ท่านเซียนผู้หลงลืม: โปรดอย่าโปรยรักใส่ข้า•ตอนที่ 28

ความเสียสละของนางเอก

ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
เสียงคำรามกึกก้องจากนภากาศเบื้องบนคล้ายเสียงอสนีบาตฟาดฟันลงกลางดวงใจของสรรพชีวิต เมฆทมิฬม้วนตัวเป็นเกลียวคลื่นโลหิต อักขระสวรรค์เก้าสวรรค์แปดทิศแผ่ขยายอาณาเขตครอบคลุมยอดเขาเทียนจื่อจนมืดมิดดั่งยามวิกาล ทัณฑ์อัสนีมังกรเพลิงเก้าสลายกำลังก่อตัวขึ้นเหนือศีรษะของบุรุษผู้หนึ่ง ซึ่งบัดนี้คุกเข่าอยู่บนลานศิลาจารึกด้วยร่างอันโชกโชนด้วยโลหิต “มู่เฉิน... ท่านหยุดดื้อรั้นเสียที!” น้ำเสียงที่เคยเยือกเย็นดั่งหิมะในฤดูเหมันต์บัดนี้สั่นเครือเล็กน้อย เซียนจื่อเวยก้าวเท้าฝ่าม่านพลังปราณที่บีบอัดจนกระดูกลั่นเปรี๊ยะ นางอยู่ในชุดอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ที่บัดนี้เปรอะเปื้อนด้วยรอยเลือดและฝุ่นผงจากแรงกดดันของสวรรค์ แต่แววตาของนางกลับเด็ดเดี่ยวและมั่นคงยิ่งกว่ายอดเขาไท่ซาน หลี่มู่เฉินเงยใบซีดเซียวขึ้นช้าๆ นัยน์ตาคมกริบที่เคยลึกล้ำดั่งเหวลึก บัดนี้ฉายแววเจ็บปวดระคนตื่นตระหนก เขาพยายามฝืนยกกระบี่บรรพกาลในมือขึ้นค้ำยันพื้นดินเพื่อไม่ให้ล้มลง แต่กระดูกทั่วร่างกลับส่งเสียงกรอบแกรบราวกับจะแตกเป็นเสี่ยงๆ “จื่อเวย... เจ้าถอยไป” เสียงของเขาแหบพร่าและเต็มไปด้วยเลือดที่สำรอกออกมา “นี่คือทัณฑ์สวรรค์ที่ข้าในอดีตชาติก่อไว้... มันเป็นหนี้กรรมที่ข้าต้องชดใช้ด้วยวิญญาณตนเอง ไม่เกี่ยวกับเจ้า ไสหัวไปเสีย!” “หนี้กรรมของท่าน ก็คือหนี้กรรมของข้าเช่นกัน!” จื่อเวยตวาดกลับเสียงกร้าว นางไม่สนใจคำเตือนหรือแรงต้านทานจากจิตวิญญาณที่เชื่อมโยงกันอยู่ ร่างบางพุ่งทะยานเข้าไปยืนขวางเบื้องหน้าหลี่มู่เฉินอย่างไม่เกรงกลัวต่อเงื้อมมือมรณะเบื้องบน ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของเหล่าผู้อาวุโสสำนักกระบี่เซียนที่ยืนมองอยู่ไกลๆ ไม่มีใครคาดคิดว่าศิษย์พี่หญิงผู้สูงส่งและเย็นชาที่สุดในรอบพันปี จะยอมเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อปกป้องบุรุษผู้ถูกตราหน้าว่าเป็นอดีตจอมมารผู้นี้ *เปรี้ยง!