รอยอาคมซ่อนเงาตาคุณชาย•ตอนที่ 27

คืนจันทร์ดับมาถึงแล้ว

ผลงานโดย ขวัญเนตรทายใจ
*ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...* เสียงเคาะประตูดังขึ้นเป็นจังหวะที่สาม สะท้อนก้องกังวานในความเงียบสงัดของเรือนไทยโบราณ ศิลากลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ นิ้วเรียวยาวที่กำหมัดแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาวซีดค่อยๆ คลายออกช้าๆ สายตาคมกริบกวาดมองไปรอบห้องพักที่บัดนี้เงียบเชียบราวด่าวดินแดนไร้ผู้คน ไม่มีเงาของสิ่งมีชีวิตใดๆ ทาบทับอยู่บนบานประตูไม้สักทองหนาทึบ มีเพียงแสงสีนวลพาสเทลของดวงจันทร์ที่ถูกกลืนกินครึ่งดวงส่องลอดผ่านช่องหน้าต่างเข้ามา อาบไล้ผิวไม้เก่าคร่ำครึให้ดูราวกับมีชีวิต แต่ในเสี้ยววินาทีที่ศิลาตัดสินใจก้าวเท้าเข้าไปใกล้บานประตูเพื่อกระชากมันออก ประตูไม้บานนั้นก็ถูกผลักเปิดออกด้วยตัวมันเอง! ไอความเย็นเยือกชนิดที่ทำเอาลมหายใจกลายเป็นไอสีขาวพวยพุ่งทะลักเข้ามาในห้อง กลิ่นอายของดินชื้นแฉะและกลิ่นคาวสนิมจางๆ ลอยคละคลุ้งจนน่าสะอิดสะเอียน ทว่าสิ่งที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้ากลับไม่ใช่ภูตผีปีศาจอย่างที่หวาดกลัว แต่เป็นความว่างเปล่า... ความว่างเปล่าที่บิดเบี้ยวราวกับอากาศธาตุถูกฉีกกระชากออกเป็นรอยแยกขนาดใหญ่ “อย่าก้าวเข้าไปนะ ศิลา” เสียงทุ้มต่ำและเย็นชาคุ้นหูดังขึ้นจากมุมมืด อาจารย์เพทายก้าวออกมาจากเงาเสาเรือนด้วยใบหน้าเคร่งเครียด นัยน์ตาคมกริมคู่นั้นสะท้อนแสงจันทร์สีแดงก่ำที่เพิ่งเริ่มปรากฏบนท้องฟ้ายามวิกาล “นั่นไม่ใช่การมาเยือนของมนุษย์ แต่มันคือ ‘ประตูมิติ’ ที่ถูกเปิดขึ้นด้วยอาคมสายดำระดับปรมาจารย์” ศิลาหันขวับไปมองอาจารย์หนุ่ม แววตาฉายแววตื่นตระหนกแกมฉุนเฉียว “อาจารย์รู้อยู่แล้วใช่ไหมคะว่ามันจะเกิดขึ้น? ทำไมคราวนี้มันถึงไเร็วนนักล่ะคะ ทั้งที่กำหนดการเดิมควรจะเป็นคืนวันเพ็ญหน้าไม่ใช่หรือคะ” “พวกมันเปลี่ยนแผนแล้ว... หรือพูดให้ถูกคือ พวกมันรู้ว่าเรากำลังแกะรอยยันต์สะกดวิญญาณเจ็ดป่าช้าได้แล้ว” อาจารย์เพทายสาวเท้าเข้ามาใกล้ ประกายตาสีเข้มวาวโรจน์ด้วยความระแวดระวัง มือหนายกขึ้นแตะที่หัวไหล่ของศิลาเบาๆ เพื่อถ่ายทอดพลังปราณอุ่นร้อนเข้าสู่ร่างกายที่กำลังสั่นเทาเล็กน้อยจากแรงกดดันของอาถรรพ์ “มองออกไปข้างนอกสิ ศิลา ใช้เนตรพยากรณ์ที่เธอฝึกฝนมามองให้ทะลุความมืดนั้น” ศิลากัดริมฝีปากแน่น หลับตาลงตั้งสติชั่วอึดใจ ก่อนจะลืมตาขึ้นอีกครั้ง ม่านตาของเธอแปรเปลี่ยนเป็นสีประกายมุกเรืองรอง ภาพตรงหน้าแปรเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ใจกลางเมืองหลวงที่เคยเต็มไปด้วยแสงไฟนีออนและตึกระฟ้า บัดนี้ถูกกลืนกินด้วยกลุ่มหมอกควันสีดำสนิท เสาอาคมขนาดมหึมาเจ็ดต้นผุดขึ้นจากพื้นดินใจกลางย่านธุรกิจ ราวกับดอกเห็ดพิษที่ดูดกลืนพลังชีวิตของผู้คนรอบข้างจนหมดสิ้น