เสียงคำรามของรอยแยกมิติเบื้องหน้าดังสนั่นหวั่นไหวราวกับท้องฟ้ากำลังฉีกขาดเป็นชิ้นๆ กลิ่นอายความตายคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นคาวเลือดที่ไหลรินอาบแผ่นหลังของเรย์ ระบบวิเคราะห์บั๊กในหัวของเขาส่งเสียงเตือนแหลมสูงจนแก้วหูแทบแตก หน้าจอสีแดงฉานระรัวข้อความเตือนภัยระดับวิกฤตติดต่อกันไม่หยุดหย่อน ทว่าในยามนี้ เรย์กลับไม่ได้สนใจตัวเลขเปอร์เซ็นต์ความเสียหายเหล่านั้นเลยแม้แต่น้อย
สายตาของเขาจับจ้องเพียงร่างของเซเลน่าที่ทรุดฮวบลงอิงแอบอยู่กับแนวหินผา
ชุดกระโปรงหรูหราที่เคยสง่างาม บัดนี้ฉีกขาดและเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบโลหิตสีชาด เส้นผมสีเงินยวงยุ่งเหยิงปรกลงข้างแก้มเนียนที่ซีดเผือดไร้สีเลือด แว่นตาไร้กรอบของนางหลุดร่วงแตกละเอียดอยู่บนพื้น ทว่าดวงตาคู่สวยที่เคยเย็นชาและซ่อนเร้นความลับมาตลอด กลับกำลังมองตรงมาที่เขาด้วยประกายความรู้สึกที่แทบไม่เคยปรากฏมาก่อน... ความรู้สึกที่ดิบ
ซื่อตรง และเปราะบางยิ่งกว่าสิ่งใด
"คุณ... ยังมีหน้ามายิ้มบ้าอะไรอีกคะ เรย์"
เซเลน่าเอ่ยเสียงสั่นพร่า รอยเลือดซึมผ่านริมฝีปากบางเฉียบของนาง ขณะที่มือเรียวพยายามยกขึ้นกุมแผลฉกรรจ์บริเวณหน้าอก แรงชีวิตของนางกำลังร่วงหล่นลงทุกขณะราวกับทรายในนาฬิกาทรายที่ถูกคว่ำลง
เรย์หัวเราะแห้งๆ ออกมาเบาๆ เขายันกายลุกขึ้นด้วยเข่าข้างหนึ่ง มือข้างหนึ่งกุมดาบสั้นที่บิ่นจนแทบใช้การไม่ได้ ใบหน้าของอดีตโปรแกรมเมอร์หนุ่มเต็มไปด้วยรอยแผลและหยาดเหงื่อปนคราบเขม่าดิน "จะให้ผมทำหน้าบูดบึ้งใส่คุณในวาระสุดท้ายหรือไงครับ... เอ๊ย... นะคะ? ให้ตายสิ ระบบบ้านี่มันฝังคำลงท้ายบ้าๆ ลงในสมองผมจนได้ในเวลาแบบนี้เนี่ยนะ"
แม้จะเป็นมุกตลกฝืดๆ ท่ามกลางบรรยากาศที่ความตายกวักมือเรียกอยู่รำไร แต่มันกลับเรียกมุมปากที่ยกขึ้นเล็กน้อยจากเซเลน่าได้ นางแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะกระอักเลือดออกมาอีกคำโต
"คุณนี่มัน... โง่เขลาจริงๆ ค่ะ" นางพึมพำ น้ำตาหยดหนึ่งไหลรินผ่านแก้มเปื้อนฝุ่น "รู้ทั้งรู้ว่าประตูมิตินั่นคือกับดัก... รู้ว่าพวกเราไม่มีทางเอาชนะบอสระดับเทวะนั่นได้ตั้งแต่แรก... ทำไมคุณถึงยัง..."
