เสียงกระแทกของแฟ้มเอกสารคดีสะเทือนขวัญบนโต๊ะไม้สักทองหนาหนัก ไม่ได้ดังมาจากความโกรธเกรี้ยว หากแต่เกิดจากความจงใจที่จะสร้างจังหวะหยุดหายใจในห้องประชุมปลอดเชื้อแห่งนั้น รณพีร์ปรายตามองเอกสารปกสีน้ำตาลเข้มที่ถูกเลื่อนเข้ามาหยุดตรงหน้า ข้อความทางกฎหมายถูกพิมพ์ไว้อย่างเป็นระเบียบ แต่มันกลับซ่อนเร้นกลิ่นอายของความเน่าเฟะทางจริยธรรมเอาไว้ภายใต้ตัวอักษรทุกตัว
“ผมคิดว่าคุณอัยการคงไม่อยากให้คดีนี้กลายเป็นสุสานของความจริงหรอกนะครับ”
เสียงทุ้มต่ำและราบเรียบดังขึ้นจากมุมมืดของห้อง ร่างสูงโปรดในสูทตัดเยصیประณีตขยับกายลุกขึ้นยืนช้าๆ แสงไฟนีออนสะท้อนบนกรอบแว่นโลหะราคาแพง เผยให้เห็นรอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา กันตภณ ก้าวเท้าเข้ามาใกล้โต๊ะประชุมทีละน้อย ราวกับผู้ล่าที่กำลังต้อนเหยื่อให้จนมุมในเขาวงกตที่ตนเองเป็นผู้ออกแบบ
พิมพ์มาดาที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามขยับตัวเล็กน้อย สัญชาตญาณความเป็นทนายความมือหนึ่งบอกเธอทันทีว่า บรรยากาศรอบตัวกำลังเปลี่ยนไป ความกดอากาศในห้องลดต่ำลงจนแทบหายใจไม่ออก เธอกวาดสายตามองเอกสารในมือรณพีร์ ก่อนจะเงยขึ้นสบตากับผู้มาใหม่ด้วยแววตานิ่งสนิทที่ซ่อนความไหววูบไว้เบื้องลึก
“ความจริงเป็นสิ่งที่ไม่จำเป็นต้องพิสูจน์ หากมันถูกออกแบบให้สอดคล้องกับผลประโยชน์ของคนส่วนใหญ่... คุณกันตภณว่าอย่างนั้นไหมครับ” รณพีร์เอ่ยสวนกลับ น้ำเสียงของอัยการหนุ่มราบเรียบ เยชา และเจือด้วยความเย้ยหยันในที เขาประสานมือวางไว้บนโต๊ะ ท่าทีผ่อนคลายแต่แฝงไว้ด้วยสัญชาตญาณระแวดระวังเต็มพิกัด
กันตภณหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงนั้นแหบพร่าและชวนให้รู้สึกอึดอัด “คุณรณพีร์นี่เป็นคนมองโลกในแง่แคบเสียจริง อุดมการณ์ของคุณมันกินไม่ได้หรอกครับ... มันเป็นเพียงแค่ภาพลวงตาที่คุณใช้หลอกตัวเอง เพื่อให้รู้สึกว่าตัวเองเป็นฮีโร่ในระบบยุติธรรมที่ใกล้จะพังทลายเต็มที”
สายตาของทั้งสองปะทะกันกลางอากาศราวกับมีประกายไฟแลบแปล๊บ ความตึงเครียดทางจิตวิทยาแผ่ซ่านไปทั่วห้องประชุม พิมพ์มาดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เธอมองใบหน้าด้านข้างของรณพีร์ที่ยังคงเรียบเฉย แต่สันกรามที่ขบเข้าหากันแน่นพบอกให้รู้ว่า เขากำลังอดกลั้นต่อความเย่อหยิ่งของผู้ชายตรงหน้ามากแค่ไหน
“แต่ ‘ความจริง’ ที่คุณพยายามปกปิดด้วยเงินและอำนาจ มันกำลังจะกัดกินคุณจากข้างในต่างหากครับ” พิมพ์มาดาตัดสินใจแทรกขึ้น น้ำเสียงของเธอราบเรียบแต่มั่น
