ขอร้องล่ะอย่ามาทำตัวน่ารักในที่ประชุม•ตอนที่ 1

ทำไมต้องเป็นพี่วะ!

ผลงานโดย แบกเป้ท่องโลก
"ใครก็ได้ บอกผมทีว่านี่คือฝันร้าย แล้วช่วยตบหน้าผมให้ตื่นเดี๋ยวนี้!" ผมกดปิดแท็บหน้าจอโน้ตบุ๊กดังปังจนคนทั้งออฟฟิศหันมามอง แต่ผมไม่สนใจหรอกครับ ในหัวตอนนี้มีแต่เสียงก้องว่า *'ทำไมต้องเป็นพี่วะ!'* สองรอบซ้อน ผมหมุนเก้าอี้กลับมาเผชิญหน้ากับต้นเหตุของเรื่องที่นั่งไขว่ห้างอ่านเอกสารอยู่ตรงข้ามด้วยสีหน้าเรียบเฉยจนน่าหมั่นไส้ "มีปัญหาอะไรหรือเปล่าครับ น้องมีนา? จ้องขนาดนี้ถ้าเปลี่ยนเป็นสายตาอยากได้พี่แทนงาน... พี่ว่าโปรเจกต์คงเสร็จไวขึ้นเยอะเลยนะ" ไอ้คนตรงหน้า—'พี่รัน' อาร์ตไดเรกเตอร์สุดกวนที่ผมเหม็นขี้หน้ามาตั้งแต่วันแรกที่ย้ายเข้ามาทำงาน เอ่ยประโยคชวนประสาทเสียพร้อมรอยยิ้มมุมปากที่ดูยังไงก็รู้ว่าจงใจกวนตีนกันชัดๆ "งานก็คืองานครับพี่รัน" ผมกัดฟันตอบ พยายามคุมน้ำเสียงให้เป็นปกติที่สุด "แต่ผมแค่สงสัยว่าทำไมต้องจับคู่กับพี่ ในเมื่อคนในทีมเรามีตั้งเยอะแยะ ทำไมต้องเป็นเราสองคนที่... ต้องมาจมกองงานด้วยกัน" รันวางเอกสารลงช้าๆ เขาเอนหลังพิงเก้าอี้ ดวงตาคมกริบคู่นั้นจับจ้องมาที่ผมราวกับกำลังอ่านใจ ผมรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นหนูที่กำลังโดนแมวต้อนจนมุมในพื้นที่จำกัด ทั้งที่นี่คือออฟฟิศใจกลางเมืองที่มีคนพลุกพล่าน แต่บรรยากาศรอบตัวเราสองคนกลับเหมือนถูกตัดขาดออกจากโลกภายนอก "เพราะพี่เป็นคนเลือกเองครับ" เขาตอบสั้นๆ แต่หนักแน่น "พี่เห็นว่ามีแค่คนอย่างเราเนี่ยแหละ ที่พอจะต้านทานความ 'เยอะ' ของพี่ได้ หรือถ้าจะพูดให้ถูกคือ... พี่อยากพิสูจน์น่ะ ว่าถ้ามีนาต้องมาทำงานกับคนที่ตัวเองบอกว่า 'ประสาทแดก' ที่สุดในบริษัท งานมันจะออกมาเป็นยังไง" ผมกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ไอ้นี่มันร้ายกาจกว่าที่ผมคิดเสียอีก มันอ่านผมขาดตั้งแต่วันแรกที่ผมเผลอไปบ่นเรื่องมันในห้องน้ำแล้วดันลืมดูว่ามันยืนส่องกระจกอยู่ข้างหลังนั่นแหละ! [Line: กิ๊ฟ (กลุ่ม: รวมพลคนดี)] กิ๊ฟ: สู้เขามีนา! นี่โอกาสทองเลยนะเว้ย พี่รันเขาก็ดูมีใจให้แกออกสื่อจะตาย ใครๆ ก็รู้ว่าเขารอเวลามานานแล้ว! มีนา: ใจบ้าอะไรล่ะกิ๊ฟ! นี่มันคือการจองเวรชัดๆ แกดูหน้ามันดิ! หน้ากวนประสาทแบบนี้ให้ไปควงแขนลงนรกฉันยังไม่ไปเลย กิ๊ฟ: โอ๊ยยย ปากแข็งนะเราอะ เดี๋ยวเถอะ ถ้าพลาดขึ้นมาอย่ามาร้องไห้กับฉันนะยะ มีนา: พลาดอะไร! ไม่มีทาง! ผมปิดแชตลงด้วยความหงุดหงิด ก่อนจะเงยหน้าขึ้นไปมองรันที่ตอนนี้เปลี่ยนท่านั่งมาเป็นเท้าคางจ้องมองผมไม่วางตา สายตาที่มองมามันไม่ได้มีความกวนประสาทเหมือนคำพูด แต่มันมีความนิ่งลึกบางอย่างที่ทำให้ใจผมกระตุกวูบ "จ้องขนาดนี้ หลงรักพี่เข้าแล้วหรือไงครับ?" เขาเอ่ยถามพลางขยับตัวเข้ามาใกล้ขึ้น กลิ่นน้ำหอมจางๆ ประจำตัวของเขาลอยมาเตะจมูก