กลิ่นอายจางๆ ของไม้กฤษณาและควันธูปโบราณอบอวลอยู่ทั่วห้องทำงานที่ถูกปิดทึบด้วยม่านกำมะหยี่สีเลือดหมู แสงสว่างเดียวภายในห้องมาจากโคมไฟตั้งโต๊ะโบราณโป๊ะแก้วสีชา ที่สาดส่องลงบนเอกสารคดีเก่าคร่ำครึนับสิบฉบับ ซึ่งวางเรียงรายอยู่บนโต๊ะทำงานไม้มะฮอกกานีเนื้อหนา
ศิลาสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นความตื่นตระหนกที่กำลังตีรวนขึ้นมาในอก ดวงตาคู่คมกวาดมองคราบน้ำตาเทียนสีดำที่หยดเกาะอยู่ตามมุมโต๊ะ มันไม่ใช่เทียนธรรมดา แต่เป็น ‘เทียนสะกดวิญญาณ’ ชนิดที่หาได้ยากในแวดวงไสยเวทร่วมสมัย กลิ่นฉุนแปลกประหลาดนี้เตือนสติเขาอย่างดีว่า สถานที่แห่งนี้ไม่ได้ต้อนรับแขกผู้มาเยือนด้วยไมตรีจิต
“คุณใช้เวลาสามวันในการแกะรอยอักขระบนกระดาษยันต์แผ่นนั้น... แต่กลับใช้เวลาไม่ถึงสามวินาทีในการเดินเข้ามาติดกับดักที่ฉันวางไว้”
น้ำเสียงทุ้มนุ่มแต่เยียบเย็นราวกับสายน้ำใต้ธารน้ำแข็งดังขึ้นจากมุมมืดของห้อง
ศิลาสะดุ้งเล็กน้อย ขยับตัวถอยหลังสัญชาตญาณ แต่แผ่นหลังกลับชนเข้ากับบานประตูไม้ที่ถูกลงกลอนไว้อย่างแน่นหนาตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ เขากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับเจ้าของเสียงที่ค่อยๆ ก้าวเท้าพ้นเงาดำออกมาสู่แสงไฟ
ชายหนุ่มในชุดสูทสากลเข้ารูปสีเทาเข้ม เรือนผมสีดำสนิทถูกเซ็ตไว้อย่างเนี้ยบ ใบหน้าคมคายราวกับรูปสลัก ทว่าสิ่งที่ทำให้ศิลาต้องหายใจสะดุด คือ ‘ดวงตา’ คู่นั้น
ดวงตาสีอำพันเข้มที่สะท้อนประกายแสงระยิบระยับราวกับมีดวงดาวนับพันซ่อนอยู่เบื้องหลังม่านหมอกลึกลับ มันเป็นดวงตาที่ทรงอำนาจ กดดัน และมองทะลุปรุโปร่งจนศิลาแอบรู้สึกราวกับว่าตัวเองกำลังยืนแก้ผ้าอยู่ท่ามกลางสายตาของผู้คนนับร้อย
“อาจารย์... เพทาย ใช่ไหมครับ?” ศิลาเผลอหลุดปากเอ่ยชื่อออกไปตามข้อมูลที่สืบค้นมา ทว่าทันทีที่คำพูดหลุดพ้นจากริมฝีปาก เขาก็ต้องนึกเสียใจในความพลั้งปากของตนเอง
มุมปากหยักลึกของอาจารย์เพทายยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มนั้นไม่ได้ไปถึงดวงตาเลยแม้แต่น้อย มันเต็มไปด้วยความเย้ยหยันแกมเอ็นดูระคนกัน
“อย่าจ้องตาผมแบบนั้นสิครับ... คุณศิลา”
อาจารย์เพทายจงใจเน้นเสียงคำว่า ‘แบบนั้น’ พร้อมกับก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวทีละน้อย ทุกย่างก้าวที่อีกฝ่ายขยับเข้ามา แรงกดดันมหาศาลจากไออาคมรอบตัวก็ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นจนศิลาเริ่มหายใจติดขัด หัวใจเต้นโครมครามราวกับจะกระโดดออกมานอกอก ฝ่ามือชื้นเหงื่อกำเข้าหากันแน่นจนเล็บจิกเข้ากับเนื้อฝ่ามือ
นี่น่ะหรือ... อาจารย์เพทาย ผู้เชี่ยวชาญด้านไสยเวทระดับสูงที่คอยจับตาดูความเคลื่อนไหวของคดีลี้ลับทั้งหมดในเขตเมืองเหนือ บุคคลที่แม้แต่ตำรวจกองปราบยังต้องเกรงใจและขอคำปรึกษาอยู่เบื้องหลัง
