คราบกาแฟแห้งกรังบนแก้วกระดาษบนโต๊ะทำงานของสำนักงานกฎหมายในยามวิกาล บ่งบอกเวลาล่วงเลยมาจนถึงตีสอง บรรยากาศเงียบงันจนได้ยินเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ยังคงทำงานแข่งกับความคิดในหัว พิมพ์มาดากำลังเผชิญหน้ากับกองเอกสารสำนวนคดีฉบับล่าสุดที่หนาเตอะจนแทบจะถมร่างของเธอให้จมหายไป ดวงตาคู่สวยที่ผ่านการอดนอนมาหลายคืนจดจ้องไปยังภาพถ่ายสถานที่เกิดเหตุบนกระดานไวท์บอร์ด ดวงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะส่องกระทบใบหน้าตึงเครียดของเธอ จนเงาสะท้อนบนกระจกหน้าต่างบานใหญ่ด้านหลังทอดร่างยาวราวกับภูตผีในความมืด
คดีฉ้อโกงและฟอกเงินมูลค่าหลายพันล้านของบริษัทกันตภณโฮลดิ้งส์ในปัจจุบัน ดูผิวเผินเหมือนเป็นเพียงคดีอาทางเศรษฐกิจทั่วไป ทว่า สัญชาตญาณดิบของทนายความมือหนึ่งอย่างเธอกลับร้องเตือนว่า มันมีรอยต่อบางอย่าง... รอยต่อที่ถูกจงใจลบเลือนด้วยอำนาจและเม็ดเงินมหาศาล
นิ้วเรียวยาวภายใต้เสื้อสูทลำลองสีเข้มเอื้อมไปหยิบแฟ้มคดีเก่าเก็บขึ้นมา มันคือคดีอุบัติเหตุทางรถยนต์บนทางด่วนเมื่อสิบปีก่อน คดีที่ถูกปิดตายอย่างรวดเร็วด้วยสำนวนว่า "ขับรถประมาทจนถึงแก่ความตาย" และเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายในวันนั้น... คือบิดาของเธอเอง
เสียงเคาะประตูกระจกเบาๆ ส Aสามครั้งดังขึ้น ก่อนที่ร่างสูงโปรดของอัยการหนุ่มสมองเพชรอย่างรวดเร็วจะก้าวเข้ามาโดยไม่รอให้เธออนุญาต รณพีร์อยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนขึ้นถึงข้อศอก เนคไทถูกคลายออกหลวมๆ เผยให้เห็นลำคอแกร่งและท่าทีที่ผ่อนคลายกว่ายามอยู่ในศาล ทว่าแววตาสีเข้มคู่นั้นกลับคมกริบและเต็มไปด้วยความนัย
"ดึกป่านนี้แล้ว คุณยังไม่กลับคอนโดอีกหรือครับ ทนายพิมพ์" รณพีร์เอ่ยทักด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้มแต่วิเคราะห์สถานการณ์ได้อย่างแม่นยำ สายตาของเขาชําเลืองมองกองเอกสารสลับกับใบหน้าที่อิดโรยของเธอ "หรือว่ากำลังพยายามหาทางช่วยลูกความมือสะอาดของคุณ ให้พ้นจากข้อหาที่แม้แต่คุณเองก็รู้ว่าเขาไม่มีวันบริสุทธิ์"
พิมพ์มาดาเงยหน้าขึ้นจากกองกระดาษ ปรายตามองผู้ชายที่ยืนอยู่ตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่กึ่งรักกึ่งชังในความฉลาดเป็นกรดของเขา ทั้งคู่ยืนอยู่คนละฝั่งของกฎหมาย ฝ่ายหนึ่งสวมชุดเกราะแห่งความยุติธรรมเพื่อพิพากษา ส่วนอีกฝ่ายสวมหน้ากากแห่งเล่ห์เหลี่ยมเพื่อปกป้อง แต่กระนั้น ความดึงดูดทางจิตวิญญาณระหว่างพวกเขากลับรุนแรงยิ่งกว่าแรงโน้มถ่วงใดๆ
