"ถ้าคุณก้าวถอยหลังอีกแค่ก้าวเดียว ผมจะถือว่าที่คุณพูดมาทั้งหมดตลอดสามปีเป็นเรื่องโกหก"
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่ลอดผ่านไรฟันไม่ได้เจือแววหยอกเย้าแม้แต่น้อย มันคือเสียงของคนที่ยืนอยู่บนปากเหวแห่งความอดทน และพร้อมจะดึงอีกฝ่ายตกลงไปเผชิญหน้ากับความจริงด้วยกัน คินน์ในชุดสูทสีดำสนิทที่ไม่ได้ผูกเนกタイ ปลดกระดุมเสื้อเม็ดบนออกเผยให้เห็นลำคอแกร่งและชีพจรที่เต้นเร้า ดวงตาคมกริบราวกับสัตว์นักล่าจ้องมองคนตรงหน้าโดยไม่ยอมกะพริบ กลัวเหลือเกินว่าเพียงแค่กระพริบตา ภาพของเรนจะสลายกลายเป็นเพียงควันหมอกเหมือนในฝันร้ายที่เขาเคยเผชิญมาตลอดหลายเดือน
เรนหยุดฝีเท้าที่กำลังจะหมุนตัวหนี แผ่นหลังบางภายใต้เสื้อเชิ้ตสีขาวไบรท์สะท้อนกับแสงไฟนีออนอ่อนๆ จากระเบียงเพนต์เฮาส์หรู ริมฝีปากบางเฉียบเม้มเข้าหากันแน่นจนเป็นเส้นตรง ความเจ็บปวดและทิฐิที่สั่งสมมานานถูกบีอัดจนแน่นอกจนแทบหายใจไม่ออก เขากำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือเพื่อเรียกสติ
"โกหกเหรอ?" เรนแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความสุข มีแต่ความเย้ยหยันที่ส่งตรงถึงตัวเองและคนด้านหลัง "คนที่โกหกเก่งที่สุดในโลกใบนี้คือคุณต่างหาก คินน์... คุณทำเหมือนผมเป็นของเล่นราคาแพง พอเบื่อก็โยนทิ้ง พอยากได้คืนก็แค่ใช้อำนาจเงินมาซื้อ..."
พรึบ!
ร่างสูงใหญ่ของคินน์พุ่งเข้ามาประชิดตัวในเสี้ยววินาที แรงปะทะนุ่มนวลแต่เด็ดขาดทำให้เรนถูกดันให้ชิดกับกระจกใสบานใหญ่ เบื้องล่างคือมหานครยามค่ำคืนที่ประดับประดาด้วยแสงไฟระยิบระยับราวกับดวงดาวบนพื้นดิน แต่ไม่มีแสงไหนเจิดจ้าเท่ากับประกายไฟในดวงตาของมาเฟียหนุ่มที่กักขังเขาไว้ในวงแขนอีกต่อไปแล้ว
"อย่าเอาคำว่า 'เงิน' มาดูถูกความรู้สึกที่ผมมีให้คุณ เรน" คินน์โน้มใบหน้าลงมาจนหน้าผากเกือบชิดกัน ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับแก้มเนียน กลิ่นน้ำหอมผสมผสานกับกลิ่นบุหรี่จางๆ และความตึงเครียดแผ่ซ่านไปทั่วพื้นที่แคบๆ "ถ้าเงินมันซื้อความคลั่งรักที่ผมมีให้คุณได้ ผมคงยอมจ่ายหมดตัวไปนานแล้ว... แต่นี่มันซื้อไม่ได้ไง ผมถึงต้องมายืนสารภาพความโง่เขลาของตัวเองอยู่ตรงนี้"
เรนชะงัก ดวงตากลมโตตวัดขึ้นสบตากับคนพูด ความดุดันและเย่อหยิ่งที่คินน์มักจะใช้สวมเกราะป้องกันตัวมาตลอด บัดนี้ถูกรื้อถอนจนหมดสิ้น เหลือเพียงความเวิ้งว้างและความจริงใจที่ดิบเถื่อนจนน่าตกใจ
"คุณ... พูดบ้าอะไร" เรนพยายามเบือนหน้าหนีความร้อนผ่าวที่ลามเลียพวงแก้ม แต่ปลายนิ้วแข็งแกร่งกลับเชยคางมนให้กลับมาสบตาตรงๆ
