เกิดใหม่เป็นนางร้าย แต่ขอสร้างอาณาจักรค้าขายด้วยมิติลับดีกว่า•ตอนที่ 2

มิติลับซูเปอร์มาร์เก็ตทำงาน

ผลงานโดย ดัชเชสโพดำ
"ถ้าจะหิวโซจนกัดลิ้นตาย ก็เชิญกัดในครัวที่สะอาดสะอ้านเถอะค่ะ อย่ามาทำตัวเป็นซากศพเดินได้ให้ขวางหูขวางตาอยู่ในเรือนใหญ่เลย!" เสียงตวาดแหลมสูงของฮูหยินผู้เฒ่าหานดังก้องอยู่ในโสตประสาท ลู่ชิงฮวาไม่ได้สะทกสะท้านแม้แต่น้อย นางก้าวฉับๆ เข้ามาในห้องครัวที่เต็มไปด้วยคราบเขม่าและผักเหี่ยวเฉาที่กองรวมกันราวกับเศษขยะ หัวใจของนางเต้นเป็นจังหวะหนักแน่น ผิดกับ 'ลู่ชิงฮวา' คนเดิมที่เอาแต่ร้องไห้คร่ำครวญถึงความอดอยากยากแค้น นางผลักบานประตูไม้เก่าๆ ปิดลง ล็อกกลอนอย่างมั่นคง ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึก กลิ่นอับชื้นของครัวในยุคโบราณถูกแทนที่ด้วยความมุ่งมั่นในดวงตาคมกริบ *เอาล่ะ... ไหนดูซิว่ามิติลับที่พระเจ้าประทานมาให้ จะช่วยให้แม่ทัพอย่างหานอี้หลางยอมสยบใต้ฝ่าเท้าข้าได้จริงไหม* ทันทีที่นางตั้งจิตเพียงแผ่วเบา พื้นที่ว่างเปล่าเบื้องหน้าพลันบิดเบี้ยวเสมือนเลนส์กล้องที่ปรับโฟกัส ภาพซูเปอร์มาร์เก็ตใจกลางกรุงโตเกียวที่นางคุ้นเคยปรากฏขึ้นมาแทนที่ผนังไม้ผุๆ แสงไฟสลัวจากตะเกียงน้ำมันถูกแทนที่ด้วยแสงไฟฟลูออเรสเซนต์เย็นตา ชั้นวางของที่เรียงรายไปด้วยสินค้าอุปโภคบริโภคที่น่าตื่นตาตื่นใจทำให้นางแย้มยิ้มออกมา "หึ... ต่อให้ต้องเผชิญกับภัยแล้งหรือความยากจนข้นแค้นเพียงใด ก็อย่าหวังว่าข้าจะปล่อยให้สามีที่รักข้าถึงเพียงนั้นต้องท้องกิ่ว" ลู่ชิงฮวาเดินเลือกหยิบวัตถุดิบอย่างคล่องแคล่ว นางหยิบเนื้อหมูสามชั้นเกรดพรีเมียม ขิงแก่สดๆ ต้นหอมที่เขียวขจี และเครื่องปรุงรสที่หาไม่ได้ในยุคสมัยนี้ออกมาวางบนโต๊ะไม้เก่าๆ กลิ่นหอมของน้ำตาลเคี่ยวและเครื่องเทศเริ่มฟุ้งกระจาย นางหยิบหม้อดินเผาใบเก่งขึ้นมาตั้งเตา ถ่านไม้ที่นางก่อขึ้นด้วยความชำนาญเริ่มส่งเสียงเปรี๊ยะปร๊ะเป็นจังหวะที่ฟังดูรื่นหู ในขณะที่นางกำลังบรรจงหั่นเนื้อหมูชิ้นหนาด้วยมีดทำครัวที่คมกริบ เสียงฝีเท้าหนักแน่นมั่นคงก็ดังขึ้นที่หน้าประตูเรือนครัว ความรู้สึกคุ้นเคยบางอย่างทำให้สัญชาตญาณนางกระตุกวูบ นั่นคือหานอี้หลาง... พยัคฆ์ร้ายแห่งกองทัพที่เพิ่งกลับจากการตรวจเวรยาม "ใครอยู่ในนั้น?" เสียงทุ้มต่ำและเปี่ยมไปด้วยอำนาจของเขาดังขึ้น แม้จะฟังดูแห้งแล้ง แต่แฝงไปด้วยความระแวงที่ติดตัวมาจากการเป็นทหาร ลู่ชิงฮวาไม่ได้ตอบทันที นางเร่งไฟในเตาให้แรงขึ้น กลิ่นหอมฟุ้งของหมูสามชั้นที่กำลังถูกเจียวจนเหลืองทองเริ่มกระจายตัวผ่านร่องประตูไม้ กลิ่นน้ำตาลไหม้ผสมกับกลิ่นซอสถั่วเหลืองชั้นเลิศนั้นช่างเย้ายวนจนแทบจะทำให้คนที่เดินผ่านไปมาต้องหยุดกึก หานอี้หลางชะงักฝีเท้า กลิ่นนี้มัน... กลิ่นที่เขาไม่เคยสัมผัสมาก่อนในบ้านที่เต็มไปด้วยความยากไร้หลังนี้ มันคือกลิ่นของอาหารที่ทำด้วยความประณีต กลิ่นที่ทำให้ความเย็นชาในอกของเขาเริ่มสั่นคลอน มือหนาผลักประตูห้องครัวออกอย่างแรงด้วยสัญชาตญาณป้องกันตัว แต่ภาพที่ปรากฏแก่สายตาทำเอาเขาต้องนิ่งค้างไป ภาพภรรยาที่เขามักจะเห็นนางเอาแต่กรีดร้องหรือขังตัวในห้องกำลังยืนผูกผ้ากันเปื้อน