กับดักหัวใจในกระท่อมไผ่กับยายตัวแสบสายเกษตร•ตอนที่ 1

มรดกที่ถูกหมายตา

ผลงานโดย กระท่อมไผ่ริมธาร
เสียงกระแทกของแฟ้มเอกสารหนาเตอะกระทบกับพื้นโต๊ะไม้สักเก่าคร่ำคร่า ดังสนั่นจนกลบเสียงจิ้งหรีดเรไรรอบตัวบ้านไร่ปลายนา เสiatสีความเงียบยามบ่ายของอำเภอปลายทางที่รินรดาเพิ่งก้าวเท้ากลับมาเหยียบได้ไม่ถึงชั่วโมง "จะเซ็นหรือไม่เซ็น รินรดา! อย่าคิดว่าเธอเรียนจบเมืองนอกแล้วจะฉลาดกว่าพวกฉันนะ ที่ดินแปลงนี้ปู่ทิ้งไว้ให้ตระกูล ไม่ใช่ให้ผู้หญิงตัวคนเดียวอย่างเธอเอาไปขายกินเพื่อใช้หนี้พนันของพ่อเธอ!" เสียงแหลมสูงของป้าสำเนียง แผดลั่นจนนกเขาบนต้นมะม่วงหิมพานต์หน้าชานเรือนแตกฮือบินหนี รินรดากวาดสายตามองหน้าบรรดาญาติสนิทมิตรสหายที่พร้อมใจกันมา "ต้อนรับ" เธอยิ่งกว่าเจ้าหนี้รุมทวงเงิน ใบหน้าเรียวสวยไม่ได้แสดงความหวาดกลัวแม้แต่น้อย เธอยังคงยืนกอดอกพิงขอบประตูเรือนไม้ไผ่ ดốcดื่นด้วยรอยยิ้มเยาะที่มุมปาก สายตากวาดมองเอกสารสิทธิ์การถือครองที่ดินสามสไร่ในมือของอีกฝ่ายอย่างรู้ทัน อดีตเชฟระดับแถวหน้าผู้ผ่านสมรภูมิห้องครัวไฟนรกและเล่ห์เหลี่ยมคนเมืองหลวงมาโชกโชนอย่างเธอ มีหรือจะมาตกม้าตายให้ญาติผู้พี่และป้าจอมสูบเลือดสูบกลุ่มนี้หลอกต้มตุ๋นได้ง่ายๆ "หนี้ของพ่อฉันเหรอคะ ป้าสำเนียง..." รินรดาเอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบ ทว่าเย็นเยียบจนอีกฝ่ายชะงัก "จำได้ว่าตอนที่พ่อฉันล้มป่วยและเสียชีวิต พวกท่านนี่แหละค่ะที่เป็นคนจัดการเอาโฉนดแปลงนี้ไปจำนองไว้กับนายทุนเงินกู้นอกระบบเองไม่ใช่หรือคะ? แล้วตอนนี้จู่ๆ จะมาให้ฉันเซ็นยกมรดกให้ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของป้า เพื่อเอาไปสร้างรีสอร์ตบังหน้าฟอกเงิน... คิดตื้นเกินไปหน่อยไหมคะ" "อี... อีเด็กนี่! ปากดีนักนะ!" ป้าสำเนียงหน้าดำคร่ำเครียด สั่นเทาด้วยความโกรธ มือเหี่ยวย่นชี้หน้าหลานสาวแท้ๆ "แกมันก็แค่ตัวซวย! แม่ตาย พ่อก็สร้างแต่หนี้ ทรัพย์สมบัติที่นี่มีแต่จะชิบหายถ้าอยู่กับแก ส่งโฉนดมานี่แล้วไสหัวออกไปจากบ้านไร่ซะ!" ท่ามกลางบรรยากาศตึงเครียดจนแทบจะจุดไฟติด รินรดากลับถอนหายใจออกมาเบาๆ เธอขยับตัวยืนตรงเต็มความสูง ก่อนจะก้าวเข้าไปประชิดตัวป้าสำเนียงอย่างไม่เกรงกลัว กลิ่นอายความกดดันที่แผ่ออกมาจากตัวหญิงสาวทำเอาญาติๆ ที่ยืนล้อมรอบถึงกับถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว ดวงตากลมโตคมกริบราวกับเหยี่ยวจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่ไหวระริกของป้าสำเนียง "ถ้าฉันบอกว่า... ฉันจะไม่ไปไหนล่ะคะ? และที่ดินตรงนี้ รวมถึงกระท่อมไผ่ริมธารหลังนี้ จะต้องกลับมาเป็นของฉันแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ พร้อมกับดอกเบี้ยที่พวกท่านต้องชดใช้ให้ฉัน... เตรียมตัวรับมือไหวหรือเปล่าล่ะคะ" ฉับพลันนั้นเอง เสียงฝีมือหนักแน่นมั่นคงก็ดังแทรกขึ้นจากทางประตูด้านล่างเรือน "ถ้าใครกล้าแตะต้องรินรดา หรือแม้แต่จะคิดรังแกเธอแม้แต่ปลายนิ้ว... คงต้องข้ามศพผมไปก่อน" น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจแต่แฝงความอ่อนโยนเอาไว้ในทีดังขึ้น