แคสติ้งนี้...ไม่มีทางเป็นของเธอ•ตอนที่ 9

ความเปราะบางที่ซ่อนอยู่

ผลงานโดย สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี
เงามืดทอดตัวยาวทับถมบนพื้นคอนกรีตเย็นเยียบหลังสตูดิโอ กลิ่นอับชื้นของคราบฝุ่นและฉากไม้เก่าๆ คละคลุ้งอยู่ในอากาศยามค่ำคืน ลมหนาวระลอกหนึ่งพัดกรรโชกผ่านซอกตึกเข้ามา ทำให้พายที่กำลังกอดอกแน่นต้องสั่นสะท้าน ไม่ใช่เพราะความหนาวเหนาจากสภาพอากาศภายนอก หากแต่เป็นความหนาบเหน็บที่กัดกินลึกลงไปในขั้วหัวใจต่างหาก ภาพบุคคลที่ยืนอยู่ภายใต้แสงสลัวเมื่อครู่ยังคงวนเวียนอยู่ในหัว ประโยคคำถามมากมายพรั่งพรูเข้ามาในสมองจนแทบระเบิด แต่สิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าการเผชิญหน้ากับอดีตที่ไม่อยากจดจำ คือการที่เธอเผลอแสดงความอ่อนแอออกมาให้ใครบางคนเห็น เรย์ยืนนิ่งสนิทอยู่หลังเสาต้นใหญ่ ห่างออกไปไม่ถึงสามก้าว ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นใสคู่นั้นไหววับชั่วขณะ ยามที่มองเห็นร่างโปร่งของนักแสดงสาวดาวรุ่งกำลังซบหน้าลงกับฝ่ามือ ไหล่บางสั่นสะท้านขึ้นลงตามแรงสะอื้นที่พยายามกลั้นไว้อย่างสุดชีวิต ปกติแล้วพายคือรอยยิ้มและเสียงหัวใจของกองถ่าย เป็นคนที่เดินเข้ามาพร้อมกับความสดใส แพรวพราว และคำพูดกวนประสาทที่คอยยั่วโมโหเธอได้ตลอดเวลา ไม่มีใครเคยเห็นมุมนี้... มุมที่เปราะบางจนเหมือนแก้วเจียระไนที่พร้อมจะแตกสลายได้ทุกเมื่อหากมีใครเผลอไปแตะต้อง เรย์ขบกริมฝีปากแน่น ความรู้สึกบางอย่างตีรวนขึ้นมาในอกอย่างประหลาด มันไม่ใช่ความสะใจ ไม่ใช่ความสมเพช และแน่นอนว่ามันไม่ใช่ความเย็นชาอย่างที่เธอมักจะสร้างกำแพงไว้ป้องกันตัว "ถ้าจะยืนมองเฉยๆ แบบนั้น สู้เดินเข้ามาเหยียบซ้ำให้ตายไปเลยไม่ดีกว่าเหรอคะ โปรดิวเซอร์เรย์" เสียงแหบพร่าหลุดลอดริมฝีปากที่สั่นเทาของพายดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบ พายไม่ได้เงยหน้าขึ้นมา แต่การคาดเดาตำแหน่งได้อย่างแม่นยำนั้นทำให้เรย์รู้ว่าอีกฝ่ายรู้ตัวตั้งแต่วินาทีแรกที่เธอก้าวเข้ามาแล้ว เรย์สูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะก้าวขาพ้นจากเงาเสา เดินเข้าไปหยุดยืนอยู่ตรงหน้าอีกฝ่ายอย่างช้าๆ รองเท้าส้นสูงกระทบกับพื้นซีเมนต์เกิดเสียงก้องกังวานในความเงสงัด "ฉันไม่ได้ว่างพอจะมาเดินเล่นดูคนอื่นร้องไห้หรอกนะคะพาย" เรย์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง พยายามบังคับไม่ให้มันสั่นตามบรรยากาศรอบตัว "แต่ถ้าการร้องไห้ตรงนี้มันทำให้คุณทำงานในวันพรุ่งนี้พัง ฉันในฐานะโปรดิวเซอร์มีสิทธิ์ที่จะเข้ามาตรวจสอบความพร้อมของนักแสดงค่ะ" พายค่อยๆ เงยหน้าขึ้น ดวงตาคู่สวยที่มักจะพราวระยับด้วยความเจ้าเล่ห์ บัดนี้แดงก่ำและเอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำตา แพขนตายาวเปียกชื้นทำให้เธอยิ่งดูน่าสงสารจับใจ มุมปากที่เคยยกยิ้มกวนประสาทบัดนี้เหยียดยิ้มสมเพชตัวเอง "ห่วงงานเหรอคะ... หรือว่าห่วงตัวฉันกันแน่?" พายสวนกลับด้วยน้ำเสียงที่พยายามทำเป็นเข้มแข็ง แต่เสียงแหบเครือและแววตาสั่นระริกนั้นทรยศความรู้สึกทั้งหมด "คุณนี่มันใจร้ายเป็นบ้าเลยนะคะเรย์ เห็นคนอื่นเขากำลังแย่ ก็ยังอุตส่าห์หาเหตุผลเรื่องงานมาอ้างเพื่อตอกย้ำอีกจนได้" "ฉันพูดความจริง" เรย์ตอบเสียงแข็ง แม้หัวใจจะกระตุกวูบยามสบเข้ากับดวงตาคู่นั้น "คนเรามีความรับผิดชอบต่างกัน ฉันไม่รู้หรอกนะคะว่าคุณเจออะไรมา