กลิ่นอายของกระดาษเอกสารคดีคละเคล้ากับกลิ่นกาแฟดำเข้มข้นในห้องทำงานอัยการพิเศษ บรรยากาศรอบตัวอัดแน่นไปด้วยความกดดันจนแทบหายใจไม่ออก แฟ้มคดีหมายเลข 408/2567 วางอยู่ตรงหน้า รณพีร์จ้องมองภาพถ่ายในที่เกิดเหตุบนโต๊ะด้วยแววตาคมกริบไร้ความรู้สึก ร่างไร้วิญญาณของนักการเมืองท้องถิ่นผู้ทรงอิทธิพลนอนจมกองเลือดอยู่กลางห้องทำงานหรูหรา ร่องรอยการต่อสู้แทบไม่มี ราวกับผู้ลงมือคือเงาที่ก้าวเข้ามาปลิดชีวิตแล้วจากไปอย่างไร้ร่องรอย
คดีฆาตกรรมอุกฉกรรจ์กลางกรุงนี้ไม่ได้สั่นสะเทือนแค่หน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์ แต่กำลังสั่นคลอนรากฐานความยุติธรรมที่เขายึดมั่นมาตลอดชีวิตการทำงาน
"คุณคิดว่าหลักฐานชิ้นนี้จะมัดตัวคนผิดได้จริงหรือครับ ท่านอัยการ"
เสียงทุ้มนุ่มแต่แฝงความเย้ยหยันดังขึ้นจากมุมห้อง รณพีร์เงยหน้าขึ้น ปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉยทันทีเมื่อเห็นผู้มาเยือน
กันตภณยืนกอดอกพิงกรอบหน้าต่างกระจกใสที่สะท้อนแสงไฟนีออนจากตึกสูงระฟ้าภายนอก รอยยิ้มมุมปากของนักธุรกิจหนุ่มผู้กุมอาณาจักรหมื่นล้านคนนั้นเต็มไปด้วยความเหนือกว่า เขาไม่ใช่ผู้ต้องหา... อย่างน้อยก็ยังไม่ใช่ในทางนิตินัย แต่รณพีร์รู้ดีว่าเบื้องหลังรอยยิ้มนั้นคือใยแมงมุมที่ชัก2ใยอยู่เบื้องหลังคดีทั้งหมด
"กฎหมายอาจตามไม่ทันเงาของใครบางคนในทันทีครับ คุณกันตภณ แต่ไม่ใช่กับผม" รณพีร์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าเฉียบคมดุจใบมีดโกนที่ซ่อนอยู่ในปลอกแพรวา "และจำไว้ว่า กรงขังไม่ได้ถูกสร้างไว้สำหรับคนจนเท่านั้น มันถูกเตรียมไว้สำหรับคนชั่วที่คิดว่าตัวเองฉลาดพอจะหลบเลี่ยงมันได้เสมอ"
กันตภณหัวเราะในลำคอเบาๆ เดินเข้ามาตบแฟ้มเอกสารบนโต๊ะของอัยการหนุ่มสองสามทีด้วยท่าทางหยิ่งผยอง ก่อนจะหันหลังเดินจากไปโดยไม่เอ่ยคำลา ทิ้งไว้เพียงความระอุของอารมณ์ที่ยังค้างคาในอากาศ
สองชั่วโมงต่อมา ณ ศาลอาญากรุงเทพใต้
ความอึมครึมภายในห้องพิจารณาคดีไม่ได้มาจากฝนที่กำลังตั้งเค้าด้านนอก แต่มาจากแรงปะทะทางความคิดของผู้คนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม
เสียงเคาะค้อนของผู้พิพากษาดังขึ้นก้องกังวาน ยุติเสียงซุบซิบของสื่อมวลชนที่เบียดเสียดกันเข้ามาจนแน่นขนัด ทุกสายตาจับจ้องไปยังที่นั่งของฝ่ายจำเลย—จุดที่ควรจะมีเพียงแพะรับบาปหรือฆาตกรหวาดผวา แต่ทว่า... ร่างที่ก้าวออกมาจากแถวที่นั่งนั้นกลับทำให้รณพีร์ถึงกับชะงัก ลมหายใจสะดุดไปชั่วเสี้ยววินาที