ผู้คนนับพันที่เดินขว้างปาไปมาตามท้องถนนหยุดชะงักราวกับหุ่นเชิด ดวงตากลายเป็นสีดำสนิทไร้แวว ก่อนจะทรุดตัวลงคุกเข่าต่อหน้าวงแหวนอาคมยักษ์ที่หมุนวนอยู่กลางอากาศ “นั่นมัน... ค่ายกลดึงวิญญาณหมู่!” ศิลาอุทานออกมาเสียงเบา ลมหายใจสะดุดกึกด้วยความตกใจ “พวกมันไม่ได้แค่ต้องการเล่นงานเราคนเดียว แต่พวกมันกำลังจะใช้ชีวิตของคนทั้งเมืองมาเป็นเครื่องสังเวยเพื่อเปิดประตูมิติข้ามภพภูมิ!” “ถูกต้อง” อาจารย์เพทายน้ำเสียงเรียบสนึงแต่แฝงด้วยความกดดันสูงสุด “ถ้าเราปล่อยให้ค่ายกลนี้สมบูรณ์ พลังงานลบจะทะลักเข้าสู่โลกมนุษย์จนเกิดเป็นมหันตภัยที่ไม่มีใครหยุดยั้งได้ และความลับเรื่องครอบครัวที่เธอตามหา... ก็จะถูกฝังกลบหายไปในความมืดชั่วนิรันดร์” คำพูดของอาจารย์หนุ่มเปรียบเสมือนค้อนเหล็กที่ทุบลงกลางใจ ศิลานึกถึงภาพใบหน้าของมารดาและน้องสาวที่หายสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอยในคืนวันจันทร์ดับเมื่อสี่ปีก่อน ความเจ็บปวดและความแค้นที่เคยถูกกดทับไว้ระเบิดออกมาเป็นพลังงานจิตอันมหาศาล ดวงตาประกายมุกของเธอสว่างวาบขึ้นจนเกิดรัศมีรอบตัว “ถ้าอย่างนั้น... เราก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องเข้าไปขัดขวางพวกมันสินะคะ” ศิลาหยิบแผ่นยันต์ทองคำบริสุทธิ์ออกจากอกเสื้อ มือเรียวสะบัดมันออกกลางอากาศจนเกิดเสียงดังเปรี๊ยะราวกับสายฟ้าแลบ “เธอแน่ใจนะ ศิลา?” อาจารย์เพทายมองหน้าลูกศิษย์สาวด้วยแววตาที่อ่อนลงชั่วขณะ มีร่องรอยของความห่วงใยเจืออยู่ในน้ำเสียงเย็นชานั้น “การก้าวเข้าไปในมิติอาถรรพ์ใจกลางเมืองตอนนี้ เท่ากับการเดินเข้าสู่ปากเสือโดยไม่มีทางถอยหลัง” “ศิลาไม่เคยกลัวค่ะอาจารย์” รอยยิ้มเด็ดเดี่ยวปรากฏขึ้นบนเรียวปากบาง เธอก้าวขึ้นไปยืนเคียงข้างชายหนุ่มที่หน้าประตูมิติที่กำลังหมุนวนด้วยกระแสลมพายุหมุนสีดำทมิฬ “ในเมื่อพวกมันกล้าเปิดประตูมาท้าทายเราถึงที่นี่... เราก็ควรจะไปต้อนรับพวกมันให้สมเกียรติสักหน่อยไม่ใช่หรือคะ” ทั้งสองก้าวเท้าพร้อมกันพุ่งทะยานเข้าสู่ใจกลางรอยแยกแห่งความมืดมิด ท่ามกลางเสียงหัวเราะเยาะเย้ยที่ดังสะท้อนก้องมาจากอีกฟากฝั่งของมิติ ทว่าในวินาทีที่ร่างของทั้งคู่หลุดผ่านม่านหมอกสีดำสนิท เสียงแจ้งเตือนจากระบบผนึกอาคมที่ศิลาพกติดตัวมาตลอดก็ดังขึ้นแหลมสูงในโสตประสาท— *ติ๊ด! ติ๊ด! ติ๊ด!* *[แจ้งเตือนฉุกเฉินระดับสูงสุด: ตรวจพบ ‘ผู้คุมกฎแห่งความตาย’ ระดับ SSS กำลังรอต้อนรับท่านอยู่ที่จุดศูนย์กลางค่ายกล... และหนึ่งในตัวประกันที่มีชีวิตรอด คือบุคคลที่ท่านกำลังตามหามาตลอดสี่ปี!]* ขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาไปด้วยกันในตอนนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (ขวัญเนตรทายใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยอาคมซ่อนเงาตาคุณชาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%