กับดักหัวใจในกระท่อมไผ่กับยายตัวแสบสายเกษตร•ตอนที่ 7

ผลผลิตแรกที่สะเทือนทั้งหมู่บ้าน

ผลงานโดย กระท่อมไผ่ริมธาร
"ถ้าพวกคุณยังยืนเกาะรั้วส่งเสียงโسวเฮวรบกวนเวลาทำมาหากินของฉันอีกคำเดียว ฉันจะแจ้งความข้อหาบุกรุกและก่อความเดือดร้อนรำคาญนะคะ... เชิญค่ะ เชิญยืนหน้าตาตื่นกันต่อไปตามสบาย" รินรดากวาดสายตาคมกริบมองกลุ่มเครือญาติฝั่งสามีเก่าและชาวบ้านบางส่วนที่มามุงดูอยู่หน้าแปลงเกษตรด้วยความรำคาญใจ นิ้วเรียวยาวตวัดปมผ้ากันเปื้อนสีครีมลวกๆ ใบหน้าหวานเชิดขึ้นเล็กน้อยอย่างไม่เกรงกลัวใคร รัศมีของอดีตเชฟผู้กุมอำนาจในห้องครัวระดับประเทศแผ่ซ่านจนป้าสะใภ้จอมตอดเล็กตอดน้อยถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าของทุกคนในยามสายไม่ใช่แปลงผักโทรมๆ ที่มีแต่หญ้าคาอย่างที่พวกเขาลอบนินทากันลับหลัง แต่กลับเป็นแปลงผักเคล คะน้า และมะเขือเทศเชอร์รี่ที่เติบโตอย่างรวดเร็วจนน่าประหลาดใจ ใบสีเขียวเข้มเป็นมันเงาไร้รอยแมลงกัดแท่น ชูช่อรับแสงแดดราวกับได้รับปุ๋ยทิพย์ ทั้งที่เพิ่งผ่านไปไม่กี่วันเท่านั้น "ริน... หลานรัก... ทำไมผักพวกนี้มันโตเร็วนักล่ะลูก?" เสียงของป้าสะใภ้เปลี่ยนจากท่าทีฮึดฮัดเมื่อครู่เป็นหยอดคำหวานทันที ดวงตาโลภโม่งโผงกวาดมองพืชผักเขียวขจีด้วยความอิจฉาริษยาจนแทบเนื้อเต้น "แล้วดูนั่นสิ ลูกใหญ่เป็นบ้าเลย... ให้ป้าช่วยเก็บไปขายที่ตลาดหน่อยไหมจ๊ะ ยังไงเราก็คนกันเอง..." "คนกันตอนไหนคะ? ตอนที่พวกคุณมาขนของมีค่าออกจากบ้านฉันตอนที่ฉันล้มละลาย หรือตอนที่พวกคุณช่วยกันเหยียบซ้ำตอนฉันไม่มีทางสู้คะ?" รินรดาย้อนถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เชือดเฉือนถึงกระดูกดำ ดวงตากลมโตฉายแววเยียบเย็นจนคู่สนทนาสะท้านเฮือก ร่างสูงใหญ่ของศิลาที่ก้าวเดินออกมาจากโรงเรือนเพาะชำพร้อมตะกร้าไม้ไผ่สานในมือพอดี ช่วยเติมเต็มความกดดันให้บรรยากาศรอบตัวเข้มข้นขึ้นไปอีก นายทหารหนุ่มในชุดลำลองสบายๆ สวมเสื้อยืดสีเขียวเข้มเผยให้เห็นมัดกล้ามเนื้อสมส่วน ปรายตามองกลุ่มคนหน้าเลือดด้วยสายตาดุจพญาอินทรีที่พร้อมขย้ำเหยื่อ เขาเดินตรงเข้าไปหารินรดา ยื่นมือหนามาปัดเศษดินที่เปื้อนข้างแก้มให้อย่างเบามือและทะนุถนอม ท่าทีสนิทสนมและสายตาที่เต็มไปด้วยความคลั่งรักทำเอาสาวๆ แถวนั้นแอบสูดปากด้วยความอิจฉา "เหนื่อยไหมครับคนดี ให้ผมจัดการพวกน่ารำคาญนี่แทนไหม?" