กับดักหัวใจในกระท่อมไผ่กับยายตัวแสบสายเกษตร•ตอนที่ 10

ชัยชนะยกแรก

ผลงานโดย กระท่อมไผ่ริมธาร
"ถ้าพวกคุณยังกล้าก้าวขาเข้ามาเหยียบเขตที่ดินของฉันอีกแม้แต่ก้าวเดียว ฉันจะไม่เกรงใจสัญญาเงินกู้และหลักฐานการยักยอกมรดกที่ถืออยู่ในมือแล้วนะคะ!" เสียงตวาดกร้าวของรินรดาดังสะท้อนก้องไปทั่วลานหน้ากระท่อมไผ่ บรรยากาศรอบด้านเต็มไปด้วยความตึงเครียดจนแทบจะหยิบมีดมาตัดได้ ป้าสายพิณผู้มีศักดิ์เป็นป้าสะใภ้หน้าซีดเผือดริมฝีปากสั่นระริก แกกุมกระเป๋าถือราคาแพงไว้แน่นราวกับมันเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวสุดท้าย ดวงตาที่เคยตี่หยีด้วยความโลภและเย่อหยิ่งบัดนี้เต็มไปด้วยความหวาดกลัวอย่างปิดไม่มิด เมื่อร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบสนามของกองทัพบกของ **ผู้กองศิลา** ก้าวเข้ามายืนซ้อนหลังรินรดา รัศมีกดดันระดับนายทหารผู้ผ่านสนามรบมาโชกโชนแผ่ซ่านออกมาจนญาติฝั่งนั้นแทบทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น "นัง... นังเด็กเหลือขอ แกกล้ามากนะ!" ป้าสายพิณเค้นเสียงลอดไรฟันด้วยความแค้นเคือง แต่ไม่กล้าขยับตัวเข้าใกล้แม้แต่เซนติเมตรเดียว เพราะสายตาคมปลาบดุจเหยี่ยวของศิลากำลังจ้องมองมาราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ "ความกล้าของฉันมันน้อยไปเสียด้วยซ้ำค่ะ ถ้าเทียบกับความหน้าด้านของพวกคุณที่ยกพวกมาหวังฮุบที่ดินทำกินของพ่อแม่ฉัน" รินรดาเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มเยาะหยันแต้มอยู่บนมุมปากอย่างสะใจ "จำใส่สมองเอาไว้ให้ดีนะคะว่า 'กระท่อมไผ่ริมธาร' แห่งนี้ไม่ใช่ถังขยะที่ใครจะเข้ามาคุ้ยหาผลประโยชน์ตามอำเภอใจได้อีกต่อไป ไสหัวไปซะ! ก่อนที่ฉันจะเปลี่ยนใจไม่แจ้งความข้อหาบุกุกและฉ้อโกงทรัพย์มรดกตอนนี้เลย!" ลุงสมชายที่ยืนหลบอยู่หลังภรรยาหน้าเสียจนเขียวคล้ำ รีบดึงแขนภรรยาให้ถอยหลังกรูเกลียว "ไป... เมีย รีบไปกันเถอะ ยัยนี่มันเอาจริง แกไม่เห็นเอกสารในมือมันรึไงวะ!" สิ้นคำประกาศิตและการไล่ตะردอย่างไม่ไว้หน้า ญาติจอมสูบเลือดสูบเนื้อกลุ่มนั้นก็ต้องจำใจล่าถอยขึ้นรถกระบะเก่าๆ ขับออกไปจากพื้นที่ด้วยความทุรุกลู่และอัปisยอย่างถึงที่สุด เสียงล้อรถบดถนนลูกรังดังขรมสะท้อนความพ่ายแพ้ในยกแรกได้อย่างชัดเจน รินรดาผ่อนลมหายใจยาวเหยียดออกทางปาก