ร้อยเล่ห์ทนายร้ายพ่ายรัก•ตอนที่ 22

รอยยิ้มของปีศาจ

ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
เสียงปิดประตูรถยนต์หรูรุ่นนำเข้าดังขึ้นเพียงเบาๆ ทว่ากลับก้องกังวานในความเงียบสงัดของลานจอดรถชั้นใต้ดินที่แสงไฟนีออนกะพริบไหวราวกับลมหายใจรวยรินของคนใกล้ตาย รณพีร์ยืนนิ่งอยู่หลังเสาปูนเปลือย ดวงตาคมกราบกวาดมองผ่านเลนส์แว่นสายตาไปยังร่างเพรียวของพิมพ์มาดาที่ก้าวเท้าลงมาด้วยความเร่งรีบ ส้นสูงกระทบพื้นคอนกรีตเป็นจังหวะกระชั้นชิด สะท้อนถึงความตื่นตัวและความกดดันที่สะสมมาตลอดสัปดาห์ "คุณไม่ควรมาที่นี่ พิมพ์" เสียงทุ้มต่ำหลุดจากริมฝีปากของอัยการหนุ่มโดยไม่ต้องหันไปมองร่างของทนายความสาวที่เดินตามมาติดๆ รณพีร์ขยับปกเสื้อสูทเล็กน้อยเพื่อซ่อนความกังวลที่พยายามควบคุมไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉย พิมพ์มาดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เธอยกแฟ้มเอกสารในมือขึ้นแนบอกราวกับมันคือเกราะป้องกันเดียวที่มีในสมรภูมิอันมืดมิดนี้ "ถ้าฉันไม่มา เอกสารชุดนี้คงไม่ได้เห็นแสงเดือนแสงตะวันในศาลวันพรุ่งนี้หรอกค่ะ... เอ่อ หมายถึง... ในศาลวันพรุ่งนี้หรอกครับ" พิมพ์มาดารีบเปลี่ยนสรรพนามและปรับน้ำเสียงให้เป็นทางการขึ้นทันทีเมื่อเห็นหางตาของชายหนุ่มเหลียวกลับมามองด้วยความรำลึกถึงระเบียบวินัย รณพีร์แค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแห้งแล้งและเต็มไปด้วยความเย้ยหยันในโชคชะตา "คุณคิดจริงๆ หรือว่าเอกสารฉบับนั้นจะรอดพ้นสายตาของ 'เขา' ไปได้ตั้งแต่แรก? คุณกำลังเล่นเกมกระดานที่อีกฝ่ายเป็นคนตีเส้นตารางไว้ตั้งแต่ตาแรก พิมพ์มาดา" "แต่พยานคนนี้ยืนยันว่า—" "พยานคนนั้นถูกซื้อตัวไปตั้งแต่สามชั่วโมงก่อนที่คุณจะขับรถออกจากสำนักงานแล้วครับ" เสียงปรบมือช้าๆ ดังขึ้นจากมุมมืดของเสาต้นถัดไป จังหวะการกระทบกันของฝ่ามือทั้งสองข้างนั้นดังก้องกังวาน สร้างบรรยากาศกดดันจนอุณหภูมิรอบกายลดฮวบลงอย่างฉับพลัน ร่างสูงโปรดในชุดสูทตัดเย็บประณีตก้าวออกมาจากเงาสลัว รอยยิ้มประดับอยู่บนมุมปากหยักลึก ทว่าแววตานั้นกลับไร้ซึ่งความอบอุ่นโดยสิ้นเชิง มันคือแววตาของนักล่าที่กำลังมองเหยื่อเดินเข้าสู่กรงขังด้วยความสมัครใจ กันตภณ... ชื่อนี้ไม่ได้ถูกเอื้อnนออกมา แต่บรรยากาศรอบตัวกลับประกาศตัวตนของเขาอย่างชัดเจน นักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพลผู้กุมความลับดำมืดของเมืองนี้ไว้ครึ่งหนึ่ง ยืนประสานมือมองคนทั้งสองด้วยท่าทีผ่อนคลายราวกับกำลังชมละครเวทีรอบปฐมทัศน์ "ยินดีต้อนรับสู่ค่ำคืนอันยาวนานครับ คุณอัยการรณพีร์ และ... ทนายพิมพ์มาดา" กันตภณเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ราวกับมิตรสหายผู้แสนดีที่บังเอิญมาพบกันโดยมิได้นัดหมาย แต่ทุกพยางค์ที่เปล่งออกมากลับแฝงไว้ด้วยคมมีดที่พร้อมกรีดแทงศัตรูให้จมกองเลือด รณพีร์ก้าวเท้าขึ้นไปบังร่างของพิมพ์มาดาไว้ครึ่งหนึ่งโดยสัญชาตญาณ มือหนาล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อสูทเพื่อเตรียมรับมือกับสถานการณ์ที่ไม่คาดคิด แม้กฎหมายจะเป็นอาวุธในมือเขา แต่ในพื้นที่อับสายตาแห่งนี้ กฎหมายดูเหมือนจะเป็นเพียงกระดาษแผ่นบางที่ถูกฉีกทิ้งได้ด้วยปลายนิ้วของผู้ทรงอิทธิพลตรงหน้า "คุณมาช้ากว่าที่ผมคาดไว้นิดหน่อยนะ คุณกันตภณ" รณพีร์กล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบสนิท ไร้ความเกรงกลัว แต่เต็มไปด้วยการประเมินสถานการณ์อย่างรอบคอบ "คิดว่าคนระดับคุณจะส่งลูกน้องมาจัดการเรื่องสกปรกพวกนี้เสียอีก ไม่คิดว่าจะลงทุนมาต้อนรับพวกเราด้วยตัวเอง" กันตภณหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงนั้นราบเรียบและน่าสะพรึงกลัว "การจัดการด้วยตัวเองมันแสดงถึงความใส่ใจครับคุณรณพีร์... โดยเฉพาะกับบุคคลากรที่มีค่าอย่างพวกคุณสองคน ผมไม่อยากให้เกิดความผิดพลาดใดๆ เหมือนที่เคยเกิดขึ้นกับสำนวนคดีเมื่อห้าปีก่อนอีก" ประโยคสั้นๆ นั้นทำเอาพิมพ์มาดาที่ยืนอยู่ด้านหลังถึงกับชะงัก ลมหายใจของเธอสะดุดกึก ภาพความทรงจำอันเลวร้ายเกี่ยวกับคดีของครอบครัวในอดีตผุดวาบขึ้นมาในหัวราวกับถูกเข็มพิษทิ่มแทง มือที่ถือแฟ้มเอกสารสั่นเทาขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้ รณพีร์เหลือบสายตากลับไปมองหญิงสาวแวบหนึ่ง เห็นเม็ดเหงื่อผุดขึ้นตามไรผมของเธอ เขารู้ทันทีว่ากันตภณจงใจใช้ 'อดีต' มาเป็นเครื่องมือทางจิตวิทยาเพื่อทำลายสมาธิของพวกเขา "อย่าเอาเรื่องส่วนตัวมาปปนกับเกมธุรกิจของคุณเลยครับ มันดูไม่ค่อยสง่างามเท่าไหร่สำหรับคนระดับคุณ" รณพีร์เอ่ยสวนกลับด้วยน้ำเสียงเฉียบคม แววตาแข็งกร้าวขึ้นอย่างเห็นได้ชัด "ความสง่างามมันกินไม่ได้หรอกครับคุณอัยการ มันเป็นแค่เครื่องประดับราคาแพงสำหรับคนมีอำนาจ... เหมือนกับความยุติธรรมในมือคุณนั่นแหละ" กันตภณก้าวเข้าไปใกล้ขึ้นอีกสองก้าว จนระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงเหลือเพียงแค่เอื้อม แววตาคมกริบกวาดมองไปที่แฟ้มเอกสารในมือของพิมพ์มาดา "สิ่งที่พวกคุณพยายามดิ้นรนค้นหา พยานหลักฐานชิ้นสุดท้ายที่จะพลิกคดี... มันไม่ได้อยู่ในนั้นหรอกครับ มันอยู่ในเซฟที่บ้านพักของผมต่างหาก" บรรยากาศรอบตัวเหมือนหยุดนิ่ง พิมพ์มาดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ขณะที่รณพีร์ยังคงรักษาความนิ่งสงบไว้ได้ แม้ในใจจะเริ่มคำนวณความเป็นไปได้ทั้งหมดแล้วก็ตาม "คุณกำลังจะบอกอะไร" รณพีร์ถามเสียงต่ำ กันตภณแย้มยิ้มกว้างขึ้น รอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยเล่ห์กลและอำนาจเหนือกว่า รอยยิ้มที่ทำให้เขารู้สึกราวกับกำลังเผชิญหน้ากับปีศาจจำแลงกายมา "ผมไม่ได้มาเพื่อขู่พวกคุณครับ... ผมมาเพื่อ 'ยื่นข้อเสนอ' ที่ปฏิเสธไม่ได้" นิ้วเรียวยาวของนักธุรกิจหนุ่มยกขึ้นแตะที่หน้าอกเสื้อสูทของตนเอง ก่อนจะดึงซองเอกสารสีน้ำตาลบางเฉียบออกมาจากกระเป๋าด้านใน แล้วยื่นมันออกไปข้างหน้าอย่างใจเย็น "หลักฐานทั้งหมดที่สามารถลากคอฆตรกรตัวจริงเข้าคุกได้... รวมถึงหลักฐานที่จะล้างมลทินให้ครอบครัวของคุณ ทนายพิมพ์... อยู่ในซองนี้ทั้งหมดแล้ว" กันตภณเว้นจังหวะ ปล่อยให้ความเงียบทำหน้าที่กัดกินสติสัมปชัญญะของคนฟัง "แลกกับการที่ 'คุณอัยการรณพีร์' จะถอนฟ้องคดีในวันพรุ่งนี้... และพวกคุณทั้งคู่ต้องเดินออกไปจากวงการนี้ตลอดกาล" พิมพ์มาดาสูดหายใจเข้าลึก ริมฝีปากสั่นระริก เธอรู้ดีว่านี่คือสิ่งที่เธอโหยหามาตลอดชีวิต คือการล้างแค้นและทวงคืนความยุติธรรมให้ครอบครัว แต่เงื่อนไขที่แลกมานั้น... มันหมายถึงการทำลายอุดมการณ์ทั้งหมดที่รณพีร์ยึดถือมาตลอดชีวิตการเป็นอัยการ รณพีร์นิ่งงันไปชั่วขณะ สายตาคมกริบมองซองเอกสารในมือของกันตภณสลับกับใบหน้าที่เต็มไปด้วยความลังเลและเจ็บปวดของพิมพ์มาดา เขารู้ดีว่าหากปฏิเสธ พวกเขาจะไม่มีวันได้เข้าใกล้ความจริงนี้อีกเลย แต่ถ้าตอบรับ... จิตวิญญาณแห่งความถูกต้องที่เขาหล่อหลอมมาตลอดจะถูกเผาทำลายจนไม่เหลือซาก กันตภณเอียงคอเล็กน้อย มองปฏิกิริยาของคนทั้งคู่ด้วยความพึงพอใจราวกับผู้กำกับที่กำลังมองนักแสดงเล่นตามบทบาทที่ตนเขียนขึ้นอย่างไร้ที่ติ "ว่ายังไงล่ะครับ... ความยุติธรรมแบบที่คุณศรัทธา กับความจริงที่คุณไขว่คว้ามาทั้งชีวิต... อะไรมีค่ามากกว่ากันในโลกที่ขับเคลื่อนด้วยอำนาจนี้?" กันตภณเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ราวกับเสียงกระซิบจากซาตานที่ดังก้องอยู่ในความมืด รณพีร์ขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นมา มือที่อยู่ในกระเป๋าเสื้อสูทกำเข้าหากันจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความเงียบงันปกคลุมไปทั่วลานจอดรถ มีเพียงเสียงหัวใจของคนทั้งสามที่เต้นระรัวแข่งกับเวลาที่กำลังจะหมดลงในไม่กี่วินาทีข้างหน้า ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักหน่วงหลายคู่ก็ดังสะท้อนก้องมาจากทางทางลาดลงลานจอดรถ พร้อมกับแสงไฟฉายสว่างจ้าที่สาดส่องตรงมายังพวกเขา ทั้งสามคนหันไปมองตามต้นเสียงพร้อมกัน และสิ่งที่ปรากฏแก่สายตากลับทำให้รณพีร์ต้องเบิกตากว้างด้วยความคาดไม่ถึง—ร่างของตำรวจยศใหญ่คนสนิทของผู้ทรงอิทธิพลอีกฝ่าย เดินนำกำลังเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบเข้ามาปิดล้อมทุกทางออก พร้อมกับกุญแจมือในมือที่ถูกชูขึ้นเตรียมพร้อม "ขอโทษด้วยครับคุณกันตภณ... แต่ดูเหมือนว่า 'ข้อเสนอ' ของคุณ จะถูกปฏิเสธโดยผู้ที่มีอำนาจมากกว่าคุณเสียแล้ว" เสียงทุ้มอันคุ้นเคยดังแทรกขึ้นมาจากด้านหลังกลุ่มตำรวจ พร้อมกับร่างของบุคคลที่ควรจะอยู่ในการคุ้มครองพยานอย่างปลอดภัย กลับก้าวออกมาจากแถวเจ้าหน้าที่ด้วยรอยยิ้มที่เย็นเยียบยิ่งกว่า... ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านเกมจิตวิทยาและเล่ห์เหลี่ยมอันลึกซึ้งนี้ไปด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ร้อยเล่ห์ทนายร้ายพ่ายรัก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%