"ทำไมเหรอคะ?" เรย์ทวนคำ น้ำเสียงของเขาอ่อนโยนลงอย่างประหลาด ความกลัวตายที่เคยฝังรากลึกในใจมาตลอดตั้งแต่วันแรกที่ทะลุมิติมา บัดนี้กลับเลือนหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความอบอุ่นแปลกประหลาดที่แผ่ซ่านอยู่ในอก "ก็เพราะว่า... ถ้าโลกใบนี้ไม่มีคุณอยู่รอดไปจนเห็นรุ่งอรุณของวันใหม่ ระบบสุ่มรักงี่เง่านั่น หรือแม้แต่การมีชีวิตรอดต่อไป มันก็ไม่มีความหมายอะไรเลยไม่ใช่เหรอคะ เซเลน่า"
คำสารภาพที่พรั่งพรูออกมาอย่างไร้การปรุงแต่ง ทำให้ดวงตาคู่สวยของเซเลน่าเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย หัวใจของหญิงสาวกระตุกวูบอย่างรุนแรงยิ่งกว่าตอนที่เผชิญหน้ากับคมดาบของศัตรู
ตลอดชีวิตที่ผ่านมา เซเลน่าถูกกำหนดให้เป็นผู้กุมความลับ เป็นหมากตัวสำคัญกระดานใหญ่ เป็นผู้หญิงเย็นชาที่ต้องซ่อนเร้นตัวตนและแบกรับชะตากรรมของโลกทั้งใบไว้บนบ่า นางไม่เคยอนุญาตให้ตัวเองอ่อนแอ ไม่เคยอนุญาตให้ใครก้าวล้ำเข้ามาในกำแพงน้ำแข็งที่นางสร้างขึ้น... จนกระทั่งผู้ชายแปลกหน้าคนนี้ก้าวเข้ามา พร้อมกับรอยยิ้มกวนประสาท คำพูดแปลกๆ และความมุ่งมั่นที่จะมีชีวิตรอดอย่างน่าขัน
ทว่า ในยามที่ความตายกำลังพุ่งเข้าประชิดอย่างไร้ความปรานี เรย์กลับเป็นคนเดียวที่เอาตัวเข้ามารับการโจมตีแทนนาจนวินาทีสุดท้าย
"คนบ้า..." เซเลน่าพึมพำเสียงสั่น ร่างกายของนางเย็นเฉียบลงเรื่อยๆ จนแทบไร้ความรู้สึก แต่นางกลับฝืนรวบรวมเรี่ยวแรงเฮือกสุดท้าย เอื้อมมืออันสั่นเทาไปกุมมือหยาบกร้านของเรย์เอาไว้แน่น "คุณรู้ไหมคะ... ที่จริงแล้ว... ฉันไม่ได้บังเอิญสังเกตคุณหรอกนะคะ..."
เรย์ขมวดคิ้วเล็กน้อย ตั้งใจฟังคำสารภาพที่นางเก็บงำมาตลอดชีวิต
"ฉัน... เป็นคนเขียน 'โค้ด' ชุดสุดท้าย... ที่ดึงวิญญาณของคุณเข้ามาในโลกนี้เองค่ะ"
ดวงตาของเรย์เบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจ ความจริงข้อนี้ประเดประดอนเข้ามาในหัวราวกับสายฟ้าฟาด ทุกอย่างกระจ่างชัดในพริบตา ระบบวิเคราะห์บั๊กที่เขาคิดว่าเป็นความผิดพลาดของโชคชะตา แท้จริงแล้วคือของขวัญ... หรืออาจเป็นคำขอร้องครั้งสุดท้ายจากหญิงสาวตรงหน้า
"ฉันเหนื่อยเหลือเกินค่ะ เรย์..." เซเลน่ายิ้มทั้งน้ำตา หยาดหยดสุดท้ายไหลรินผ่านหางตา "โลกใบนี้มันพังทลายมานานแล้ว... และฉันก็ไม่มีแรงพอจะซ่อมมันอีกต่อไปแล้ว... แต่พอได้มาเจอคุณ ได้เห็นคุณดิ้นรน ได้เห็นคุณยิ้ม... ฉันถึงเพิ่งรู้ว่า... ฉันอยากมีชีวิตอยู่ต่อ... อยากใช้ชีวิตในฐานะผู้หญิงธรรมดา... เคียงข้างคุณ"