หรือใครที่ยืนอยู่ตรงนั้นก่อนหน้านี้ แต่วันนี้... ตอนนี้ คุณคือตัวละครหลักของโปรเจกต์นี้ ถ้าคุณล้ม คนอื่นในทีมจะซวยไปด้วย คุณเข้าใจไหม?" พายแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความสนุกสนานสิ้นเชิง เธอลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แม้จะยังเซเล็กน้อยจนเรย์ต้องเผลอยื่นมือออกไปประคองโดยไม่รู้ตัว แต่พายก็ปัดมือปฏิเสธความหวังดีนั้นอย่างนุ่มนวลแต่เด็ดเดี่ยว "ทีมจะซวย หรือคุณกลัวฉันไม่มีสมาธิทำงานกันแน่คะ?" พายก้าวเข้าไปประชิดตัวเรย์ ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนแทบไม่มีช่องว่าง กลิ่นน้ำหอมคุ้นเคยเจือจางกับความชื้นยามค่ำคืนลอยเข้าจมูก "ยอมรับมาเถอะค่ะว่าคุณใจหาย ที่เห็นฉันสภาพนี้... คุณไม่เคยชินกับการเห็นพายคนเก่งยอมแพ้ใช่ไหมล่ะ?" เรย์ชะงัก เผลอถอยหลังไปครึ่งก้าวเมื่อถูกสายตาคู่คมของอีกฝ่ายจู่โจม ความใกล้ชิดนี้ทำให้เธอได้ยินเสียงลมหายใจที่ติดขัดของพายชัดเจน และยิ่งมองใกล้เท่าไหร่ เธอก็ยิ่งเห็นร่องรอยความเจ็บปวดที่ถูกซ่อนไว้ใต้รอยยิ้มกะล่อนนั้นมาช้านาน "อย่าหลงตัวเองให้มากนักเลยพาย ฉันไม่ได้ว่างขนาดนั้น" เรย์เชิดหน้าขึ้น พยายามรักษามาดนิ่งเอาไว้ให้ได้มากที่สุด "ถ้าตั้งสติได้แล้ว ก็กลับเข้าไปข้างในค่ะ ทีมงานกำลังรอเซ็ตฉากต่อไปอยู่ อย่าให้คนอื่นต้องมารอคุณคนเดียว" พูดจบ เรย์ก็หมุนตัวเตรียมจะเดินหนีจากสถานการณ์ที่เริ่มจะควบคุมยากนี้ หัวใจของเธอกำลังเต้นแรงผิดจังหวะ และเธอก็เกลียดความรู้สึกพะว้าพะวังแบบนี้ที่สุด หมับ! ทว่า... ข้อความอุ่นจัดที่คว้าข้อมือเธอไว้หยุดฝีเท้าของเรย์ให้ชะงักกง เรย์หันกลับไปมองด้วยความตกใจ พายไม่ได้ดึงเธอด้วยแรงมหาศาล แต่น้ำหนักของการจับกุมนั้นมีความสั่นเทาบางอย่างที่ทำให้เรย์สะท้าน "อย่าเพิ่งไปค่ะเรย์..." เสียงของพายแผ่วเบาลงราวกับกระซิบ ความกะล่อนหายไปสิ้น เหลือเพียงเด็กสาวคนหนึ่งที่กำลังอ้อนวอนขอที่ยึดเหนี่ยว "อยู่เป็นเพื่อนฉันตรงนี้อีกสักห้านาที... นะคะ? แค่ห้านาทีก็พอ ฉันแค... ยังไม่อยากกลับไปเจอสายตาจับผิดพวกนั้นตอนนี้" เรย์มองมือที่กุมข้อมือตนเองไว้ สัมผัสอุ่นร้อนนั้นซึมผ่านผิวเนื้อเข้าไปถึงความรู้สึกข้างใน มองลึกเข้าไปในดวงตาที่เต็มไปด้วยความเปราะบางของคนตรงหน้า กำแพงความเย็นชาที่เรย์สร้างไว้พังทลายลงในพริบตา เธอยืนนิ่ง ไม่ได้สะบัดมือออก และไม่ได้เอ่ยปากไล่เหมือนเคย บรรยากาศรอบตัวเงียบสงบลงเหลือเพียงเสียงลมหายใจของคนทั้งคู่ที่สอดประสานกันในความมืด เรย์กำลังจะอ้าปากเอ่ยคำอนุญาตที่อ่อนโยนที่สุดในรอบหลายปี... ทว่า ก่อนที่ริมฝีปากของเรย์จะได้ขยับส่งเสียง เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงเรียกชื่อพายก็ดังแทรกขึ้นมาจากมุมตึกด้านนอกซะก่อน "พาย! อยู่นี่เองเหรอ? ผู้กำกับจินให้มาตาม... อ้าว... บังเอิญจังนะคะ โปรดิวเซอร์เรย์ก็อยู่ตรงนี้ด้วยเหรอคะเนี่ย?" ร่างของใครบางคนก้าวพ้นมุมตึกออกมาภายใต้แสงไฟสลัว พร้อมกับรอยยิ้มที่เคลือบแฝงความหมายบางอย่าง รอยยิ้มของคนที่ควรจะอยู่ต่างประเทศ... แต่กลับมายืนยันตัวตนอยู่ตรงนี้เพื่อทำลายช่วงเวลาเปราะบางนี้ลงอย่างไม่ใยดี! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาฟินและอินไปพร้อมกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แคสติ้งนี้...ไม่มีทางเป็นของเธอ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%