“ผมไม่ได้ตั้งใจจะล่วงเกิน...” ศิลาพยายามบังคับน้ำเสียงของตัวเองให้มั่นคงที่สุด แม้ขาของเขาจะเริ่มสั่นเทาเล็กน้อยจากแรงกดดันทางจิตวิทยาที่อีกฝ่ายแผ่ออกมา “ผมแค่มารub... มาตามหาเบาะแสเกี่ยวกับคดีที่หายสาบสูญของครอบครัวผม”
“ครอบครัว?” อาจารย์เพทายหยุดยืนห่างจากศิลาเพียงแค่เอื้อมมือ ระยะห่างที่ใกล้ชิดจนศิลาได้กลิ่นน้ำหอมจางๆ ผสมผสานกับกลิ่นอายไสยเวทที่บริสุทธิ์แต่ทรงพลัง “คุณคิดจริงๆ หรือว่าการเดินดุ่มๆ เข้ามาในเขตอาคมของผม โดยพกแค่ความดื้อรั้นและปมในอดีต จะช่วยให้คุณไขปริศนาได้? หรือคุณแค่อยากหาที่ตายเร็วขึ้นกันแน่”
น้ำเสียงนั้นนุ่มนวล แต่ทุกคำพูดกลับเชือดเฉือนลึกลงไปถึงขั้วหัวใจ ศิลาขบกรามแน่น ความโกรธปะปนกับความอับอายแล่นริ้วขึ้นมาบนใบหน้า เขาไม่ใช่เด็กอมมือที่จะยอมให้ใครมาดูถูกความตั้งใจได้ง่ายๆ
“ถ้าผมอยากตาย ผมคงไม่เสียเวลาแกะรอยยันต์อาคมที่แม้แต่ผู้เชี่ยวชาญยังต้องส่ายหน้าหรอกครับอาจารย์” ศิลาเงยหน้าขึ้นสบตาสีอำพันคู่นั้นอย่างไม่เกรงกลัว แม้ภายในใจจะหวatหวั่นเพียงใดก็ตาม “และผมก็ไม่ได้มาที่นี่เพื่อฟังคำดูถูก... ผมมาเพื่อหาความจริง”
ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันชั่วอึดใจ มีเพียงเสียงลมหายใจแผ่วเบาของคนทั้งคู่ อาจารย์เพทายหรี่ตาลงเล็กน้อย พิจารณาร่างโปร่งตรงหน้าด้วยความสนใจที่เพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ แววตาเย็นชาคู่นั้นฉายประกายบางอย่างที่อ่านไม่ออก
ก่อนที่บรรยากาศตึงเครียดจะขาดผึ่งลง เสียงกระดิ่งลมโบราณที่แขวนอยู่หน้าประตูกลับส่งเสียงกรุ๊งกริ๊งดังขึ้นเบาๆ ทั้งที่ไม่มีสายลมพัดผ่านแม้แต่น้อย
พร้อมกันนั้น... หน้าจอโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของศิลาก็สั่นเตือนขึ้นมาอย่างรวดเร็ว หน้าจอมืดสนิทพลحสว่างวาบด้วยตัวอักษรสีเลือดที่ปรากฏขึ้นเองโดยไม่มีแอปพลิเคชันใดทำงานอยู่
[ ตรวจพบเป้าหมายระดับ SSS: คำสาปเงาโลหิตกำลังเริ่มต้นทำงานในรัศมี 50 เมตร... ]
[ คำเตือน: ประตูมิติระหว่างโลกมนุษย์และแดนสนธยากำลังถูกเปิดออก ณ บัดนี้... ]
ศิลาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เมื่อเงาดำบนผนังห้องด้านหลังอาจารย์เพทายค่อยๆ บิดเบี้ยว ยืดขยาย และลุกขึ้นยืนเป็นรูปร่างของมนุษย์ไร้หน้า!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบททดสอบนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ!
รอยอาคมซ่อนเงาตาคุณชาย•ตอนที่ 2
อย่าจ้องตาผมแบบนั้นสิครับ
ผลงานโดย ขวัญเนตรทายใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ขวัญเนตรทายใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยอาคมซ่อนเงาตาคุณชาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!