ลมหายใจที่พ่นออกมาพร้อมกับกลิ่นอายความร้อนและไอน้ำหอมฉุยจากหม้อดินใบนั้นทำให้นางดูโดดเด่นท่ามกลางความมืดมิดของเรือนหลังเก่า ลู่ชิงฮวาค่อยๆ หันกลับมามองเขา ใบหน้าสวยหวานนั้นไม่มีแววของความโกรธเคือง มีเพียงรอยยิ้มบางๆ ที่ทำให้นักรบผู้กล้าต้องรู้สึกเหมือนหัวใจถูกหมัดหนักๆ ต่อยเข้าที่กลางอก "ท่านแม่ทัพ กลับมาพอดีเลยนะคะ อาหารมื้อนี้เพิ่งจะเสร็จพอดี" นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าสายตาที่จ้องมองมานั้นแฝงไปด้วยความนัยบางอย่างที่ทำให้หานอี้หลางรู้สึกทำตัวไม่ถูก เขาที่เป็นคนไม่ยอมก้มหัวให้ใคร กลับรู้สึกว่าตัวเองกำลังจะพ่ายแพ้ให้กับกลิ่นหอมของเนื้อตุ๋นในหม้อใบนี้เข้าแล้วจริงๆ เขาก้าวเท้าเข้ามาใกล้โดยไม่รู้ตัว สายตาจับจ้องไปที่หม้อใบนั้นสลับกับใบหน้าของหญิงสาว "เจ้า... เจ้าทำอาหารนี่เองหรือ?" "ในบ้านนี้ ถ้าข้าไม่ทำ แล้วท่านหวังจะให้ใครทำล่ะคะ? จะรอให้ฮูหยินผู้เฒ่ามาปรนนิบัติ หรือจะรอให้ข้ารับใช้ที่เอาแต่นินทาลับหลังหยิบยื่นเศษอาหารให้ท่านทาน?" นางเลิกคิ้วขึ้นอย่างท้าทาย ก่อนจะตักน้ำซุปเข้มข้นหยดเล็กๆ ขึ้นมาเป่าแล้วยื่นไปจ่อที่ริมฝีปากของเขา "ลองชิมดูสิคะ แล้วท่านจะรู้ว่าจากนี้ไป... ท่านจะไม่ต้องทนหิวอีกต่อไป" หานอี้หลางมองนิ้วเรียวสวยที่ถือช้อนนั้นสลับกับดวงตาของภรรยา เขาลังเลอยู่ชั่วครู่ก่อนจะตัดสินใจอ้าปากรับน้ำซุปนั้นเข้าไป รสสัมผัสที่ระเบิดออกในปากช่างมหัศจรรย์ มันเข้มข้น กลมกล่อม และเปี่ยมไปด้วยพลังงานที่เขาโหยหามานานจากการออกศึก การกระทำของเขาที่หยุดนิ่งทำให้นางรู้ว่าเขากำลังตกอยู่ในภวังค์ ทันใดนั้นเอง เสียงเคาะประตูรั้วบ้านก็ดังขึ้นอย่างแรง พร้อมกับเสียงเอะอะโวยวายของคนกลุ่มหนึ่งที่ฟังดูไม่เป็นมิตรนัก "หานอี้หลาง! ส่งตัวสะใภ้ตัวดีของเจ้าออกมา! นางขโมยของจากเรือนใหญ่ไปใช่หรือไม่ กลิ่นอาหารหอมฟุ้งไปทั่วหมู่บ้านขนาดนี้ คนจนอย่างพวกเจ้าจะเอาปัญญาที่ไหนมาหาวัตถุดิบชั้นเลิศเช่นนี้ได้!" ความเงียบเข้าปกคลุมห้องครัว หานอี้หลางหันขวับไปมองประตูเรือนด้วยแววตาดุดัน แต่ลู่ชิงฮวากลับวางช้อนลงบนโต๊ะไม้ด้วยท่าทางใจเย็น นางขยับตัวเข้าไปกระซิบข้างหูเขา ลมหายใจอุ่นๆ นั้นทำให้แม่ทัพหนุ่มตัวแข็งทื่อ "ท่านแม่ทัพคะ... ถ้าท่านปกป้องข้าในวันนี้ อีกไม่นาน ข้าจะทำให้ท่านได้นั่งอยู่บนบัลลังก์ที่ไม่มีใครกล้าสบตา แต่วันนี้... ข้าขอเป็นคนจัดการ 'สุนัขเฝ้าบ้าน' พวกนี้ด้วยมือของข้าเองนะคะ" ท่ามกลางความตึงเครียดที่พุ่งสูงถึงขีดสุด ลู่ชิงฮวาหยิบมีดทำครัวขึ้นมาถือไว้ในมืออย่างมั่นคง นางหมุนตัวเดินไปที่ประตู โดยที่หานอี้หลางยังคงยืนตะลึงงันอยู่เบื้องหลัง... เหตุการณ์จะเป็นอย่างไรต่อไป เมื่อนางร้ายที่พลิกโฉมมาเป็นเศรษฐีนี ตัดสินใจเปิดฉากสงครามการค้าและการเมืองในบ้านสามีตนเอง! ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับ "ดัชเชสโพดำ" ในบทเริ่มต้นของการสร้างตำนานบทนี้ด้วยกันนะคะ!
สารจากนักเขียน (ดัชเชสโพดำ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกิดใหม่เป็นนางร้าย แต่ขอสร้างอาณาจักรค้าขายด้วยมิติลับดีกว่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%