กันตภณหันมามองทนายความสาว ดวงตาคมกราบกวาดมองเธอตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าด้วยรอยยิ้มที่เคลือบแคลง “คุณพิมพ์มาดา... ทนายสาวผู้ผดุงความยุติธรรมด้วยเล่ห์เหลี่ยมทางกฎหมาย น่าเสียดายนะครับที่คุณดันเลือกยืนอยู่ผิดข้างของประวัติศาสตร์ ถ้าคุณยอมรับข้อเสนอในวันนั้น ชีวิตของคุณคงไม่ต้องมานั่งหวาดระแวงว่าใครจะมาเคาะประตูห้องพักตอนตีสองหรอก”
คำพูดนั้นไม่ได้เป็นเพียงคำขู่ลอยๆ แต่มันคือการประกาศสงครามทางจิตวิทยาอย่างโจ่งแจ้ง ความทรงจำในอดีตเกี่ยวกับเหตุการณ์คืนวันนั้นแล่นแปลบเข้ามาในหัวของพิมพ์มาดา ร่างกายของเธอชาหนึบไปชั่วขณะ มือเรียวที่วางอยู่ใต้โต๊ะเผลอกำเข้าหากันแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความกดดันจากคดีครอบครัวในอดีตและเงาความมืดของกันตภณกำลังบีบเค้นลมหายใจของเธอ
รณพีร์สังเกตเห็นความผิดปกติทางกายภาษาของหญิงสาว ดวงตาคมกริบของอัยการหนุ่มเหลือบมองมือที่สั่นเทาเล็กน้อยของเธอโดยไม่ให้อีกฝ่ายจับสังเกตได้ ทันใดนั้น รณพีร์ก็ขยับตัวเปลี่ยนท่านั่ง ขาข้างหนึ่งไขว่ห้าง ร่างกายของเขาเคลื่อนไหวเพื่อบังรัศมีสายตาคุกคามของกันตภณที่พุ่งตรงมายังพิมพ์มาดา เป็นการปกป้องโดยสัญชาตญาณที่ถักทอเข้ากับความเยือกเย็นอย่างแนบเนียน
“การข่มขู่พยานและทนายความในคดีอาญาร้ายแรง มีโทษจำคุกมากพอที่จะทำให้คุณไม่ได้ออกมาสูดอากาศข้างนอกอีกนานเลยนะครับ คุณกันตภณ” รณพีร์เอ่ยขึ้น น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นจริงจังและเฉียบคมขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แววตาคู่นั้นไม่มีความเกรงกลัวหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความมุ่งมั่นที่จะกระชากหน้ากากของนักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพลรายนี้
กันตภณหุบยิ้มทันที บรรยากาศรอบตัวเขาเปลี่ยนเป็นความเย็นเยียบ “คุณคิดว่าหลักฐานที่คุณมีในมือมันจะล้มผมได้จริงๆ หรือครับ อัยการรณพีร์? อย่ามั่นใจในกระดาษไม่กี่แผ่นบนโต๊ะนั้นให้มากนักเลย บางครั้ง... สิ่งที่คุณคิดว่าเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญ อาจจะเป็นแค่กับดักที่ผมยินديให้คุณตกลงมาเองก็ได้”
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องประชุมชั่วขณะ ลมหายใจของทั้งสามคนสอดประสานกันท่ามกลางความกดดันที่ถาโถมเข้ามา กันตภณยกมือขึ้นจัดปกเสื้อสูทของตนเองอย่างใจเย็น ก่อนจะหันหลังเดินช้าๆ ไปที่ประตูห้อง โดยไม่ลืมที่จะทิ้งสายตาคมปลาบไว้ที่พิมพ์มาดาเป็นครั้งสุดท้าย
เสียงประตูปิดลงเบื้องหลังร่างของกันตภณ ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันและความตึงเครียดที่ยังคงค้างคาอยู่ในอากาศ พิมพ์มาดาผ่อนลมหายใจยาวเหยียดออกมาอย่างคนหมดแรง เธอนวดขมับตัวเองเบาๆ เพื่อไล่ความปวดตุบที่แล่นริ้วขึ้นมา