"คุณอัยการรณพีร์ ว่าที่มือปราบคอร์รัปชันแห่งปี คงไม่ได้ถ่อสังขารมาถึงห้องทำงานฉันตอนตีสอง เพื่อมาพูดจาเสียดสีเล่นหรอกกระมังครับ... อ้อ ขอโทษที ฉันติดนิสัยพูดประชดตามคุณมา" พิมพ์มาดายิ้มมุมปาก พยายามซ่อนความอ่อนล้าไว้ภายใต้เกราะกำบังอันแข็งกร้าว
รณพีร์ไม่โต้ตอบในทันที เขาก้าวเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานของเธอมากขึ้น กลิ่นกายสะอาดเจือกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยมาแตะจมูก ระยะห่างที่ลดลงทำให้บรรยากาศในห้องแคบลงถนัดตา ชายหนุ่มโน้มตัวลงใช้มือสองข้างท้าวกับขอบโต๊ะ โน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนดวงตาคมกริบประสานกับนัยน์ตาคู่สวยของเธออย่างไร้ช่องว่าง
"ผมไม่ได้มาเพื่อเสียdสี... แต่ผมมาเพื่อเตือน" เสียงของเขาลดต่ำลงจนกลายเป็นกระซิบที่สั่นประสาท "กันตภณไม่ใช่แค่ นักธุรกิจเทาๆ อย่างที่คุณคิด พิมพ์มาดา เบื้องหลังอาณาจักรหมื่นล้านนั่น มีศพฝังอยู่ใต้รากฐานตึกเยอะกว่าที่คุณจินตนาการ และถ้าคุณยังขุดคุ้ยลึกลงไปในคดีเมื่อสิบปีก่อน... คนที่จะไม่ได้เห็นตะวันรุ่ง ไม่ใช่กันตภณ แต่จะเป็นคุณ"
คำพูดนั้นไม่ได้ทำให้พิมพ์มาดากลัว ตรงกันข้าม มันกลับจุดประกายไฟแห่งความโกรธและแรงผลักดันในอسبุรุษในตัวเธอให้ลุกโชน เธอยืดตัวขึ้นสบตาเขาตรงๆ ไม่มีทีท่าสะทกสะท้าน แม้หัวใจจะเต้นรัวด้วยแรงปะทะทางอารมณ์ที่เขาส่งผ่านมา
"ทำไมล่ะครับคุณพีร์? หรือว่าสำนักงานอัยการสูงสุดของคุณ กลัวความจริงที่ว่า... อัยการระดับสูงบางคนในอดีต ก็มีส่วนเอี่ยวในการช่วยปิดคดีให้กันตภณเมื่อสิบปีก่อนด้วย?" พิมพ์มาดาย้อนถามด้วยน้ำเสียงเฉียบคมไม่แพ้กัน เธอกวาดสายตาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขา เพื่อค้นหาพิรุธ "คุณมาเตือนฉันเพราะความเป็นห่วงในฐานะเพื่อนมนุษย์ หรือเพราะกลัวว่าฉันจะลากคอ 'ใครบางคน' ขึ้นมาบนศาลกันแน่"
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ บทสนทนาที่เต็มไปด้วยนัยยะทางจิตวิทยาทำให้บรรยากาศตึงเครียดจนแทบขาดผึ่ง รณพีร์จ้องมองเธอด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก มีทั้งความห่วงใย ความกังวล และความดื้อรั้นที่สะท้อนอยู่ในนั้น
ก่อนที่ใครจะได้เอื้อnคำใดออกมา เสียงฟ้าผ่าเปรี้ยงใหญ่จากภายนอกก็คำรามก้อง พร้อมกับสายฝนที่เทกระหน่ำลงมากระทบกระจกหน้าต่างเสียงดังสนั่น แรงลมพายุทำให้ไฟในสำนักงานกะพริบไหววูบหนึ่ง ก่อนจะกลับมาสว่างตามเดิม ทว่า แสงนีออนสีขาวนวลนั้นกลับสะท้อนภาพบนกระจกหน้าต่างด้านหลังตัวพิมพ์มาดาให้ชัดเจนขึ้นอย่างประหลาด
พิมพ์มาดาชะงัก สายตาของเธอเหลือบไปเห็นรอยนิ้วมือและคราบฝุ่นเลือนรางที่ติดอยู่บนกระจกหน้าต่างบานนั้น รอยนิ้วมือที่เรียงตัวกันอย่างผิดปกติ... มันไม่ใช่รอยนิ้วมือของแม่บ้านหรือของเธอเอง
ด้วยความสงสัย เธอจึงลุกขึ้นเดินตรงไปยังกระจกบานใหญ่ ยกมือขึ้นเช็ดคราบฝุ่นและหยดน้ำฝนที่เกาะอยู่ออกอย่างเบามือ รณพีร์ขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจก่อนจะก้าวตามมาติดๆ
เมื่อพื้นผิวกระจกใสสะอาดปรากฏแก่สายตา พิมพ์มาดาก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง ลมหายใจของเธอสะดุดกึก รอยนิ้วมือเหล่านั้นไม่ได้อยู่ด้านใน แต่มันอยู่ 'ด้านนอก' ของกระจก หน้าต่างห้องทำงานของเธออยู่บนชั้นที่สิบแปดของตึกสูงระฟ้า ไม่มีระเบียง ไม่มีทางเดินด้านนอก... แล้วรอยนิ้วมือของใครกันที่มาทาบอยู่ ณ จุดนี้เมื่อสิบแปดชั้นเหนือพื้นดิน?
หัวใจของพิมพ์มาดากระหน่ำรัว ร่างกายเย็นเฉียบลงฉับพลัน เธอยื่นมือไปทาบลงบนรอยนิ้วมือนั้นโดยสัญชาตญาณ ขนาดของรอยนิ้วมือใหญ่โตกว่ามือของเธออย่างเห็นได้ชัด และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง สายตาก็เหลือบไปเห็นวัตถุชิ้นเล็กๆ ที่ถูกเสียบติดไว้ที่ขอบกรอบหน้าต่างด้านนอก เป็นธัมบ์ไดรฟ์ (Thumb Drive) สีดำสนิทตัวจิ๋ว ถูกพันด้วยเทปกาวใสอย่างแนบเนียน
เธอยังไม่ทันได้เอ่ยปาก รณพีร์ที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็ขยับตัวเข้ามาประชิด เขาใช้มือใหญ่คว้าข้อมือเธอไว้แน่นด้วยสัญชาตญาณการระวังภัย พร้อมกับที่ดวงตาคมกริบกวาดมองไปในความมืดมิดนอกหน้าต่างชั้นสิบแปด
และในความมืดมิดท่ามกลางสายฝนที่โปรยปราย ท่ามกลางแสงไฟนีออนกะพริบจากตึกฝั่งตรงข้าม ร่างเงาสีดำทะมึนของใครบางคนกำลังยืนนิ่งสนิทอยู่บนขอบปูนแคบๆ นอกหน้าต่าง... ดวงตาภายใต้ฮู้ดสีดำสนิทหันมาจ้องมองตรงมาที่พิมพ์มาดาและรณพีร์ผ่านกระจกใส พร้อมกับรอยยิ้มเย็นยะเยือกที่ปรากฏขึ้นบนริมฝีปากซึ่งบิดเบี้ยวในความมืด
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับความสัมพันธ์อันซับซ้อนนี้ด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
ร้อยเล่ห์ทนายร้ายพ่ายรัก•ตอนที่ 17
รอยนิ้วมือบนกระจก
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ร้อยเล่ห์ทนายร้ายพ่ายรัก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!