"หากสวรรค์พิพากษาว่านางต้องดับสูญ ข้า... จักขอเป็นผู้พลิกกระดานสวรรค์นี้ด้วยมือของข้าเองค่ะ"
เสียงทุ้มต่ำดั่งหยกกระทบกันก้องกังวานท่ามกลางความเวิ้งว้างของมิติเบื้องบน หลี่มู่เฉินยืนตระหง่านอยู่บนแท่นบูชาดาราผันแปร ร่างกายของเขาอาบย้อมไปด้วยโลหิตสีชาดที่หลั่งรินจากบาดแผลนับพัน แต่ออร่าแห่งความมืดมิดและกลิ่นอายบรรพกาลกลับพวยพุ่งทะยานเสียดฟ้า ราวกับอดีตจอมมารผู้เคยสั่นคลอนสามภพได้ตื่นจากการหลับใหลอันยาวนานแล้ว
เบื้องหน้าของเขาคือร่างไร้ลมหายใจของเซียนจื่อเวย ศิษย์พี่หญิงผู้เย็นชาดั่งหิมะในฤดูเหมันต์ ร่างกายที่เคยสง่างามบัดนี้เย็นเฉียบ ดอกบัวเหมันต์ในตันtianของนางแตกสลายเป็นจุล ดวงจิตของนางกำลังแตกดับและถูกกระแสลมปราณสวรรค์พัดพาให้เลือนหายไปชั่วนิรันดร์ นี่คือบทลงโทษจาก "กฎเกณฑ์สวรรค์" ที่ไม่อนุญาตให้ผู้ใดฝืนชะตากรรมความตาย
"มู่เฉิน... อย่าฝืนเลย..." เสียงแผ่วเบาราวกับภาพลวงตาจากดวงจิตที่หลงเหลือของเซียนจื่อเวยกระซิบก้องอยู่ในห้วงความคิดของเขา "ทัณฑ์สวรรค์เก้าชั้นฟ้า... เจ้าจะแหลกสลายไปพร้อมกับข้า..."
"ต่อให้วิญญาณของข้าต้องแตกดับเป็นธุลีดิน ต่อให้วัฏสงสารไม่หลงเหลือชื่อของหลี่มู่เฉินอีกต่อไป ข้าก็ไม่มีวันยอมปล่อยให้เจ้าเดินไปสู่ความมืดมิดเพียงลำพังเด็ดขาดค่ะ"
หลี่มู่เฉินแค่นยิ้มเยือกเย็น แววตาคมกริบดั่งคมกระบี่สะท้อนประกายแสงสีทองของอัสนีบาตที่กำลังคำรามก้องอยู่เหนือม่านเมฆหนาทึบ เมฆทัณฑ์สวรรค์แปรเปลี่ยนเป็นสีเลือด แรงกดดันมหาศาลกดทับจนมิติรอบกายบิดเบี้ยวและแตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ ฝูงเทพยดาและเงาร่างของบรรพจารย์ผู้ดูแลกฎเกณฑ์ต่างปรากฏขึ้นบนนภากาศ มองลงมาด้วยสายตาสมเพชและเหยียดหยาม
"มนุษย์สามัญบังอาจท้าทายอาญาสวรรค์ ช่างไม่เจียมตัว!" เสียงประกาศิตดังจากเบื้องบน สะเทือนขวัญผู้บำเพ็ญเพียรทั่วทั้งยุทธภพ
สิ้นเสียงนั้น อัสนีทัณฑ์สีทองแดงขนาดเท่าภูเขาหลวงก็ฟาดผ่าลงมาตรงจุดที่หลี่มู่เฉินยืนอยู่ทันที ความรุนแรงของมันสามารถเผา10,000อาณาจักรให้กลายเป็นจุลได้ในพริบตาเดียว!
หลี่มู่เฉินไม่หลบเลี่ยง เขากางฝ่ามือออก วาดอักขระโบราณนับหมื่นตัวกลางอากาศ พลังปราณมารสีนิลผสมผสานกับเคล็ดวิชาบรรพกาลระเบิดออกเป็นม่านพลังรูปดอกบัวโลหิตเข้าปะทะกับสายฟ้าสวรรค์อย่างจัง!
