอีกฝ่ายขึ้นมาอย่างระมัดระวังให้พิงกับตักของตน มืออีกข้างหยิบถ้วยยาขึ้นมาจ่อใกล้ริมฝีปากที่แห้งผาก
"อื้อ..."
เสียงครางต่ำในลำคอหลุดออกมาจากร่างสูงที่นอนแน่นิ่งเมื่อสัมผัสได้ถึงความขมปร่าของกลิ่นยา มู่หรงเฉิงขมวดคิ้วแน่น เปลือกตากระตุกไหวสัปหงกราวกับปฏิกิริยาป้องกันตัวตามสัญชาตญาณ แม้จะยังไม่รู้สึกตัวดีนัก แต่กล้ามเนื้อทุกส่วนกลับเกร็งเครียดด้วยพิษไข้
"อย่าดื้อค่ะท่านอธิการบดี... ถ้าไม่อยากให้ข้าต้องใช้วิธี 'ป้อนยาแบบปากต่อปาก' เหมือนในนิยายน้ำเน่าล่ะก็ อ้าปากแล้วดื่มเสียดีๆ นะคะ" ซูยี่กระซิบกระซาบข้างใบหูของอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงติดตลกเพื่อกลบเกลื่อนความสั่นเทาในใจ
ราวกับปาฏิหาริย์ หรือบางทีสัญชาตญาณดลใจให้เขาได้ยินเสียงบ่นพึมพำนั้น มู่หรงเฉิงค่อยๆ เปลือกตาเปิดขึ้นช้าๆ นัยน์ตาคมกราบที่เคยทรงอำนาจและเยียบเย็น บัดนี้พร่าเลือนและเต็มไปด้วยหยาดเหงื่อประกายความเจ็บปวดระคนความสับสน เขาจ้องมองใบหน้าของหญิงสาวที่อยู่ใกล้แค่คืบ สมองที่ตื้อตันประมวลผลช้ากว่าปกติ แต่กลิ่นอายอันคุ้นเคยและสัมผัสนุ่มนวลที่รองรับศีรษะเขาอยู่ทำให้ความระแวดระวังตัวลดฮวบลง
"ซ... ซูยี่..." เสียงแหบพร่าหลุดลอดริมฝีปากที่แห้งแตกออกมาอย่างยากลำบาก
"ข้าเองค่ะ ดื่มยานี่ซะ ขมหน่อยแต่มันจะช่วยสะกดพิษในเส้นลมปราณของคุณไว้ได้" นางเกลี้ยกล่อมด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนผิดจากยามปกติที่ชอบต่อปากต่อคำ
มู่หรงเฉิงพยายามจะขยับตัวถอยหนีตามนิสัยระแวดระวังตัว แต่พิษที่แผ่ซ่านไปทั่วร่างทำให้เขาราวกับถูกตรึงไว้กับที่ ทว่าในจังหวะที่ซูยี่พยายามจะขยับถ้วยยาให้แนบสนิทกับริมฝีปาก ร่างสูงที่ควรจะไร้เรี่ยวแรงกลับคว้าหมับเข้าที่เอวบางของหญิงสาวด้วยความเร็วที่เหนือมนุษย์!
*พรึบ!*
"ว๊าย!" ซูยี่อุทานออกมาด้วยความตกใจ ถ้วยยาในมือเกือบจะหกกระเด็นโชคดีที่นางพลิกข้อมือหลบได้ทัน แต่แรงดึงอันมหาศาลราวกับคีมเหล็กนั้นกลับดึงร่างของนางให้ร่วงลงไปปะทะกับแผ่นอกกว้างอย่างจัง
แรงกระแทกทำให้ลมหายใจของทั้งคู่สะดุด มู่หรงเฉิงฝังใบหน้าลงกับซอกคอของหญิงสาวอย่างเอาแต่ใจ แขนแกร่งทั้งสองข้างตวัดกอดรัดเอวคอดกิ่วไว้แน่นราวกับกลัวว่าอีกฝ่ายจะสลายหายไปในอากาศ ลมหายใจร้อนผ่าวที่เป่ารดผิวเนื้อทำให้ซูยี่สะท้านเฮือก หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับกลองเพล
"นี่... คุณ! ปล่อยนะ ชั้นหายใจไม่ออก แล้วยานี่ล่ะ เดี๋ยวก็เย็นชืดหมดพอดี!" ซูยี่เอ็ดเบาๆ พยายามใช้มือดันไหล่กว้างออก แต่แรงของคนเจ็บยามนี้กลับหนักอึ้งราวกับภูเขาหิน
"อย่าขยับ..." เสียงทุ้มต่ำแหบพร่ากระซิบชิดใบหู ลมหายใจร้อนจัดรดรินอยู่บริเวณลำคอระหง มู่หรงเฉิงหลับตาแน่น แขนที่โอบกอดกระชับแน่นขึ้นไปอีกราวกับเด็กน้อยที่กำลังไขว่คว้าหาที่ยึดเหนี่ยวในพายุฝน "หนาว... ตัวเจ้า... หอมจัง..."