พร้อมกับการก้าวเข้ามาของผู้กองศิลา นายหนุ่มในชุดลำลองแต่แผ่นหลังกว้างและไหล่ผึ่งผายยังคงกลิ่นอายของความเป็นทหารผู้ผ่านศึกไว้อย่างเต็มเปี่ยม ดวงตาคมกริบกวาดมองกลุ่มญาติจอมปลอมทีละคนด้วยแววตาดุดันราวกับพญาเสือที่กำลังปกป้องอาณาเขตของตน ป้าสำเนียงและบรรดาญาติหน้าซีดเผือดลงทันทีเมื่อเห็นชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ก้าวขึ้นมาบนเรือน ความเกรี้ยวกราดเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงความหวาดหวั่นพรั่นพรึง ศิลาก้าวเข้ามาประชิดยืนเคียงข้างรินรดา มือหนาเอื้อมไปโอบไหล่บางของเธอไว้หลวมๆ ทว่ามั่นคง เป็นการแสดงออกถึงความเป็นเจ้าของและพร้อมปกป้องอย่างชัดเจนโดยไม่ต้องเอ่ยคำหวานใดๆ รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตากับคนข้างกาย มุมปากหยักลึกของเขาคลี่ยิ้มบางๆ ให้เธอเพียงเสี้ยววินาที ก่อนที่เขาจะหันกลับไปเผชิญหน้ากับกลุ่มญาติด้วยใบหน้าเย็นชาไร้ความรู้สึก "เอกสารฉบับนั้น ผมได้ให้ทนายความตรวจสอบเรียบร้อยแล้วนะครับ การแอบอ้างสิทธิ์และปลอมแปลงลายมือชื่อ ถือเป็นคดีอาญาแผ่นดิน... พวกคุณจะเลือกเคลียร์กันตอนนี้แบบดีๆ หรือจะให้ผมพาไปคุยกันที่สถานีตำรวจล่ะครับ?" ศิลาเอ่ยถามเสียงเรียบ ทว่าทรงพลังจนป้าสำเนียงถึงกับเข่าอ่อน เกือบจะล้มพับลงไปกองกับพื้นบ้าน ท่ามกลางความเงียบงันที่เข้าปกคลุม รินรดาแอบอมยิ้มในความเจ้าเล่ห์เล็กๆ ของสามีหนุ่มผู้คลั่งรักคนนี้ ในเมื่อพวกเขากล้าเปิดศึกกับเธอก่อน เธอเองก็พร้อมที่จะเอาคืนให้สาสมเช่นกัน ทว่า... ในวินาทีที่ทุกคนกำลังคิดว่าเกมนี้ฝ่ายรินรดากุมชัยชนะเบ็ดเสร็จ เสียงฝีเท้าปริศนาดังขึ้นจากทางแนวป่าไผ่หลังบ้าน ร่างของหญิงชราคนหนึ่งในชุดผ้าพื้นเมืองเก่าคร่ำคร่า พร้อมกับหีบไม้แกะสลักโบราณในมือก็ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ที่บันไดบ้าน สายตาทุกคู่หันไปมองเป็นตาเดียว และเมื่อรินรดากวาดตาไปเห็นใบหน้าของหญิงชราคนนั้น หัวใจของเธอก็เต้นกระหน่ำแรงด้วยความตกใจ—นั่นคือ "ยายทวดมณฑา" ผู้ซึ่งหายสาบสูญไปจากตระกูลนานกว่าสามสิบปี และถูกบันทึกไว้ในทะเบียนบ้านว่าเป็นบุคคลสูญหาย! ยายทวดมณฑากวาดสายตามองหน้าลูกหลานทีละคนด้วยแววตาเฉียบคมดุจมีดโกน ก่อนจะวางหีบไม้ลงบนโต๊ะเสียงดังปัง! แล้วเอ่ยประโยคที่ทำให้ทุกคนบนเรือนแทบหยุดหายใจ "ในเมื่อพวกแกอยากได้มนัก... ก็เข้ามาเอาสมบัติชิ้นสุดท้ายของตระกูลสิ แต่บอกไว้ก่อนนะว่า... ใครที่ไม่มีสายเลือดที่แท้จริง จะต้องคำสาปจนกระอักเลือดตายคาเรือนนี้!" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาเปิดฉากความสนุกและร่วมลุ้นไปกับรินรดานะคะ บทต่อไปรับรองว่ามีเรื่องให้เซอร์ไพรส์และสะใจยิ่งกว่าเดิมแน่นอนค่ะ!
สารจากนักเขียน (กระท่อมไผ่ริมธาร)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักหัวใจในกระท่อมไผ่กับยายตัวแสบสายเกษตร นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%