*เปรี้ยงงงงง—!*
แรงสะท้อนกลับทำให้กระดูกทั่วร่างของหลี่มู่เฉินส่งเสียงลั่น โลหิตสีสดกระเซ็นออกจากปากของเขา แต่มือของเขากลับไม่สั่นเทาเลยแม้แต่น้อย เขากัดฟันแน่น ถ่ายเทพลังชีวิตเฮือกสุดท้ายเข้าสู่ร่างของเซียนจื่อเวย เพื่อหล่อเลี้ยงดวงจิตที่กำลังจะดับสูญด้วย "เคล็ดวิชาผสานวิญญาณย้อนวัฏสงสาร"
"ถ้าสวรรค์บอกว่านางต้องตาย ข้าก็จะฆ่าสวรรค์เสีย! ถ้ากฎเกณฑ์บอกว่านี่คือชะตากรรม ข้าก็จะฉีกกระชากมันให้สิ้นซาก!"
ดวงตาของหลี่มู่เฉินเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน ร่างกายของเขาลอยเคว้งขึ้นสู่ห้วงนภากาศเผชิญหน้ากับทัณฑ์สวรรค์ระลอกที่สองที่กำลังรวมตัวกันอย่างบ้าคลั่ง กระบี่โบราณในมือสั่นระริก ส่งเสียงคำรามดั่งพญามังกรที่ถูกจองจำมานานนับหมื่นปี มันรอคอยเวลานี้... เวลาที่ผู้เป็นนายจะปลดปล่อยพลังทั้งหมดเพื่อทลายข้อจำกัดของฟ้าดิน
เซียนจื่อเวยที่นอนไร้สติอยู่เบื้องล่าง พลันเปล่งแสงสีขาวบริสุทธิ์ออกมาอย่างเลือนราง ดวงตาที่ปิดสนิทขยับไหวเล็กน้อย น้ำตาหยดหนึ่งไหลรินออกจากหางตาของนาง ผสมผสานกับหยาดโลหิตของหลี่มู่เฉินที่หยดลงมาบรรจบกันพอดี
ทันใดนั้น ท้องฟ้าที่กว้างใหญ่ก็ฉีกขาดออกเป็นทางยาว เผยให้เห็น "ดวงตาแห่งสวรรค์" ขนาดยักษ์ที่จ้องมองลงมาด้วยความโกรธเกรี้ยวขั้นสุด อัสนีบาตทมิฬนับแสนสายพรั่งพรูลงมาดั่งสายฝน เตรียมบดขยี้ดวงวิญญาณดื้อรั้นทั้งสองให้หายไปจากหน้าประวัติศาสตร์
หลี่มู่เฉินสูดลมหายใจเข้าลึก รวบรวมปราณทั้งหมดในร่างเข้าสู่คมกระบี่ รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏบนริมฝีปากที่เปื้อนเลือด เขายกกระบี่ชี้ขึ้นฟ้า ท้าทายอำนาจสูงสุดแห่งจักรวาลอย่างไร้ความหวาดกลัว และในวินาทีที่กระบี่เล่มนั้นถูกเหวี่ยงออกไปเพื่อตัดผ่านม่านสวรรค์... มิติเบื้องหลังเขาก็พลันปริแตกออก พร้อมกับการปรากฏตัวของเงาร่างลึกลับในชุดคลุมสีทองอร่ามผู้หนึ่ง ที่ก้าวออกมาจากรอยแยกพร้อมรอยยิ้มอันน่าสะพรึงกลัวและเอ่ยคำพูดที่เปลี่ยนทุกสิ่งไปตลอดกาล—
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางเคียงบ่าเคียงไหล่กันมาจนถึงบทนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ หลิวเยี่ยนซี
ท่านเซียนผู้หลงลืม: โปรดอย่าโปรยรักใส่ข้า•ตอนที่ 39
ทลายม่านสวรรค์
ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านเซียนผู้หลงลืม: โปรดอย่าโปรยรักใส่ข้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!