เสียงลมหายใจของเซเลน่าแผ่วเบาลงทุกที แรงบีบที่มือของนางค่อยๆ คลายออก ความอบอุ่นที่เคยมีเริ่มถูกแทนที่ด้วยความเย็นเยียบของความตาย รอยแยกมิติเบื้องหลังส่งเสียงกรีดร้องครั้งสุดท้ายก่อนจะระเบิดออกเป็นแสงสว่างวาบกลืนกินทุกสิ่งทุกอย่าง
เรย์ขยับตัวเข้าไปโอบประคองร่างที่ไร้เรี่ยวแรงของนางไว้แนบอก มือของเขาสั่นเทาอย่างควบคุมไม่อยู่ น้ำตาของผู้ชายที่ผ่านโลกมาโชกโชนร่วงหล่นลงกระทบกลุ่มผมสีเงินยวงของนาง เขาก้มลงกระซิบข้างใบหูของนางด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือแต่หนักแน่นที่สุดในชีวิต
"ถ้าโลกใบนี้มันพัง... งั้นเรามาเขียนโค้ดซ่อมมันด้วยกันอีกสักตั้งดีไหมคะ เซเลน่า?"
เขายกมือขึ้นสัมผัสใบหน้าของนางอย่างทะนุถนอมที่สุด ดวงตาของเขาฉายประกายเด็ดเดี่ยวขั้นสุดยอด ขณะที่ระบบวิเคราะห์บั๊กในหัวเริ่มส่งเสียงคำรามแปลกประหลาดที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน หน้าจอสีแดงฉานแปรเปลี่ยนเป็นสีทองเจิดจ้า พร้อมกับข้อความแจ้งเตือนระดับสูงสุดที่พุ่งทะยานขึ้นเหนือขีดจำกัด
[ ตรวจพบเจตจำนงแห่งวิญญาณผสานเป็นหนึ่งเดียว... ]
[ ปลดล็อกฟังก์ชันลับขั้นสูงสุด: 'รีบูตจักรวาล' (System Re-boot Sequence) ]
[ เงื่อนไขการสละชีพสมบูรณ์... กำลังทำการย้อนเวลากลับสู่จุดเริ่มต้นในอีก 3... 2... ]
ทว่า ก่อนที่ตัวเลขศูนย์จะสิ้นสุดลง และก่อนที่สติของเรย์จะดับวูบไปตามแรงระเบิดของมิติ... เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นราวกับกาลเวลาหยุดนิ่ง ก็ดังขึ้นจากความมืดมิดเบื้องหลังซากปรักหักพัง
เสียงกระซิบที่เย็นเยียบและคุ้นเคยอย่างประหลาดดังขึ้นข้างหูของเรย์ พร้อมกับสัมผัสของมือปริศนาที่แตะลงบนบ่าของเขา
*"เจ้าเดินมาไกลเกินกว่าจะย้อนกลับไปจุดเริ่มต้นแล้วนะ... ผู้สร้างตัวปลอม"*
เรย์ลืมตาโพลงด้วยความตื่นตระหนก ท่ามกลางความมืดมิดที่กำลังกลืนกินทุกสิ่ง เงาร่างสูงใหญ่ของตัวตนปริศนาที่ไม่อาจระบุได้กำลังก้าวออกมาจากรอยแยกมิติที่ปิดตาย พร้อมกับรอยยิ้มที่ทำให้หัวใจของเขาหยุดเต้นไปชั่วขณะ!
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางเคียงบ่าเคียงไหล่กับ "ดาริกาส่องแสง" เสมอมานะคะ!
ระบบสุ่มรักฉบับตัวประกอบที่ไม่ขอเป็นเบี้ยล่าง•ตอนที่ 35
คำสารภาพท่ามกลางความตาย
ผลงานโดย ดาริกาส่องแสง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาริกาส่องแสง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบสุ่มรักฉบับตัวประกอบที่ไม่ขอเป็นเบี้ยล่าง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!