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามภรรยาในนามอย่างอ่อนโยน ผิดกับตอนที่หันไปมองหน้าแขกไม่ได้รับเชิญที่แววตากลับเย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลก "ไม่ต้องหريكหรอกค่ะพี่ศิลา แค่สายตาพวกเขาก็แสดงความโลภออกมาจนน่าขันแล้ว... ปล่อยให้พวกเขาดูไปเถอะค่ะ ยิ่งดู... น่าจะยิ่งเจ็บใจนะว่าไหมคะ" รินรดายิ้มหวานหยาดเยิ้มให้สามีหนุ่ม เป็นรอยยิ้มที่ทำเอาหัวใจแกร่งของนายทหารผู้ผ่านศึกมาโชกโชนถึงกับกระตุกวูบ ลับหลังกำแพงรั้วไม้ไผ่ รินรดาแอบซ่อนรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ไว้ ความลับที่ไม่มีใครรู้คือ เมล็ดพันธุ์เหล่านี้ไม่ใช่พืชธรรมดา แต่เป็นเมล็ดพันธุ์เกรดพิเศษจาก 'มิติลับ' ในห้วงจิตสำนึกของเธอ ที่ผสมผสานกับน้ำแร่บริสุทธิ์จากลำธารหลังบ้าน ทำให้พืชโตไว กลิ่นหอมตลบอบอวล และมีรสชาติหวานกรอบเป็นเอกลักษณ์ ชนิดที่ต่อให้พลิกแผ่นดินหาทั่วประเทศก็ไม่มีทางหาได้จากที่อื่น บ่ายวันนั้น รถกระบะคันเก่าแต่สะอาดเอี่ยมของศิลาก็บรรทุกตะกร้าผักเคลและมะเขือเทศล็อตแรกมุ่งหน้าสู่ตลาดสดเทศบาลอำเภอ โดยมีเป้าหมายคือร้านอาหารกึ่งคาเฟ่แนวออร์แกนิกชื่อดังของเพื่อนสนิทรุ่นพี่ที่เคยติดใจฝีมือการทำอาหารของรินรดา ทันทีที่ก้าวเท้าเข้าร้าน กลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟก็พ่ายแพ้ให้กับกลิ่นหอมสดชื่นของผักออร์แกนิกที่รินรดายกตัวอย่างมาให้ทดลองชิม "พระเจ้า! รินรดา! นี่เธอ... เธอบอกว่านี่คือผักเคลที่ปลูกเองจริงๆ เหรอ?" คุณพิม เจ้าของร้านสาวมั่นอุทานเสียงหลง ดวงตาเบิกกว้างเมื่อหยิบใบเคลขึ้นมาพินิจพิเคราะห์ "แค่กลิ่นก็ต่างจากของซัพพลายเออร์เจ้าเก่าลิบลับแล้ว! รสชาติล่ะ... ขอมะเขือเทศลูกนั้นหน่อยซิ!" รินรดายิ้มรับอย่างมั่นใจ เธอยื่นมะเขือเทศเชอร์รี่สีแดงสดลูกโตให้ เมื่อคุณพิมกัดลงไปคำแรก ดวงตาของหญิงสาวก็เป็นประกายวาววับราวกับเจอขุมทรัพย์ รสชาติหวานฉ่ำ ไร้ความเฝื่อน และมีความสดชื่นกระจายไปทั่วโพรงปากจนแทบจะกรีดร้องออกมา "ฉันเหมา! ฉันเหมาหมดนี่! ไม่สิ... อาทิตย์หน้าฉันขอเพิ่มเป็นสามเท่า