ซูยี่ชะงักงัน คำพูดตัดพ้อแกมละเมอที่หลุดออกมาจากปากของชายหนุ่มผู้เย็นชาและหยิ่งทะนงคนนี้ ทำให้นางรู้สึกราวกับมีน้ำผึ้งอุ่นๆ ไหลรินเข้าชะโลมหัวใจที่เคยแข็งกระด้างจากโลกอันโหดร้าย ความรู้สึกโหยหาและเปราะบางที่ซ่อนอยู่ใต้ท่าทีเย่อหยิ่งถูกเปิดเปลือยออกมาตรงหน้า ทำให้นางโกรธไม่ลงแม้แต่น้อย
"รู้ตัวไหมคะว่าทำอะไรอยู่... เจ้าคนซึนเดเกร.ะเอ๊ย" ซูยี่ถอนหายใจยาวเหยียด ยอมวางถ้วยยาลงบนโต๊ะข้างเตียงโดยไม่สนใจมันอีกต่อไป ก่อนจะยกมือขึ้นโอบรอบลำคอแกร่งของอีกฝ่ายอย่างยอมจำนน นางลูบกลุ่มผมนุ่มมือเบาๆ เชิงปลอบประโลม "โอ๋ๆ นะคะ ไม่หนาวแล้ว ข้าอยู่ตรงนี้แล้ว"
สัมผัสอบอุ่นและกลิ่นหอมสะอาดเฉพาะตัวจากตัวหญิงสาวค่อยๆ 100 ซึมผ่านประสาทสัมผัสที่พร่ามัว มู่หรงเฉิงผ่อนลมหายใจยาว ความตึงเครียดที่กล้ามเนื้อเริ่มคลายตัวลงเล็กน้อย ทว่าอ้อมกอดกลับยิ่งแนบแน่นขึ้นจนแทบไม่มีช่องว่างระหว่างกัน
ภายในห้องที่เงียบสงบ มีเพียงเสียงลมหายใจสม่ำเสมอและเสียงเต้นของหัวใจสองดวงที่ประสานกันเป็นจังหวะ ทว่าในขณะที่บรรยากาศกำลังผ่อนคลายลงนั้นเอง จู่ๆ หน้าต่างระบบสีฟ้าที่เคยนิ่งสงบก็เด้งขึ้นมากลางอากาศด้วยความเร็วจنเกิดเสียงเตือนแหลมสูง
*[แจ้งเตือนฉุกเฉินระดับสูงสุด! ตรวจพบคลื่นพลังงานปริศนาพิกัด 0.0 กำลังเคลื่อนตัวทะลุกำแพงเขตแดนเข้ามาด้วยความเร็วเหนือแสง]*
*[คำเตือน: สิ่งแปลกปลอมมิใช่ผู้บุกรุกธรรมดา แต่เป็น... 'รหัสต้นกำเนิด' ที่สูญหายไปเมื่อสามร้อยปีก่อน]*
ซูยี่เบิกตากว้าง สัญชาตญาณการเอาตัวรอดกรีดร้องลั่น นางก้มลงมองมู่หรงเฉิงที่ยังคงซุกซบอยู่บนลาดไหล่ ก่อนที่เงาร่างสีดำสนิทสายหนึ่งจะปรากฏขึ้นอย่างเงียบเชียบตรงมุมมืดปลายเตียง พร้อมกับเสียงกระซิบเยียบเย็นที่ดังขึ้นเหนือหัวของนาง
"พบตัวแล้ว... ผู้สืบทอดแห่งพันธสัญญา"
เป็นกำลังใจให้น้ำผึ้งหยดแรกในการเดินทางข้ามมิติครั้งนี้ด้วยนะคะ ❤️
ระบบสลับชะตากับคุณชายสายซึน•ตอนที่ 24
หยดน้ำผึ้งในถ้วยยาขม
ผลงานโดย น้ำผึ้งหยดแรก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (น้ำผึ้งหยดแรก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบสลับชะตากับคุณชายสายซึน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!