"ชื่อของเขาปรากฏอยู่บนหน้าแรกของบัญชีลับ... ไม่ใช่ในฐานะผู้ตรวจสอบ แต่เป็นเจ้าของบัญชีตัวจริง"
เสียงของพิมพ์มาดาดังก้องขึ้นท่ามกลางความเงียบงัดภายในรถยนต์หรูที่กำลังแล่นฝ่าความมืดของค่ำคืน ร่างเพรียวในชุดสูทเข้ารูปขยับตัวเล็กน้อยเพื่อปรับเอกสารในมือ แสงไฟสีส้มจากเสาข้างทางสาดส่องผ่านกระจกเข้ามาทาบทับใบหน้าด้านข้างที่ตึงเครียดของเธอ ดวงตาคู่คมจ้องมองตัวเลขการโอนเงินจำนวนมหาศาล ซึ่งเชื่อมโยงโดยตรงระหว่างฆาตกรเงาในคดีที่พวกเขากำลังไล่ล่า กับ "อัยการสูงสุด" ผู้มีอำนาจล้นฟ้า
รณพีร์ที่ทำหน้าที่เป็นคนขับรถไม่ได้หันมามองเธอทันที มือใหญ่ที่กุมพวงมาลัยกระชับแน่นจนข้อนิ้วขึ้นสีขาว สันจมูกโด่งเป็นคมนูนเด่นภายใต้เงาสลัวในห้องโดยสาร เขากำลังประเมินสถานการณ์ด้วยสมองเพศรที่ผ่านคดีใหญ่มานักต่อนัก แต่ครั้งนี้... เดิมพันไม่ใช่แค่ตำแหน่งหน้าที่การงาน แต่มันคือลมหายใจของพวกเขาเอง
"กันตภณไม่ได้แค่เล่นเกมการเมืองธรรมดาแล้วล่ะครับคุณพิมพ์" รณพีร์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่มันแฝงความเย็นเยียบและคมกริบราวกับใบมีดที่ซ่อนในฝัก "มันกำลังดึงพวกเราลงไปในหลุมพรางที่ขุดไว้ล่วงหน้าตั้งแต่วันแรกที่เราเริ่มทำคดีนี้"
"แต่เรามีหลักฐานชุดนี้" พิมพ์มาดาโต้กลับทันควัน น้ำเสียงของเธอเจือความท้าทายตามสัญชาตญาณของทนายความมือหนึ่งที่ไม่มีวันยอมจำนนต่อหน้าผาชัน "และไอ้หลักฐานชิ้นสำคัญที่เก็บไว้ในเซฟที่บ้านพักริมคลื่นของคุณ... มันคือหลักฐานเดียวที่จะลากคอคนที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมดลงมาได้ ไม่ว่ามันจะมีอำนาจล้นฟ้ามาจากไหนก็ตาม"
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงยางรถยนต์บดไปกับพื้นถนนที่เปียกชื้นจากละอองฝนโปรยปราย ทั้งคู่ต่างจมอยู่กับความคิดของตัวเอง ทนายสาวและอัยการหนุ่มผู้ยึดมั่นในความถูกต้อง แม้จะมีแนวทางและเล่ห์เหลี่ยมทางกฎหมายที่แตกต่างกันสุดขั้ว แต่ในยามวิกฤตเช่นนี้ ความเงียบระหว่างพวกเขากลับเต็มไปด้วยแรงดึงดูดทางจิตวิญญาณที่ปฏิเสธไม่ได้ พิมพ์มาดาเหลือบมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของชายหนุ่ม หัวใจเจ้ากรรมเต้นผิดจังหวะไปชั่วขณะ ไม่ใช่เพราะความกลัวต่ออิทธิพลมืดของกันตภณ แต่เป็นเพราะความรู้สึกบางอย่างที่เริ่มก่อตัวขึ้น ท่ามกลางสมรภูมิที่เต็มไปด้วยหยดเลือดและความลวง
เวลาเกือบเที่ยงคืน รถยนต์คันหรูก็กดเบรกช้าๆ หน้าประตูรั้วเหล็กดัดสีดำสนิทของบ้านพักตากอากาศริมทะเล บ้านหลังใหญ่สไตล์โมเดิร์นทรอปิคอลตั้งตระหง่านอยู่บนหน้าผี้ย่อมๆ เบื้องล่างคือคลื่นลมทะเลที่ซัดสาดกระทบโขดหินส่งเสียงคำรามกึกก้อง แสงจันทร์เต็มดวงสาดส่องลงมาสะท้อนผิวน้ำระยิบระยับ ทว่าบรรยากาศรอบกายกลับวังเวงและเย็นยะเยือกจนน่าประหลาด
รณพีร์ดับเครื่องยนต์ ความมืดและกลิ่นอายของเกลือทะเลโชยเข้ามาผ่านกระจกที่ถูกลดลงเล็กน้อย เขากวาดสายตามองสำรวจรอบบริเวณบ้านด้วยความระแวกระวัง สัญชาตญาณเตือนภัยในตัวทำงานเต็มพิกัด
"ตามผมมาครับ" รณพีร์เอ่ยสั้นๆ ก่อนจะก้าวลงจากรถ พิมพ์มาดาพยักหน้ารับ รวบเสื้อสูทกระชับเข้าหาตัวแล้วก้าวตามลงมาติดๆ
เสียงฝีเท้าของทั้งคู่ดังสะท้อนก้องบนทางเดินหินอ่อนที่นำไปสู่ตัวบ้าน รณพีร์ไขกุญแจเปิดประตูเข้าไปภายใน ความอับชื้นผสมผสานกับกลิ่นไม้สักทองเก่าแก่ลอยปะทะจมูก แสงไฟจากสวิทช์ผนังเผยให้เห็นห้องโถงกว้างที่ถูกจัดวางเฟอร์นิเจอร์ไว้อย่างเรียบหรูแต่ว้างเปล่า ไร้ซึ่งร่องรอยการอยู่อาศัยมานานหลายเดือน
"บ้านหลังนี้... นอกเหนือจากคุณกับครอบครัวแล้ว มีใครรู้เรื่องรหัสเซฟอีกไหมครับ?" พิมพ์มาดาเอ่ยถามขณะกวาดสายตามองไปรอบห้อง จิตวิทยานักสืบและทนายความบอกเธอว่า ทุกรายละเอียดมีความหมาย
"ไม่มีครับ" รณพีร์ตอบทันที น้ำเสียงหนักแน่นขณะเดินนำเธอไปยังห้องทำงานส่วนตัวที่ตั้งอยู่ลึกสุดของตัวบ้าน "เซฟฝังผนังตัวนั้นใช้ระบบรหัสชีวมิติและคีย์การ์ดสำรอง ซึ่งมีแค่ผมคนเดียวที่ถือครอง... ต่อให้เป็นกันตภณ ก็ไม่อาจเข้าถึงมันได้ง่ายๆ เว้นเสียแต่ว่า..."
