เสียงค้อนไม้ประจำบัลลังก์ของผู้พิพากษาถูกเคาะลงหนักหน่วง สะท้อนก้องกังวานไปทั่วห้องพิจารณาคดีสีชาด บรรยากาศภายในห้องเย็นเยียบจนแทบสัมผัสได้ถึงไอระเหยแห่งความตึงเครียด กลิ่นอายของกระดาษเอกสารคดีนับร้อยแผ่นผสมผสานกับความกดดันทางจิตวิทยา ทำให้ทุกย่างก้าวและลมหายใจของคนในห้องล้วนมีความหมาย
รณพีร์ยืนนิ่งอยู่หลังโพเดียมฝั่งโจทก์ ร่างสูงสง่าในชุดสูทสีเทาเข้มรับกับเนกไทไหมพรมสีน้ำเงินเข้ม ใบหน้าคมคายเรียบเฉยราwanรูปสลักหินอ่อน ดวงตาคมกริบหลังกรอบแว่นสายตาบางเบาจับจ้องไปยังคู่กรณีฝั่งตรงข้ามอย่างไม่หลบเลี่ยง ในขณะที่พิมพ์มาดากำลังยืนขึ้นพร้อมแฟ้มเอกสารหนังแท้สีดำ เธออยู่ในชุดสูทกางเกงเข้ารูปสีดำสนิท ท่าทางมั่นใจและรอยยิ้มมุมปากที่เปี่ยมด้วยความท้าทายทำให้เธอดูลึกลับและอันตรายในเวลาเดียวกัน
"เชิญฝ่ายจำเลยเสนอพยานหลักฐานชุดแรกครับ" น้ำเสียงราบเรียบแต่ทรงอำนาจของผู้พิพากษาดังขึ้น ทำลายความเงียบงัน
พิมพ์มาดากวาดสายตามององค์คณะผู้พิพากษาก่อนจะหันมาสบตากับอัยการหนุ่มด้วยแววตาพราวระยับ เธอไม่ได้เกรงกลัวต่อบารมีของอัยการมือหนึ่งแห่งสำนักงานอัยการสูงสุดแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม ความท้าทายนี้กลับปลุกเร้าสัญชาตญาณนักล่าในตัวเธอให้ตื่นตัวเต็มที่
"ท่านผู้พิพากษาที่เคารพ ฝ่ายจำเลยขอส่งมอบหลักฐานชิ้นสำคัญ... บันทึกภาพกล้องวงจรปิดมุมอับสายตาจากบริเวณลานจอดรถของตึก A ในคืนเกิดเหตุ" พิมพ์มาดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงกังวานชัดถ้อยชัดคำ "ซึ่งภาพเหล่านี้จะพิสูจน์ให้เห็นอย่างประจักษ์ว่า ลูกความของดิฉัน คุณกันตภณ มิได้อยู่ในที่เกิดเหตุในช่วงเวลาที่กล่าวอ้างตามสำนวนฟ้องของอัยการ"
เสียงฮือฮาดังขึ้นเบาๆ ในห้องพิจารณาคดี ทีมทนายความฝั่งจำเลยพากันยิ้มกริ่มเมื่อเห็นหน้าจอโปรเจกต์เตอร์เริ่มฉายภาพเคลื่อนไหวความละเอียดสูงที่แสดงให้เห็นร่างของชายคนหนึ่งซึ่งมีรูปร่างคล้ายกันตภณกำลังเดินขึ้นรถหรูในเวลาไล่เลี่ยกับช่วงเวลาเกิดเหตุฆาตกรรม
รณพีร์ยังคงยืนสงบนิ่ง เขามองภาพบนจอภาพยนตร์ขนาดใหญ่ด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก นิ้วเรียวยาวเคาะเบาๆ ลงบนขอบโพเดียมเป็นจังหวะช้าๆ สะท้อนถึงกระบวนการคิดวิเคราะห์อันรวดเร็วในสมองเพชรของเขา
ไม่มีท่าทีลนลาน ไม่มีร่องรอยของความประหลาดใจ... ทุกอย่างยังคงอยู่ภายใต้การควบคุมของเขา
เมื่อภาพบนจอจบลง พิมพ์มาดาจึงหันมาประสานสายตากับเขาโดยตรง เธอยกยิ้มมุมปากเล็กน้อยก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเชิงท้าทายผ่านไมโครโฟน "หลักฐานเชิงประจักษ์ชิ้นนี้ชัดเจนเสียจนดิฉันเกรงว่า... ท่านอัยการผู้ทรงเกียรติ อาจจะต้องใช้เวลาทบทวนข้อกล่าวหาใหม่อีกรอบนะครับ"
คำพูดที่จงใจหยิบยกสรรพนามและท่าทีเย้ยหยันเบาๆ นั้นไม่ได้ทำให้รณพีร์สะดุ้งสะเทือน เขายังคงยืนหยัดด้วยท่าทีสุภาพแต่เยือกเย็น ชายหนุ่มค่อยๆ ปรับไมโครโฟนเข้าหาตัว กวาดสายตามององค์คณะผู้พิพากษาด้วยความเคารพ ก่อนจะหันกลับมาสบตาอัยการสาวคู่ปรับอย่างลึกซึ้ง
"หลักฐานชิ้นเยี่ยมครับ... ทนายพิมพ์มาดา" รณพีร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มทุบแต่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ "ภาพกล้องวงจรปิดมุมอับสายตา ความละเอียดสูง จัดวางมุมกล้องได้อย่างสมบูรณ์แบบราวกับถูกจัดฉากไว้ล่วงหน้า... น่าเสียดายเหลือเกินที่ท่านมองข้ามรายละเอียดที่เล็กที่สุด แต่กลับชี้ชะตากรรมของคดีนี้ได้ทั้งคดี"