พิมพ์มาดา
ทนายความสาวมือหนึ่งผู้ปรากฏตัวในชุดสูทเข้ารูปสีชาโคล ท่าทางของเธอสง่างาม เด็ดเดี่ยว และเต็มไปด้วยความมั่นใจจนน่าหมั่นไส้ เส้นผมสีดำสนิทถูกรวบตึงอย่างไร้ที่ติ ดวงตากลมโตคู่คมกริบกวาดมองห้องพิจารณาคดีด้วยความเยือกเย็น ก่อนจะหยุดนิ่งมาที่อัยการหนุ่มฝั่งตรงข้าม รอยยิ้มบางเบาที่มุมปากของเธอมันไม่ใช่รอยยิ้มทักทาย แต่มันคือรอยยิ้มของผู้ล่าที่พร้อมจะขย้ำเหยื่อให้จมเขี้ยว
รณพีร์ขบกรามแน่นโดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกแปลกประหลาดแล่นริ้วขึ้นมาในอก ทั้งชิงชังในเล่ห์เหลี่ยมที่เธอมักใช้พลิกคดีให้คนผิดลอยนวล และในขณะเดียวกัน... ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าพลังงานบางอย่างในตัวเธอกำลังดึงดูดสายตาเขาอย่างประหลาด
"ทนายฝ่ายจำเลย เชิญแถลงเปิดคดีครับ" ผู้พิพากษาผายมือ
พิมพ์มาดาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เธอไม่ได้หยิบกระดาษโพยใดๆ ขึ้นมาอ่านแม้แต่แผ่นเดียว ดวงตาคู่คมกวาดมององค์คณะผู้พิพากษาด้วยท่าทีผ่อนคลายแต่ทรงพลัง น้ำเสียงกังวานใสดังสะท้อนไปทั่วห้องพิจารณา
"ท่านผู้พิพากษาที่เคารพครับ... การกล่าวหาว่ามนุษย์สักคนเป็นฆาตกร อาศัยเพียงความบังเอิญของสถานที่และหลักฐานแวดล้อมที่ถูกปรุงแต่งขึ้นมา มันไม่ใช่กระบวนการยุติธรรมหรอกครับ แต่มันคือการฆาตกรรมความจริงทางกฎหมายต่างหาก" พิมพ์มาดาหยุดเว้นจังหวะ เลื่อนสายตาคมปลาบมาสบตากับรณพีร์ตรงๆ "และจำเลยของดิฉัน... ไม่ใช่เครื่องมือให้สำนักงานอัยการใช้กู้ชื่อเสียงจากคดีอื้อฉาวนี้"
เสียงฮือฮาดังขึ้นเบื้องล่าง รณพีร์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ใบหน้าคมคายไร้ซึ่งรอยยิ้ม ดวงตาคู่นั้นดุดันและทรงพลังไม่แพ้กัน
"คัดค้านครับ ท่านผู้พิพากษา" รณพีร์เอ่ยเสียงเรียบแต่กังวาน "ทนายฝ่ายจำเลยกำลังบิดเบือนข้อเท็จจริง และชี้นำศาลด้วยวาทศิลป์โดยปราศจากน้ำหนักทางนิติวิทยาศาสตร์"
"เชิญครับ คุณอัยการว่ามา" ผู้พิพากษาพยักหน้า
รณพีร์เดินก้าวออกมาจากโต๊ะอัยการ สายตาคมกริบจับจ้องไปยังหญิงสาวร่างบางตรงหน้า "น้ำหนักทางนิติวิทยาศาสตร์ไม่ได้โกหกใครครับ รอยนิ้วมือ คราบดีเอ็นเอ และเส้นทางหลบหนี มันชี้ชัดว่าจำเลยอยู่ในที่เกิดเหตุในเวลาที่กระทำความผิด การใช้คำพูดสวยหรูเพื่อกลบเกลื่อนรอยเลือด ไม่ได้ทำให้ฆาตกรกลายเป็นผู้บริสุทธิ์ขึ้นมาได้หรอกครับ... คุณพิมพ์มาดา"
