"นายจะแบกรับโลกทั้งใบไว้คนเดียวเพื่ออะไรกัน คริต!"
น้ำเสียงที่หวedเครือแต่เต็มไปด้วยความดุดันของลีนา ดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องโถงใต้ดินแห่งหอคอยลืมเลือน แสงสีฟ้าอมม่วงจากผลึกมานานะร่วงหล่นกระทบพื้นศิลาแตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ บรรยากาศรอบตัวบีบคั้นจนแทบ
หายใจไม่ออก กลิ่นอายของความตายและเศษซากข้อมูลดิจิทัลที่พังทลายลอยคละคลุ้งอยู่ในอากาศ ทว่าสิ่งที่น่ากลัวกว่าความเสียหายรอบกาย กลับเป็นสภาพจิตใจของชายหนุ่มตรงหน้า
คริตทรุดตัวลงคุกเข่าข้างหนึ่ง มือทั้งสองข้างกุมศีรษะแน่น ดวงตาที่เคยคมกริบและเต็มไปด้วยความสุขุมบัดนี้เบิกโพงอย่างไร้โฟกัส ภาพเหตุการณ์ในอดีตเมื่อสามปีก่อน—วันที่โปรเจกต์ AI 'ออร์เฟียส' เกิดความผิดพลาดจนทำลายระบบโครงสร้างพื้นฐานในโลกจริง—กำลังไหลทะลักเข้ามาในห้วงความคิดราวกับเขื่อนแตก เสียงกรีดร้องของระบบ เสียงแจ้งเตือนความล้มเหลวสีแดงฉาน และความรู้สึกผิดที่กัดกินหัวใจ คอยตอกย้ำว่าเขาคือ "ฆาตกร"
ม่านหมอกสีดำแห่งภาพหลอนแผ่ขยายปกคลุมทัศนวิสัยรอบตัว คริตเห็นมือของตัวเองเปื้อนไปด้วย "เลือดดิจิทัล" ที่ไม่มีวันล้างออก ร่างกายของเขาสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ ระบบภายในสมองกลจำลองกำลังส่งสัญญาณเตือนภัยระดับวิกฤต *[Warning: Mental Stability Index drops below 15%!]*
"ปล่อยฉัน..." คริตพึมพำด้วยเสียงแหบพร่า ริมฝีปากสั่นระริก "ฉันมัน... แค่โปรแกรมเมอร์ที่สร้างความหายนะ... ฉันไม่ควรมีชีวิตอยู่ด้วยซ้ำในโลกที่ฉันทำลาย..."
"ตื่นได้แล้วไอ้บ้าเอ๊ย!"
เพี๊ยะ!
เสียงฝ่ามือกระทบเข้ากับใบหน้าดังสนั่น ท่ามกลางความเงียบงันของห้องโถง ลีนาหอบหายใจรุนแรง ดวงตากลมโตคู่สวยที่มักจะฉายแววหยิ่งทะนง บัดนี้กลับเอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำตา ความโกรธเกรี้ยวและความเป็นห่วงปะปนกันจนแยกไม่ออก มือเรียวของเธอที่เพิ่งใช้ตบเรียกสติสั่นระริกไม่แพ้กัน
คริตหันกลับมามองตามแรงปะทะ แววตาเลื่อนลอยค่อยๆ กลับมาโฟกัสที่ใบหน้าอันเปื้อนฝุ่นและคราบเขม่าของหญิงสาวตรงหน้า ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงหอบหายใจและเสียงคำรามแผ่วเบาของระบบที่ยังคงทำงานอยู่
"เธอ..." คริตเอ่ยเสียงเบา
"ใช่ ฉันเอง!" ลีนาตะคอกใส่ทั้งน้ำตา น้ำเสียงของเธอลดความแข็งกร้าวลงเหลือเพียงความอัดอั้นตันใจที่เก็บซ่อนไว้มานาน "นายคิดว่ามีแต่นายเหรอที่แบกรับภาระบ้าๆ นี่? นายคิดว่ามีแต่นายเหรอที่ทำผิดพลาดในอดีต? โลกิ โค้ดที่นายเขียนขึ้นมาเพื่อช่วยเหลือกิลด์ของเรา แผนการทุกอย่างที่นายวิเคราะห์จนสมองแทบไหม้... ถ้านายตายอยู่ตรงนี้ หรือมัวแต่จมปลักอยู่กับภาพหลอนงี่เง่า พวกฉันล่ะ? ฉันล่ะจะต้องทำยังไง?!"