เธอต้องส่งให้ร้านฉันเจ้าเดียวนะริน!" คุณพิมประกาศกร้าวด้วยความตื่นเต้น ราวกับพบเพชรเม็ดงามในกองขยะ ข่าวลือเรื่องผักวิเศษที่ทั้งกรอบ ทั้งหวาน และอร่อยจนลืมไม่ลง แพร่สะพัดราวกับไฟลามทุ่งภายในเวลาไม่ถึงสองชั่วโมง จากร้านอาหารออร์แกนิก ลามไปถึงตลาดสด และกลุ่มแม่บ้านไฮโซในอำเภอ ต่างแย่งกันมาขอซื้อจนเกลี้ยงตะกร้าในเวลาอันรวดเร็ว เม็ดเงินจำนวนมหาศาลหลั่งไหลเข้ากระเป๋าของรินรดาจนยอดเงินในบัญชีพุ่งกระฉูด สะใจพวกญาติจอมสูบเลือดสูบเนื้อที่ทำได้แค่มองตาปริบๆ ด้วยความเจ็บใจ ทว่า ความวุ่นวายยังไม่ทันจางหาย เมื่อรินรดากับศิลาขับรถกลับมาถึงกระท่อมไผ่ริมธารในยามพลบค่ำ แสงไฟจากตะเกียงหน้าบ้านกลับส่องกระทบกับร่างของใครบางคนยืนรออยู่ก่อนแล้ว แขกยามวิกาลไม่ใช่ใครอื่น... แต่เป็นชายหนุ่มปริมาณในชุดสูทสากลราคาแพงระยับ ท่าทางภูมิฐานและใบหน้าที่ละม้ายคล้ายคลึงกับอดีตคู่หมั้นของเธอที่เคยเขี่ยเธอทิ้งอย่างไร้เยื่อใย "รินรดา... ไม่ได้เจอกันนานนะ" ชายหนุ่มเอ่ยทักด้วยรอยยิ้มพยายามตีสนิท พร้อมกับก้าวเข้ามาขวางทางเข้าบ้าน "ผมได้ยินเรื่องฟาร์มผักของคุณ... น่าสนใจดีนี่ สนใจมาร่วมทุนกับบริษัทผมไหมล่ะ?" รินรดายืนนิ่ง ใบหน้างามเรียบเฉย แววตาส่งประกายเย้ยหยันออกมาวูบหนึ่ง ก่อนที่มือหนาของศิลาจะเอื้อมมาโอบไหล่บางของเธอไว้แน่น พร้อมกับก้าวออกมาบังหน้าภรรยา พลเอ่ยเสียงทุ้มต่ำลอดไรฟันด้วยความรำคาญใจ "ถ้าเรื่องงานธุรกิจ เชิญติดต่อทางฝ่ายขาย... แต่ถ้าเรื่องจะมาวุ่นวายกับภรรยาผม..." ศิลาหักนิ้วมือดังกร๊อบ รอยยิ้มมุมปากเยียบเย็นจนน่ากลัว "ผมคงต้องขออนุญาต... สั่งสอนมารยาทแขกที่ไม่ได้รับเชิญสักหน่อยแล้วล่ะครับ" บรรยากาศรอบตัวพลันตึงเครียดขึ้นในพริบตา เมื่อจู่ๆ รถยนต์หรูอีกสามคันก็แล่นเข้ามาจอดปิดท้ายเส้นทางเข้าออกกระท่อมไผ่ริมธารอย่างเงียบเชียบ... พร้อมกับการปรากฏตัวของบุคคลที่สามที่รินรดาคาดไม่ถึงที่สุด! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "กระท่อมไผ่ริมธาร" เสมอมานะคะ
สารจากนักเขียน (กระท่อมไผ่ริมธาร)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักหัวใจในกระท่อมไผ่กับยายตัวแสบสายเกษตร นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%