รณพีร์หยุดเดินกะทันหัน จนพิมพ์มาดาเกือบเดินชนแผ่นหลังกว้างของเขา
"เว้นเสียแต่ว่า... อะไรคะ?" เธอขมวดคิ้วมุ่นด้วยความสงสัย
อัยการหนุ่มไม่ตอบ เขายืนนิ่งอยู่หน้าประตูห้องทำงานที่ปิดสนิท ดวงตาคมกริบกวาดมองต่ำลงไปยังพื้นพรมหน้าประตู ร่างสูงคุกเข่าลงช้าๆ นิ้วเรียวยาวเอื้อมไปสัมผัสกับเส้นใยพรมที่ยุบตัวลงผิดปกติ พร้อมกับรอยเปื้อนสีดำจางๆ ที่ไม่ควรจะอยู่ที่นี่
พิมพ์มาดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ความหนบหนาวแล่นริ้วขึ้นมาจากสันหลัง เมื่อเธอสังเกตเห็นสิ่งผิดปกติเช่นเดียวกัน—บานประตูห้องทำงานไม่ได้ปิดสนิท มันถูกแง้มเอาไว้ห่างราวหนึ่งเซนติเมตร และกลิ่นจางๆ ของ... กาแฟคั่วบดสดใหม่ ลอยออกมาปะทะนาสิก
ทั้งที่บ้านหลังนี้ไม่มีใครเหยียบย่างมานานหลายเดือน!
รณพีร์ส่งสัญญาณมือห้ามปรามให้เธอยืนนิ่งอยู่ด้านหลัง มือหนาเอื้อมไปแตะที่ด้ามปืนพกสั้นที่เหน็บอยู่ใต้สูทอย่างเงียบเชียบ หัวใจของอัยการหนุ่มเต้นระรัวด้วยความตื่นตัว เขาผลักประตูบานนั้นให้เปิดออกด้วยความเร็วสูง พร้อมกับพุ่งตัวเข้าไปในห้องพร้อมตั้งท่าระวังภัย
ทว่า... ภายในห้องทำงานที่ว่างเปล่า กลับไม่ได้มีเพียงความว่างเปล่า
บนเก้าอี้หนังแท้ราคาแพงหันหลังให้ประตู มีร่างของใครบางคนกำลังนั่งไขว่ห้างจิบกาแฟอย่างใจเย็น ควันบางเบาลอยกรุ่นขึ้นมาจากแก้วเซรามิกสีขาว เสียงเพลงแจ๊สแผ่วเบาดังมาจากลำโพงบลูทูธบนโต๊ะทำงาน และเมื่อเก้าอี้ตัวนั้นหมุนกลับมาช้าๆ เผยให้เห็นใบหน้าของผู้ที่นั่งอยู่...
รณพีร์และพิมพ์มาดาถึงกับชะงักงัน ลมหายใจสะดุดกึกในลำคอ
"ยินดีต้อนรับสู่บ้านพักริมคลื่นครับ... ท่านอัยการ และคุณทนายคนเก่ง" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยทักทายพร้อมรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปากของ "กันตภณ" ซึ่งนั่งไขว่ห้างรอพวกเขาอยู่ก่อนแล้ว ท่ามกลางกองเอกสารลับในเซฟที่ถูกรื้อค้นจนกระจัดกระจายเกลื่อนพื้น!
และก่อนที่รณพีร์จะทันได้ชักปืนเล็งไปที่เป้าหมาย ปลายกระบอกปืนเก็บเสียงอีกกระบอกหนึ่งก็ถูกจ่อเข้าที่ทรีตของเขาจากด้านหลังอย่างเงียบเชียบ พร้อมกับเสียงกระซิบกระเส่าที่ดังขึ้นชิดใบหู
"วางอาวุธซะ... แล้วเกมนี้จะจบลงง่ายกว่าที่คุณคิดครับ"
--------------------------------------------------
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางผ่านเรื่องราวอันเข้มข้นนี้ไปด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
ร้อยเล่ห์ทนายร้ายพ่ายรัก•ตอนที่ 15
บ้านพักริมคลื่น
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ร้อยเล่ห์ทนายร้ายพ่ายรัก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!