คำพูดของลีนาเหมือนก้อนหินหนักที่ทุ่มลงกลางใจของคริต ชายหนุ่มนิ่งอึ้ง ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยยามที่ได้เห็นความเปราะบางที่หญิงสาวไม่เคยแสดงให้ใครเห็นมาก่อน
"ฉัน..." คริตพยายามจะเอ่ยแก้ตัว แต่ลีนาไม่เปิดโอกาสให้เขาได้พูด
"นายมองมาที่ฉันสิ คริต" ลีนาทรุดตัวลงคุกเข่าตรงหน้า มือทั้งสองข้างเอื้อมไปคว้าปกเสื้อกาวน์สีขาวที่ขาดวิ่นของเขาไว้แน่น แรงบีบนั้นสะท้อนถึงความเจ็บปวดที่เธอแบกรับร่วมกับเขามาตลอดทาง "นายคอยบอกฉันเสมอว่า ทุกบั๊กมีทางแก้ ทุกปมรหัสมีจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุด แล้วทำไมพอมันเป็นปmในใจของตัวเอง นายถึงยอมแพ้ง่ายๆ แบบนี้ล่ะ? นายไม่ได้สู้คนเดียว... เข้าใจไหม? นายมีฉัน... มีพวกเราที่พร้อมจะลุยไปกับนาย"
ความอบอุ่นจากฝ่ามือของลีนาที่แนบอยู่บนอกเสื้อ แผ่ซ่านทะลุผ่านเนื้อผ้าเข้ามาถึงหัวใจที่เย็นเฉียบของคริต
ภาพหลอนสีดำมืดที่เคยบดบังวิสัยทัศน์ค่อยๆ 1เลือนหายไปทีละน้อย เสียงแจ้งเตือนสีแดงในระบบเปลี่ยนเป็นสีฟ้าอ่อนอันสงบเงียบ *[Mental Stability Index recovered to 78%. System stabilized.]*
คริตสูดหายใจเข้าลึกเป็นครั้งแรกในรอบหลายนาที ความรู้สึกผิดที่เคยเกาะกินจิตใจไม่ได้หายไปไหนเสียทีเดียว แต่มันถูกแทนที่ด้วยความเข้าใจ และความจริงที่ว่า เขายังมีลมหายใจ มีปัจจุบันที่ต้องปกป้อง และมีคนตรงหน้าที่ยอมเจ็บปวดไปพร้อมกับเขา
ชายหนุ่มหลับตาลงชั่วครู่เพื่อรวบรวมสติ ก่อนจะลืมตาขึ้นอีกครั้ง แววตาคู่นั้นกลับมามีความมุ่งมั่นและเฉียบคมดังเดิม ไม่มีร่องรอยของความหวาดกลัวหลงเหลืออยู่ มีเพียงความลึกซึ้งที่สะท้อนความรู้สึกบางอย่างที่ไม่อาจเอ่ยเป็นคำพูด
"ขอบใจนะ... ลีนา" คริตเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลและจริงใจกว่าทุกครั้ง รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปากของเขา
ลีนาสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อสบเข้ากับสายตานั้น ใบหน้าของหญิงสาวขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างรวดเร็ว ไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะความโกรธที่ยังค้างคา หรือความเขินอายที่พุ่งพล่านขึ้นมาฉับพลัน เธอยืดตัวถอยหลังเล็กน้อย สะบัดหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อซ่อนรอยยิ้มที่เผลอหลุดออกมา
"ใครเขาอยากให้ขอบใจกันเล่า!" ลีนาพึมพำเสียงอุบอิบ แก้มป่องด้วยความเขิน "รีบๆ ลุกขึ้นมาได้แล้ว เวลา 72 ชั่วโมงของเราไม่ได้มีไว้ให้มานั่งดราม่านะ นายโปรแกรมเมอร์หัวทึบ"
คริตหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งภาระทางใจเป็นครั้งแรกตั้งแต่ข้ามมิติมายังโลกดิจิทัลนี้ เขายันตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง พร้อมกับยื่นมือออกไปเบื้องหน้าเพื่อช่วยพยุงหญิงสาวให้ลุกขึ้นตาม
ลีนาชำเลืองมองมือของเขาก่อนจะยอมยื่นมือเรียวมาจับไว้ แรงกระชับที่ส่งผ่านฝ่ามือต่อกันและกัน คือเครื่องยืนยันว่า มิตรภาพและความเข้าใจของทั้งคู่ได้ก้าวข้ามผ่านรอยร้าวไปอีกขั้นหนึ่งแล้ว
ทว่า ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังผ่อนคลายและเต็มไปด้วยความอบอุ่นนั้นเอง...
ครืนนนนน!
พื้นศิลาใต้ฝ่าเท้าสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงราวกับเกิดแผ่นดินไหว ผลึกมานาสีฟ้าทั่วทั้งห้องโถงเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานในพริบตา เสียงระบบแจ้งเตือนฉุกเฉินดังลั่นจนแสบแก้วหู ไม่ใช่เสียงเตือนทั่วไป แต่เป็นเสียงแจ้งเตือนระดับสูงสุดที่คริตไม่เคยได้ยินมาก่อน
*[CRITICAL ALERT: Unknown entity detected in the core database.]*
*[Warning: The seal of 'Zero-Protocol' has been breached by an unauthorized user.]*
*[System Override in progress... Target: Your current location.]*
คริตและลีนาหันขวับไปมองยังใจกลางห้องโถงพร้อมกัน ท่ามกลางกลุ่มควันสีดำที่พวยพุ่งขึ้นมาจากรอยแตกของพื้นดิน ร่างเงาสูงใหญ่ในชุดเกราะโบราณที่ควรจะถูกทำลายไปแล้ว กำลังค่อยๆ ก้าวเท้าออกมา พร้อมกับดวงตาสสีทองคู่โตร,ที่จ้องมองตรงมายังพวกเขาราวกับจะกลืนกินวิญญาณ!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับตัวละครมา ณ ที่นี้นะครับ
เซียนยุทธภพดิจิทัลกับภารกิจกู้โลกใน 72 ชั่วโมง•ตอนที่ 14
รอยร้าวในใจ
ผลงานโดย ลอร์ดออฟดาร์กเนส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลอร์ดออฟดาร์กเนส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนยุทธภพดิจิทัลกับภารกิจกู้โลกใน 72 ชั่วโมง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!