พิมพ์มาดาชะงักไปเล็กน้อย รอยยิ้มบนมุมปากของเธอเริ่มแข็งค้าง ดวงตาคู่สวยหรี่ลงเล็กน้อยด้วยความระแวง
"ท่านหมายความว่าอย่างไร?" เธอถามกลับ น้ำเสียงเริ่มสูญเสียความราบเรียบไปเสี้ยววินาที
รณพีร์ไม่ตอบในทันที เขาหยิบเอกสารแผ่นหนึ่งขึ้นมาจากแฟ้มของตนเอง สายตาคมกริบกวาดมองข้อความในกระดาษก่อนเงยหน้าขึ้นสบตากับเธออีกครั้ง ราวกับผู้ล่าที่กำลังต้อนเหยื่อให้จนมุมในกรงขังแห่งตรรกะ
"ในวินาทีที่ 03:12 ของวิดีโอที่คุณนำมาแสดง... แสงเงาของต้นไม้ใหญ่ฝั่งตรงข้ามควรจะทอดยาวไปทางทิศตะวันตกตามสภาพอากาศและเวลาจริงในคืนนั้น" รณพีร์ก้าวเท้าเดินออกจากโพเดียมมาช้าๆ น้ำเสียงของเขาดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องด้วยความมั่น and ขุมพลังทางปัญญา "แต่ในวิดีโอที่คุณภาคภูมิใจนักหนา... เงากลับสะท้อนไปทางทิศตะวันออกอย่างผิดธรรมชาติ"
ห้องพิจารณาคดีตกอยู่ในความเงียบสนิทราวกับป่าช้า ทุกสายตาหันขวับกลับมามองหน้าจอยักษ์อีกครั้งด้วยความตื่นตะลึง
รณพีร์หยุดยืนอยู่ห่างจากพิมพ์มาดาเพียงแค่เอื้อมมือ กลิ่นอายความเยือกเย็นแต่ทรงภูมิของเขาแผ่ซ่านจนอัยการสาวรู้สึกได้ถึงแรงกดดันที่ถาโถมเข้ามา เธอนิ่งอึ้ง สมองประมวลผลอย่างรวดเร็วเพื่อหาทางแก้เกม แต่ช่องโหว่ทางเทคนิคนี้เธอกลับมองข้ามไปอย่างไม่น่าเชื่อ
"นั่นหมายความว่า..." ผู้พิพากษาขมวดคิ้วเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด
"หมายความว่า คลิปวิดีโอนี้ไม่ใช่ภาพเหตุการณ์จริงในคืนนั้นครับท่านผู้พิพากษา..." รณพีร์หันไปสบตากับพิมพ์มาดาโดยตรง แววตาของเขาเต็มไปด้วยความซับซ้อน ทั้งความเฉียบคมทางวิชาชีพและความรู้สึกบางอย่างที่ซ่อนเร้นอยู่เบื้องลึก "แต่เป็นวิดีโอจำลองสามมิติที่ถูกตัดต่อขึ้นมาอย่างแนบเนียน... โดยฝีมือของผู้ที่ต้องการบิดเบือนความจริง เพื่อปกป้องฆาตกรตัวจริง"
พิมพ์มาดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หัวใจของเธอเต้นระรัวด้วยความตกใจและโกรธกรุ่น เธอไม่คิดเลยว่าอัยการหนุ่มผู้นี้จะมองทะลุกลลวงของเธอได้รวดเร็วและแม่นยำถึงเพียงนี้
แต่ก่อนที่บรรยากาศการปะทะคารมจะดำเนินไปถึงจุดแตกหัก เสียงฝีเท้าหนักแน่นคู่หนึ่งก็ดังขึ้นที่ประหยัดทางเข้าด้านหลังห้องพิจารณาคดี ท่ามกลางความเงียบงัน ทุกคนต่างหันไปมองต้นเสียงเป็นตาเดียว
ร่างสูงของชายวัยกลางคนในชุดสูทราคาแพง ก้าวเข้ามาด้วยท่าทีเย่อหยิ่งและรอยยิ้มเย็นชาที่มุมปาก ดวงตาคมกริบกวาดมองไปทั่วห้องก่อนจะมาหยุดอยู่ที่รณพีร์และพิมพ์มาดา
รณพีร์ชะงักไปเล็กน้อย แววตาที่เคยราบเรียบกลับไหววูบลงชั่วขณะเมื่อเห็นใบหน้านั้นชัดเจน
กันตภณ... เดินเข้ามาหยุดยืนอยู่หน้าประตู พร้อมกับแฟ้มเอกสารลับในมือที่ถูกชูขึ้นเล็กน้อย
"ผมเกรงว่า... พยานหลักฐานที่ท่านอัยการกำลังกล่าวถึงเมื่อครู่ อาจจะยังไม่ครบถ้วนสมบูรณ์นะครับ" กันตภณเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นที่สะท้อนก้องไปทั่วห้องพิจารณาคดี พร้อมกับรอยยิ้มอันตรายที่ทิ้งปมปริศนาชิ้นใหม่ไว้เบื้องหน้า "เพราะเอกสารตัวจริง... ตอนนี้อยู่กับผม"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาสัมผัสความระทึกขลังนี้ด้วยกันนะครับ
ร้อยเล่ห์ทนายร้ายพ่ายรัก•ตอนที่ 2
เดิมพันนัดแรก
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ร้อยเล่ห์ทนายร้ายพ่ายรัก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!