กับดักหัวใจในกระท่อมไผ่กับยายตัวแสบสายเกษตร•ตอนที่ 9

กับดักของคนโลภ

ผลงานโดย กระท่อมไผ่ริมธาร
เสียงเลื่อยโซ่ยนต์คำรามก้องทำลายความสงบของผืนป่าหลังบ้านพัก ปลุกให้ฝูงนกป่าแตกตื่นบินหนีกันอลหม่าน กลิ่นฉุนของน้ำมันเครื่องและเศษขี้เลื่อยที่ฟุ้งกระจายในอากาศเป็นหลักฐานชั้นดีว่า "ผู้บุกรุก" กำลังลงมือทำเรื่องอุกฉกรรจ์ รินรดายืนกอดอกพิงต้นมะม่วงหิมพานต์ ใบหน้าหวานละมุนฉาบไว้ด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบ ดวงตากลมโตเป็นประกายคมกริบทอดยาวไปยังแนวเขตที่ดินมรดก ที่ซึ่งลุงสมandศักดิ์กับสมุนมือขวา กำลังพยายามโค่นต้นพะยูงอายุหลายสิบปีของเธออย่างหน้าตาเฉย "กล้าดีนี่ ถึงขนาดกล้าเอารถบรรทุกเข้ามาขนไม้ในเขตที่ดินของฉัน" น้ำเสียงหวานใสแต่เย็นเยือกดังขึ้นตัดผ่านเสียงเครื่องยนต์ ลุงสมศักดิ์สะดุ้งสุดตัว รีบส่งสัญญาณให้ลูกน้องดับเครื่องยนต์ เขากลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่เมื่อเห็นร่างเพรียระของหลานสาวก้าวออกมาจากเงาไม้ โดยมีผู้กองศิลายืนสงบนิ่งอยู่เคียงข้าง ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อกล้ามสีเข้มเผยกล้ามเนื้อแน่นสมส่วนและรอยแผลเป็นจางๆ บนลาดไหล่ แววตาคมกราบกวาดมองกลุ่มคนตรงหน้าด้วยรัศมีกดดันที่ทำเอาผู้ชายอกสามศอกถึงกับขาอ่อน "อ้าว... รินรดา หลานรัก มาตั้งแต่เมื่อไหร่ล่ะนี่" ลุงสมศักดิ์ฝืนยิ้มแห้ง เกสรสีหน้าเจื่อนลงถนัดตา พยายามซ่อนพิรุธ "พอดีลุงเห็นว่ากิ่งไม้พวกนี้มันระหลังคาบ้านเรา เลยกะว่าจะตัดแต่งให้... ไม่คิดว่าจะรบกวนเวลาพักผ่อนของหลานนะ" "แต่งกิ่งไม้?" รินรดาทวนคำ น้ำเสียงเจือแววขบขัน เธอหัวเราะในลำคอเบาๆ "แต่งกิ่งไม้ด้วยการตัดโคนต้นพะยูงเนี่ยนะคะ ลุงสมศักดิ์... ตาของฉันไม่ได้บอดค่ะ และสมองของฉันก็ไม่ได้เลอะเลือนเหมือนที่ลุงแอบเอาไปนินทาชาวบ้านหรอกนะคะ" ผู้กองศิลาไม่ได้เอ่ยปากพูดสักคำ แต่เขาก้าวเท้าเข้ามาบังร่างบางไว้ครึ่งหนึ่ง มือหนาลูบปืนสั้นที่เหน็บอยู่ข้างเอวเบาๆ การกระทำเพียงน้อยนิดนี้กลับทรงพลังเสียยิ่งกว่าการตะโกนขู่ "ผู้กอง... เรื่องนี้มันเรื่องในครอบครัวนะครับ" สมศักดิ์เริ่มเสียงสั่น หันไปหาผู้ชายรูปร่างสูงใหญ่ที่ขึ้นชื่อว่าดุและนิ่งที่สุดในอำเภอ "ครอบครัว?" ศิลาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย น้ำเสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงคำรามของราชสีห์ "การบุกรุก ลักลอบตัดไม้มีค่าในที่ดินส่วนบุคคล มีโทษจำคุกและปรับอย่างหนัก... อยากให้ผมโทรศัพท์ตามสารวัตรสถานีตำรวจภูธรตอนนี้เลยไหมครับ หรือจะให้ผมใช้กฎหมายค่ายทหารจัดการดี" รินรดายกยิ้มมุมปาก เธอเดินเข้าไปใกล้กองไม้ที่ถูกตัดโค่นลงมา พลางใช้ปลายเท้าเขี่ยดูเนื้อไม้สีแดงเข้มเนื้อแน่น ก่อนจะสะบัดมือเบาๆ มิติลับในห้วงความคิดทำงานทันที กล้องบันทึกภาพความละเอียดสูงจิ๋วที่เธอกดสั่งซื้อมาจากร้านค้าอเนกประสงค์ในมิติ ถูกซ่อนไว้ตามยอดไม้เรียบร้อยแล้ว ทุกกระบวนการ ทุกคำพูด และหลักฐานการซื้อขายไม้เถื่อนกับนายทุนนอกพื้นที่ถูกบันทึกไว้หมดจด ไม่มีทางดิ้นหลุด "ไม่ต้องโทรหาใครทั้งนั้นแหละนังตัวดี!" เสียงแหลมสูงของป้าสำเนียงดังแทรกขึ้น พร้อมกับร่างอวบอ้วนที่วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาในที่เกิดเหตุ มือเหี่ยวย่นชี้หน้าหลานสาวด้วยความโกรธเกรี้ยว "แกมันใจดำอำมหิต! แค่ไม้ไม่กี่ต้น แลกกับความสุขของลุงกับป้าไม่ได้หรือไง? พ่อแม่แกตายไปจนผีไม่เผาเงาไม่เหยียบแล้ว สมบัติพวกนี้มันก็ควรเป็นของเครือญาติสิฟะ!" รินรดาหุบยิ้มทันที แววตาคู่สวยเปลี่ยนเป็นคมปลาบ ความอดทนที่มีต่อคนตระกูลนี้หมดลงแล้ว "ป้าสำเนียงคะ... กรุณาให้เกียรติคนตายด้วยค่ะ" รินรดาก้าวเข้าไปประชิดทีละก้าว แรงกดดันรอบตัวทำให้ป้าสำเนียงผถอยหลังโดยไม่รู้ตัว "พ่อแม่ฉันท่านสร้างสมบัติเหล่านี้มาด้วยหยาดเหงื่อ ไม่ใช่ปล้นใครมาเหมือนที่พวกท่านทำอยู่ทุกวันนี้! และบอกไว้ตรงนี้เลยนะ... ไม้พะยูงพวกนี้ ลุงกับป้าไม่มีสิทธิ์แตะแม้แต่ใบไม้ใบเดียว!" "อีหลานเนรคุณ!" ป้าสำเนียงกรี๊ดลั่น ท่าทางจะพุ่งเข้ามาตบ แต่มือหนาของผู้กองศิลาคว้าข้อมือเหี่ยวย่นนั้นไว้ทัน บีบเพียงเบาๆ ทำเอาป้าร่างท้วมร้องโอดครวญด้วยความเจ็บปวด "อย่าริอ่านแตะต้องเมียผม" ศิลาเอ่ยเสียงเย็นเยียบ สายตาดุดันราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ ทำให้ลุงสมศักดิ์ต้องรีบเข้ามาดึงภรรยาถอยร่น รินรดาสูดหายใจเข้าลึก1 เพื่อปรับอารมณ์ เธอยกสมาร์ทโฟนขึ้นมาหมุนโชว์หน้าจอให้ทั้งสองสามีภรรยาดูชัดๆ บนหน้าจอคือคลิปวิดีโอชัดแจ๋วตั้งแต่ตอนที่ลุงสมศักดิ์เจรจากับนายทุนค้าไม้เถื่อน พร้อมทั้งตัวเลขจำนวนเงินมัดจำห้าหมื่นบาทที่โอนเข้าบัญชี "ภาพชัด เสียงชัด แบบนี้... สารวัตรคงชอบใจมากแน่ๆ ค่ะ" รินรดายิ้มหวานหยาดเยิ้ม แต่รอยยิ้มนั้นกลับทำให้คนมองรู้สึกหนาวสันหลังวาบ "ระหว่างติดคุกหัวโตกับชดใช้ค่าเสียหายมาสิบล้าน... พวกท่านเลือกทางไหนดีคะ?" ลุงสมศักดิ์หน้าซีดเผือด เข่าทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นดินทันที ส่วนป้าสำเนียงอ้าปากพะงาบๆ พูดไม่ออก รินรดาหันหลังให้คนทั้งคู่ เธอควงกุญแจรถ ATV เล่นอย่างอารมณ์ดี พลางเอ่ยทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "ให้เวลาเก็บกระเป๋าออกจากกระท่อมท้ายสวนภายในเย็นนี้นะคะ ถ้าไม่อยากให้ฉันส่งหลักฐานทั้งหมดให้ตำรวจในทันที" รินรดากระชับมือถือในมือแน่น เตรียมจะเดินกลับไปยังเรือนพักเพื่อทำเมนู "แกงคั่วหอยขมใบชะพลู" ฉลองชัยชนะในเย็นวันนี้ แต่ทว่า... จู่ๆ เสียงฝีเท้าหนักหน่วงหลายคู่ก็ดังขึ้นจากทางปากทางเข้าสวน เงาร่างของชายฉกรรจ์กลุ่มใหญ่ในชุดสูทสีดำสวมแว่นกันแดดนับสิบคนกำลังเดินตรงเข้ามาล้อมรอบกระท่อมไผ่ไว้ทุกด้านอย่างเป็นระเบียบ และผู้ที่ก้าวออกมาจากกลางกลุ่มนั้นคือชายวัยกลางคนสวมแหวนเพชรเม็ดโตที่รินรดาจำได้แม่นยำว่าเป็น "เสี่ยธงชัย" นายทุนใหญ่ผู้ทรงอิทธิพลในอำเภอ พร้อมกับรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมที่ซ่อนอยู่ใต้ร่มเงาหมวก "เก่งมากแม่สาวน้อย... แต่คิดเหรอว่าหลักแค่นี้จะจัดการฉันได้?" เสี่ยธงชัยหัวเราะในลำคอ พร้อมกับชักปืนพกสีดำสนิทออกมาเล็งตรงมาที่รินรดาโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "กระท่อมไผ่ริมธาร" เสมอมานะคะ
สารจากนักเขียน (กระท่อมไผ่ริมธาร)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักหัวใจในกระท่อมไผ่กับยายตัวแสบสายเกษตร นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%