"ผมบ้าเพราะคุณ เรน คุณก็รู้ดีแก่ใจ" คินน์กระซิบเสียงพร่า น้ำเสียงนั้นอ่อนลงจนเกือบกลายเป็นเสียงอ้อนวอน ซึ่งเป็นมุมที่ไม่มีใครบนโลกใบนี้เคยได้เห็นจากนักธุรกิจหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลคนนี้ "สามปีที่ผ่านมา ไม่มีวันไหนเลยที่ผมไม่นึกถึงวันที่คุณเดินจากไป วันที่คุณบอกว่าผมมันเห็นแก่ตัว... ผมยอมรับก็ได้ ว่าผมมันเห็นแก่ตัวจริง ๆ ที่อยากเก็บคุณไว้คนเดียว ไม่อยากให้ใครมอง ไม่อยากให้ใครเข้าใกล้ แต่การที่ต้องทนเห็นคุณทำเป็นไม่สนใจ ยิ้มให้คนอื่นที่ไม่ใช่ผม... คุณรู้ไหมว่ามันทรมานยิ่งกว่าโดนยิงเข้าที่หัวใจซะอีก"
หัวใจของเรนกระตุกวูบ กำแพงน้ำแข็งที่สร้างขึ้นเพื่อป้องกันตัวเองพังทลายลงมาทีละน้อย เสียงสะท้อนในใจร่ำร้องว่าอย่าเชื่อ อย่าใจอ่อนให้กับคำหวานของผู้ชายอันตรายคนนี้อีก แต่น้ำตาที่คลอหน่วยอยู่ที่หน่วยตากลับทรยศความตั้งใจทั้งหมด
"แล้วทำไม... ทำไมตอนนั้นถึงไม่รั้งผมไว้ล่ะ" เสียงของเรนสั่นเครือ หยดน้ำตาใสไหลรินลงมาอาบแก้มอย่างเงียบเชิด ความอัดอั้นตันใจที่เก็บกดมานานนับปีพรั่งพรูออกมาพร้อมกับความเปราะบางที่หาดูได้ยาก "ถ้าคุณแคร์ผมสักนิด ถ้าคุณพูดคำนี้ออกมาตั้งแต่สามปีที่แล้ว เราคงไม่ต้องมาเจ็บปวดกันถึงขนาดนี้..."
คินน์ชะงัก ปลายนิ้วที่เชยคางอีกฝ่ายสั่นเทาเล็กน้อย เขาเกลี่ยหยดน้ำตาออกจากแก้มเนียนด้วยความทะนุถนอมอย่างที่สุด ราวกับกลัวว่าหากออกแรงมากกว่านี้ตุ๊กตากระจกตรงหน้าจะแตกสลายคามือ
"เพราะผมมันโง่ไงครับ..." คินน์ยอมรับสารภาพด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่าไม่แพ้กัน หน้าผากแนบชิดเข้ากับหน้าผากของเรน หลับตาลงเพื่อซึมซับความอบอุ่นที่โหยหามาเนิ่นนาน "ผมคิดว่าอำนาจและการปกป้องในแบบของผมมันเพียงพอแล้ว ผมไม่รู้ว่าความเงียบและความเย็นชาของผมมันคือมีดที่กรีดแทงคุณเรื่อย ๆ... กว่าจะรู้ตัวว่าขาดคุณไม่ได้ โลกทั้งใบของผมมันก็พังทลายลงไปหมดแล้ว"
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงหัวใจที่เต้นรัวระรัวราวกับกลองศึกในอกของคนทั้งคู่ เรนมองลึกเข้าไปในดวงตาคมที่ฉายแววสำนึกผิดและความรักที่ล้นปรี่จนน่ากลัว ความโกรธเคืองที่มีมลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความเข้าใจที่เพิ่งกระจ่างแจ้งในวินาทีนี้เอง
"คุณมันคนบ้า..." เรนพึมพำออกมาทั้งน้ำตา ริมฝีปากหยักแย้มยิ้มทั้งที่ยังสะื้น "เป็นมาเฟียที่ใจร้ายที่สุดเท่าที่ผมเคยเจอมาเลย"
"แต่ก็เป็นมาเฟียคนเดียวที่รักคุณจนหมดหัวใจเหมือนกันนะ" คินน์สวนกลับทันควัน พร้อมกับรอยยิ้มมุมปากที่ทรงเสน่ห์ที่สุดเท่าที่เรนเคยเห็น
ไม่รอให้อีกฝ่ายได้ตั้งตัว คินน์ประคองท้ายทอยบางเข้ามาหาตัวอย่างนุ่มนวล ก่อนจะประทับริมฝีปากลงบนเรียวปากอิ่มที่สั่นระริก การจูบในครั้งนี้ไม่มีความเร่าร้อนหรือการบังคับขู่เข็ญเหมือนครั้งก่อนๆ มีเพียงความโหยหา ความทะนุถนอม และการยอมจำนนต่อกันและกันอย่างสมบูรณ์แบบ ลิ้นอุ่นร้อนกวาดความหวานซ่านไปทั่วโพรงปาก ดึงสติและวิญญาณของเรนให้ล่องลอยไปกับความหวานที่ลึกล้ำจนแทบละลายคาอ้อมแขน