ความตึงเครียดที่แบกรับมาตลอดหลายสัปดาห์คลี่คลายลงเล็กน้อย ทว่าก่อนที่ร่างบางจะได้หันไปขอบคุณชายหนุ่มด้านหลัง เอวบางก็ถูกวงแขนแข็งแกร่งรวบเข้าไปประชิดแนบแน่นเสียก่อน "เก่งมากค่ะคนดี..." เสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดใบหู พร้อมกับปลายนิ้วอุ่นเกลี่ยปอยผมที่หลุดลุ่ยข้างแก้มให้อย่างเบามือ "แต่ทีหลัง... ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพี่เถอะค่ะ พี่ไม่อยากให้มือคู่นี้ต้องไปเปื้อนความสกปรกของคนพวกนั้นเลย" รินรดาอมยิ้มบางๆ เธอเอี้ยวตัวกลับไปมองหน้าคมเข้มที่เต็มไปด้วยความห่วงใย ก่อนจะใช้ศอกกระทุ้งเบาๆ ที่สีข้างเขา "อย่ามาทำเป็นพูดดีนะคะผู้กอง ฉันไม่ใช่คุณหนูในหอคอยเสียหน่อย คนพวกนั้นถ้าไม่ใช้ไม้นี้ก็คงไม่หลาบจำหรอกค่ะ" ศิลายิ้มมุมปาก นัยน์ตาคมพราวระยับด้วยความเอ็นดู เขารู้ดีว่าหญิงสาวในอ้อมกอดนี้มีความแข็งแกร่งและสมองเพชรมากแค่ไหน ไม่เช่นนั้นเธอคงไม่สามารถเนรมิตที่ดินรกร้างแห่งนี้ให้กลายเป็นแปลงเกษตรอินทรีย์มูลค่ามหาศาลได้ภายในเวลาไม่นาน แถมยังมีมิติลับในตำนานที่เต็มไปด้วยเมล็ดพันธุ์และอุปกรณ์วิเศษที่ช่วยชีวิตพวกเขาไว้หลายต่อหลายครั้ง "ครับๆ เมียเก่งที่สุดในโลกเลยครับ" ศิลาเอ่ยหยอกเย้าเสียงนุ่ม ก่อนจะสูดกลิ่นหอมอ่อนๆ จากเรือนผมของเธอให้ชื่นใจ "ไหนๆ ก็ไล่พวกน่ารำคาญกลับไปได้แล้ว วันนี้เรามาฉลองชัยชนะกันดีกว่าไหมคะ พี่อยากชิมฝีมือเชฟระดับเซียนของเธอใจจะขาดแล้ว" รินรดาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ดวงตาสุกใสเป็นประกายเจ้าเล่ห์ "อยากกินเหรอคะ? งั้นต้องมาช่วยฉันเตรียมวัตถุดิบก่อนนะ ห้ามอู้งานเด็ดขาดค่ะ" ทั้งสองเดินเคียงคู่กันกลับเข้าไปในตัวกระท่อมไผ่ บรรยากาศรอบกายอบอวลไปด้วยความสุขและความหวานชื่นที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นอย่างมั่นคง รินรดาก้าวเข้าไปในห้องครัว เปิดใช้มิติลับหยิบเอาวัตถุดิบชั้นเลิศที่เติบโตด้วยน้ำค้างสวรรค์และพลังงานปราณธรรมชาติออกมา—หมูป่าอินทรีย์หมักเครื่องเทศสูตรลับล้ำยุค และหน่อไม้ป่าสดๆ ที่เพิ่งขุดขึ้นมาเมื่อเช้า กลิ่นหอมกรุ่นของเครื่องเทศพริกไทยดำและสมุนไพรพื้นบ้านเริ่มโชยฟุ้งกระจายไปทั่วห้องครัวทันทีที่รินรดาเริ่มลงมือผัด เปลวไฟสีส้มสะท้อนกับใบหน้าเรียวสวยที่ตั้งอกตั้งใจทำอาหารอย่างมีความสุข