“คุณไหวไหมครับ” เสียงทุ้มของรณพีร์เอ่ยถามขึ้น ทำลายความเงียบ เขายังคงนั่งอยู่ที่เดิม แต่สายตาที่มองเธอนั้นมีความห่วงใยเจือจางซ่อนอยู่ใต้ความเยชาตามวิสัย
“ฉันไม่เป็นไรค่ะ... เอ๊ย... ผมหมายถึง ผมไม่เป็นไรครับ” พิมพ์มาดาสูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติกลับคืนมา เธอเกือบจะหลุดความเป็นมืออาชีพออกไปเสียแล้วเมื่อครู่ รณพีร์มุมปากกระตุกขึ้นเล็กน้อยคล้ายจะยิ้ม แต่ก็ปรับเป็นปกติอย่างรวดเร็ว
“เขาไม่ได้มาขู่เราเล่นๆ แน่” รณพีร์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เดินอ้อมโต๊ะมาหยุดยืนอยู่ใกล้เก้าอี้ที่พิมพ์มาดานั่งอยู่ “เอกสารที่มันเพิ่งโยนมาเมื่อครู่ ไม่ใช่สำนวนคดีทั่วไป แต่มันคือรายงานการตรวจสอบเส้นทางการเงินย้อนหลังสามปี... ของสำนักงานกฎหมายที่คุณทำงานอยู่”
พิมพ์มาดาเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย ความตื่นตระหนกวาบผ่านดวงตาคู่สวย เธอลุกพรวดขึ้นคว้าแฟ้มเอกสารบนโต๊ะเปิดดูอย่างรวดเร็ว ตัวเลขและชื่อบริษัทปริศนาปรากฏหราอยู่บนหน้ากระดาษ—บริษัทบังหน้าที่มีชื่อเสียงเรียงนามเชื่อมโยงกับกลุ่มทุนสีเทาของกันตภณโดยตรง และมีลายเซ็นอนุมัติโครงการสุดท้ายประทับด้วยชื่อของ... พ่อของเธอเอง
หัวใจของพิมพ์มาคาราวกับหยุดเต้นไปชั่วขณะ โลกทั้งใบหมุนเคว้งคว้าง ปมในอดีตที่เธอพยายามฝังกลบมันไว้ก้นบึ้งของจิตใจกำลังถูกขุดคุ้ยขึ้นมากลางแสงสว่างอีกครั้ง
ในวินาทีที่ความสับสนกำลังกัดกินสติสัมปชัญญะของหญิงสาวนั้นเอง เสียงแจ้งเตือนข้อความเข้าจากโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะก็ดังขึ้นทำลายความเงียบ รณพีร์หยิบมันขึ้นมาหน้าจอแสดงผลเป็นภาพวิดีโอสั้นจากกล้องวงจรปิดลานจอดรถใต้ดินของตึกนี้ ภาพเคลื่อนไหวแสดงให้เห็นร่างของชายสวมหมวกแก๊ปกำลังเดินตรงไปที่รถยนต์ส่วนตัวของพิมพ์มาดา พร้อมกับวัตถุบางอย่างในมือที่สะท้อนแสงไฟวับวาว และก่อนที่ทั้งคู่จะได้ทันตั้งตัว หน้าจอโทรศัพท์ก็ตัดภาพไปเป็นสตรีมมิ่งสดจากกล้องหน้ารถของพิมพ์มาดาเอง—ภาพของกระจกหน้ารถที่กำลังถูกของแข็งกระแทกจนแตกละเอียดเป็นใยแมงมุม พร้อมกับโน้ตแผ่นเล็กที่แปะทิ้งไว้บนปัดน้ำฝน มีข้อความตัวอักษรสีแดงฉานเขียนไว้ชัดเจนว่า... *“ความจริงมีราคาที่ต้องจ่ายเสมอ ทนายพิมพ์”*
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาลุ้นระทึกกับผมในตอนนี้ด้วยนะครับ
ร้อยเล่ห์ทนายร้ายพ่ายรัก•ตอนที่ 9
ศัตรูในเงา
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ร้อยเล่ห์ทนายร้ายพ่ายรัก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!