เรนหลับตาลงปล่อยให้ตัวเองจมดิ่งไปกับสัมผัสที่รอคอยมานานแสนนาน มือเรียวเอื้อมขึ้นโอบรอบลำคอแกร่ง ดึงรั้งให้อีกฝ่ายเข้ามาใกล้ชิดยิ่งขึ้น ลิ้นเล็กตอบรับสัมผัสอย่างเต็มใจ รสชาติของความเข้าใจและหยดน้ำตาผสมผสานกันจนกลายเป็นความหวานที่น้ำตาลเรียกพี่ ความอึดอัดที่ติดค้างอยู่ในใจตลอดสามปีถูกชะล้างออกไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงเสียงลมหายใจหอบกระชั้นและอุณหภูมิร่างกายที่แนบชิดจนแยกไม่ออกว่าใครเป็นใคร
นานเท่าไหร่ไม่รู้ที่ทั้งคู่อยู่ในภวังค์นั้น จนกระทั่งคินน์ผริมฝีปากออกช้าๆ อย่างเสียดาย หน้าผากยังคงแนบชิดกัน ลมหายใจอุ่นร้อนรดรินอยู่ใกล้แค่เอื้อม แววตาของมาเฟียหนุ่มพราวระยับด้วยความสุขที่หาไม่ได้จากธุรกิจหมื่นล้านใดๆ บนโลกนี้
"ทีนี้... จะยอมเป็นตัวร้ายข้างกายผมไปตลอดชีวิตได้หรือยังครับ" คินน์กระซิบเสียงนุ่มชิดริมฝีปาก
เรนหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ดวงตากลมโตเป็นประกายซุกซนขึ้นมาทันทีเมื่อความดราม่าคลี่คลายลง
"ใครบอกว่าผมจะเป็นตัวร้าย... ผมจะเป็นคนคุมเกมต่างหาก คุณต่างหากที่เป็นลูกน้องผม"
"ยอมเป็นลูกน้องก็ได้ครับ ถ้าเจ้านายจะน่ารักขนาดนี้..." คินน์อมยิ้มเตรียมจะโน้มหน้าลงไปจัดการคนปากแข็งอีกรอบ
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะความหวานอย่างไม่รู้กาลเทศะ ตามมาด้วยเสียงแหลมสูงของเลขาหนุ่มที่วิงวอนหน้าตาตื่นพร่าอยู่ด้านนอก
"ท่านประธานครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ! หุ้นบริษัทคู่แข่งหลักร่วงดิ่งเหว และทางนั้นส่งเอกสารด่วนมา..."
คินน์ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด ขณะที่เรนแอบหัวเราะคิกคักในลำคอด้วยความสะใจ แต่ทว่า... เมื่อสายตาของคินน์กวาดไปมองซองเอกสารที่เลขาหนุ่มสอดเข้ามาใต้ประตู สีหน้าของมาเฟียหนุ่มก็เปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดขึ้นมาทันที ดวงตาคมกริบเบิกกว้างเล็กน้อยเมื่อเห็นชื่อผู้ส่งที่มุมซอง
"เรน..." คินน์หันกลับมามองคนรักด้วยสีหน้าที่ทำให้หัวใจของเรนกระตุกวูบไปถึงตาตุ่ม "คนที่ส่งเอกสารนี้มา... ไม่ใช่คู่แข่งทางธุรกิจธรรมดา"
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมใจสั่นและลุ้นระทึกไปกับความเข้มข้นนี้นะครับ! — ราชันย์หอกทมิฬ
ดีลลับฉบับตัวร้าย: อย่าท้าทายคนคลั่งรัก•ตอนที่ 39
วันที่รอคอย
ผลงานโดย ราชันย์หอกทมิฬ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ราชันย์หอกทมิฬ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับตัวร้าย: อย่าท้าทายคนคลั่งรัก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!