มันเป็นกลิ่นไม้หอมที่ให้ความรู้สึกเย็นสบายแต่ในขณะเดียวกันก็ชวนให้ใจสั่นอย่างบอกไม่ถูก "มโนเก่งนะครับพี่" ผมเบือนหน้าหนี พยายามรวบรวมสติที่หลุดลอยไปกลับมา "เอาเวลาไปตรวจงานเถอะครับ ก่อนที่จะต้องมาแก้จนวินาทีสุดท้าย" "หึ... ปากแข็งได้อีกนะครับ" รันแค่นหัวเราะในลำคอ ก่อนจะหยิบปากกาเคมีขึ้นมาหมุนเล่นในมือ "แต่รู้ไหมมีนา ความลับของการทำงานให้สำเร็จน่ะ ไม่ใช่งานที่เพอร์เฟกต์หรอกนะ แต่มันคือการ 'เข้าใจ' ใจของคนทำงานคู่กันต่างหาก... ซึ่งพี่น่ะ เข้าใจเราหมดเปลือกแล้ว" คำพูดกึ่งหยอดกึ่งคุกคามนั่นทำให้ผมต้องเม้มปากแน่น หัวใจเจ้ากรรมดันเต้นจังหวะแปลกๆ จนผมเริ่มกลัวว่าเขาจะได้ยินมันเข้าจริงๆ บรรยากาศในที่ประชุมเงียบเชียบจนผมได้ยินแม้กระทั่งเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ มันเป็นความอึดอัดที่หวานจนน่าขนลุก ทว่าในจังหวะที่ผมกำลังจะโต้กลับ รันก็ยื่นมือมาคว้าข้อมือผมไว้เบาๆ ไม่ให้ผมลุกหนี ทั้งที่งานประชุมกลุ่มยังไม่ได้เริ่มเลยด้วยซ้ำ เขาก้มลงมาใกล้จนผมรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ที่ข้างหู "เย็นนี้ห้ามกลับก่อนนะ" เขาพึมพำด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง—มันไม่ใช่เสียงของพี่รันคนกวนประสาท แต่มันเป็นเสียงต่ำทุ้มที่แฝงไปด้วยความจริงจังที่ผมไม่เคยได้ยินมาก่อน "เพราะพี่มี 'เซอร์ไพรส์' จะบอก... เรื่องที่เราสองคนไม่ได้แค่มาร่วมงานกัน แต่มีเรื่องสำคัญกว่านั้นที่ผมรอที่จะพูดกับคุณมานานมากแล้ว" ผมชะงักกึก มองดูมือตัวเองที่ถูกเขาจับไว้แน่น... นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่? ในขณะที่ผมกำลังจะอ้าปากถาม ข้อความในไลน์ก็เด้งขึ้นมารัวๆ จากกิ๊ฟที่ส่งมาแบบไม่หยุดหย่อน และทันใดนั้น จอโปรเจกต์เตอร์หน้าห้องที่เขาเป็นคนคุม ก็สว่างวาบขึ้นด้วยภาพที่ไม่ควรจะปรากฏ—มันไม่ใช่สไลด์งาน แต่มันคือรูปถ่ายแอบถ่ายของผมที่ถูกตั้งเป็นวอลเปเปอร์หน้าจอคอมพิวเตอร์ของเขา... ทั้งหมดสิบกว่ารูปที่ถูกจัดเรียงเป็นอัลบั้มความทรงจำที่ผมไม่เคยรู้เลยว่าเขาแอบถ่ายไว้ตอนไหน! รันยิ้มกว้างกวนประสาทเหมือนเดิม แต่นัยน์ตาคู่นั้นกลับสั่นไหวและมีประกายของบางสิ่งที่ผมไม่อาจปฏิเสธได้ "อ๊ะ... ลืมไปเลย ว่าหน้าจอคอมพี่มันเชื่อมกับโปรเจกต์เตอร์ห้องประชุมนี่นา... พลาดเลยแฮะ... แต่ก็ดีครับ จะได้รู้กันไปเลยว่าทำไมผมถึงต้องเลือกคุณมาคู่กับผม" รอยยิ้มของเขาในวินาทีนั้น มันทั้งน่าหมั่นไส้และน่ากลัวที่สุดในชีวิตของผมเลยครับ! ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของผมในครั้งนี้ แล้วเจอกันตอนหน้าครับ!
สารจากนักเขียน (แบกเป้ท่องโลก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอร้องล่ะอย่ามาทำตัวน่ารักในที่ประชุม นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%