ศิลายืนพิงกรอบประตูมองภาพตรงหน้าด้วยสายตาที่คลั่งรักจนแทบจะกลืนกิน เสมือนว่าโลกใบนี้มีเพียงแค่เขากับเธอเท่านั้น ผ่านไปไม่นาน เมนูเด็ดอย่าง **'ผัดเผ็ดหมูป่าหน่อไม้ป่าราดข้าวกล้องหอมกรุ่น'** ก็ถูกตักใส่จานเซรามิกเนื้อดี ควันร้อนๆ ลอยกรุ่นพร้อมกับกลิ่นหอมเย้ายวนที่เตะจมูกจนท้องไส้ปั่นป่วน เป็นกลิ่นหอมที่เข้มข้นและเป็นเอกลักษณ์จนลอยทะลุออกไปนอกหน้าต่างกระท่อมไผ่ กระจายไปทั่วบริเวณเชิงเขา ดึงดูดสายตาของใครบางคนที่ซุ่มมองอยู่บริเวณชายป่า รินรดากำลังจะตักข้าวใส่จานเพิ่ม ทว่าจู่ๆ ฝีเท้าแผ่วเบาแต่ผิดธรรมชาติกลับดังขึ้นที่บริเวณระเบียงหน้าบ้าน ตามมาด้วยเสียงเคาะประตูสามครั้งแบบเป็นจังหวะ—ก๊อก ก๊อก ก๊อก ศิลาหุบยิ้มทันที แววตาอบอุ่นเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความเฉียบคมดุดันราวกับนักล่า เขาโบกมือให้รินรดายืนอยู่ด้านหลัง ก่อนจะก้าวเดินไปที่ประตูด้วยฝีเท้าเงียบกริบดั่งเสือดาว เมื่อศิลาเปิดประตูออกกว้าง... ร่างของชายแปลกหน้าในชุดเสื้อคลุมกันหนาวสีเข้มฮู้ดคลุมศีรษะมิดชิดก็ก้าวพรวดเข้ามาข้างในทันที พร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก "สวัสดีครับคุณรินรดา... และผู้กองศิลา" ชายคนนั้นดึงฮู้ดออก เผยให้เห็นใบหน้าที่มีแผลเป็นลากยาวตั้งแต่หางคิ้วจนถึงแก้มซ้าย ดวงตาสีสนิมมองตรงมาที่รินรดาราวกับจ้องเหยื่อ "ผมได้รับมอบหมายให้มาเอาของสำคัญบางอย่าง... ที่คุณแม่ของคุณซ่อนเอาไว้ในที่ดินแปลงนี้" รินรดาเบิกตากว้างเล็กน้อย หัวใจกระตุกวูบทันทีเมื่อได้ยินคำว่า 'แม่' เพราะความลับเรื่องมรดกชิ้นสุดท้ายยังไม่เคยเปิดเผยให้ใครรู้มาก่อน! "คุณเป็นใคร..." รินรดาเค้นเสียงถาม ขณะที่ศิลาก้าวเข้ามาบังร่างบางไว้ครึ่งตัว มือขวาเตรียมพร้อมคว้าอาวุธข้างกาย ชายแปลกหน้าหัวเราะในลำคอต่ำๆ ก่อนจะโยนวัตถุชิ้นหนึ่งลงบนโต๊ะอาหารกลางห้อง—**มันคือปิ่นปักผมหยกโบราณของมารดาเธอ ที่ควรจะอยู่ในตู้เซฟนิรภัย!** "ของฝากจากนรก... ที่คุณปฏิเสธไม่ได้หรอกครับ" (โปรดติดตามตอนต่อไป) ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "กระท่อมไผ่ริมธาร" เสมอมานะคะ
สารจากนักเขียน (กระท่อมไผ่ริมธาร)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักหัวใจในกระท่อมไผ่กับยายตัวแสบสายเกษตร นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%