ทั้งห้องพิจารณาคดีตกอยู่ในความเงียบงัน ชั่วขณะหนึ่ง สายตาของทั้งคู่ประจันหน้ากันอย่างไม่มีใครยอมใคร แรงดึงดูดทางจิตวิญญาณอันตรายบางอย่างแผ่ซ่านออกมาท่ามกลางบรรยากาศที่ตึงเครียดถึงขีดสุด พวกเขาคือขั้วตรงข้ามที่สมบูรณ์แบบ แต่อยู่บนสนามประลองเดียวกัน
พิมพ์มาดายิ้มรับคำพูดนั้นด้วยแววตาพินิจพิเคราะห์ เธอก้าวเข้าไปใกล้รณพีร์อีกนิด จนระยะห่างระหว่างเขากับเธอลดลงเหลือเพียงแค่ก้าวเดียว กลิ่นน้ำหอมจางๆ เจือกลิ่นอายความเย็นชาลอยแตะจมูกเขา
"คุณอัยการมั่นใจในหลักฐานพวกนั้นมากสินะครับ..." พิมพ์มาดาโน้มตัวเข้าไปกระซิบเบาๆ ให้ได้ยินกันเพียงสองคน น้ำเสียงของเธอนุ่มนวลแต่เชือดเฉือนลึกถึงขั้วหัวใจ "ระวังตัวไว้ให้ดี... เพราะหลักฐานชิ้นใหม่ที่กำลังจะถูกเปิดเผยในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้านี้ อาจจะทำให้คนที่คุณเชื่อมั่นนักหนา... กลายเป็นฝ่ายที่ต้องดิ้นรนหาทางรอดเสียเอง"
รณพีร์ขมวดคิ้วมุ่นทันที ทว่าก่อนที่เขาจะได้เอ่ยปากโต้แย้งสิ่งใด เสียงประตูทางเข้าห้องพิจารณาคดีก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรงด้วยฝีมือของเจ้าหน้าที่ตำรวจศาล
นายตำรวจยศนายพันผู้รับผิดชอบสำนวนคดีวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาด้วยใบซีดเผือด ในมือถือซองเอกสารสีน้ำตาลยับยู่ยี่ที่เปื้อนคราบคล้ายดินโคลน เขาวิ่ตรงดิ่งเข้ามาหารณพีร์ กระซิบด้วยน้ำเสียงสั่นพร่าที่ดังพอให้คนรอบข้างได้ยิน
"ท่านอัยการครับ... เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ... เราเพิ่งงมพบโทรศัพท์มือถือของผู้ตายในแม่น้ำเจ้าพระยา และ... และสิ่งที่อยู่ในหน่วยความจำตอนนี้ กำลังพลิกรูปคดีทั้งหมด เพราะคลิปวิดีโอวงจรปิดจากกล้องลับเผยให้เห็นว่า... ฆาตกรตัวจริงที่ลงมือฆ่า ไม่ใช่จำเลยที่นั่งอยู่ตรงนี้..."
รณพีร์หน้าถอดสี ดวงตาเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึงเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี เมื่อตำรวจหนุ่มเอ่ยชื่อบุคคลที่เป็นเจ้าของเงาสุดท้ายในคลิปมรณะนั้นออกมาเต็มสองหู
"แต่เป็น... ท่านอัยการสูงสุด... ครับ"
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่เกมจิตวิทยานี้ด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ
ร้อยเล่ห์ทนายร้ายพ่ายรัก•ตอนที่ 1
เงาฆาตกรรมกลางกรุง
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ร้อยเล่ห์ทนายร้ายพ่ายรัก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!