* สายฟ้าสีทองคำผสมโลหิตสายแรกฟาดผ่าลงมาตรงกลางศีรษะของจื่อเวยอย่างแม่นยำ แรงปะทะรุนแรงจนพื้นศิลาใต้ฝ่าเท้าแหลกละเอียดเป็นผุยผง ร่างบางกระอักโลหิตคำโตออกมาทันที สีหน้าของนางซีดเผือดลงในพริบตา แต่ทว่า นางกลับกางเขตอาคมรูปดอกบัวเหมันต์ออกCสุดกำลัง เพื่อรับแรงกระแทกจากทัณฑ์สวรรค์ระลอกที่สองที่กำลังตามติดมาติดๆ “เหตุใด... เหตุใดเจ้าจึงโง่เขลาถึงเพียงนี้?” หลี่มู่เฉินกัดฟันกรอด หยาดน้ำตาแห่งความเจ็บปวดหลั่งรินปะปนกับคราบเลือดบนใบหน้า หัวใจของอดีตจอมมารผู้ไม่เคยเกรงกลัวฟ้าดิน บัดนี้กลับบีบรัดเข้าหากันจนแทบแหลกสลาย “เพราะข้า... ไม่ยอมให้ผู้ใดพรากท่านไปจากสายตาอีกแล้ว” จื่อเวยแย้มยิ้มทั้งที่โลหิตไหลเปรอะมุมปาก รอยยิ้มนั้นงดงามราวดอกเหมันต์แรกแย้มท่ามกลางพายุหิมะ ทรงพลังและบาดลึกถึงจิตวิญญาณ “ไม่ว่าท่านจะเป็นจอมมารผู้เย่อหยิ่ง หรือเป็นเพียงบุรุษผู้สูญเสียความทรงจำ... ข้าก็ยังคงเป็นจื่อเวยผู้มีจิตวิญญาณผูกพันกับท่านอยู่ดี” *ครืนนน—!* ฟ้าคำรามกึกก้องยิ่งกว่าเดิม เมฆทมิฬแปรเปลี่ยนเป็นสีม่วงเข้ม อัสนีทัณฑ์ระลอกที่สามซึ่งร้ายกาจที่สุด—‘อัสนีผ่าวิญญาณผลาญโลกันตร์’ กำลังพุ่งลงมาด้วยความเร็วที่แม้แต่สายตาของเซียนผู้บรรลุธรรมก็ยังมองแทบไม่ทัน จื่อเวยรวบรวมลมปราณเฮือกสุดท้าย กระบี่คู่ใจพุ่งทะยานขึ้นฟ้าพร้อมเปล่งแสงสีขาวบริสุทธิ์ตระการตาเข้าปะทะกับสายฟ้าสีม่วงอย่างไม่ยอมจำนน แรงระเบิดจากการปะทะแผ่ขยายเป็นวงกว้างจนยอดเขาเทียนจื่อสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น ฝุ่นควันและไอพลังปราณมหาศาลตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ ทว่า ในวินาทีที่แสงสีทองและสีม่วงเข้าห้ำหั่นกันจนถึงขีดสุด หลี่มู่เฉินที่ถูกสะกดด้วยอาคมป้องกันกลับเบิกตากว้างอย่างตื่นตระหนก เมื่อสัมผัสได้ถึงรอยร้าวที่กำลังลุกลามในดวงจิตวิญญาณของหญิงสาว ผนึกความทรงจำโบราณในห้วงลึกของหลี่มู่เฉินพลันทลายลงในเสี้ยววินาทีนั้น ภาพอดีตชาติอันยาวนานไหลทะลักเข้าสู่สมองดั่งกระแสน้ำป่าเชี่ยวกราก เขารำลึกได้แล้ว... ทุกอย่าง! ทั้งชาติภพที่ติดค้าง และคำสาบานที่เคยให้ไว้บนยอดเขาแห่งนี้ “ไม่นะ... จื่อเวย!” หลี่มู่เฉินแผดเสียงคำรามลั่นฟ้า พลังปราณบรรพกาลที่ถูกผนึกไว้ระเบิดออกอย่างไร้ขีดจำกัด ร่างของเขาลุกโชนด้วยเปลวเพลิงสีดำสนิทฉาบด้วยประกายสายฟ้าสีทอง ทะลวงผ่านเขตอาคมของตนเองพุ่งเข้าโอบกอดร่างที่กำลังร่วงหล่นลงมาจากนภากาศของจื่อเวยไว้ได้ทันท่วงที ทว่า ทัณฑ์สวรรค์ระลอกสุดท้ายยังไม่จบสิ้น มันพุ่งทะลวงผ่านร่างของทั้งคู่ในคราเดียว ร่างของจื่อเวยอ่อนปวกเปียกอยู่ในอ้อมแขนของเขา ลมหายใจของนางแผ่วเบาราวกับสายลมฤดูใบไม้ผลิที่ใกล้ดับสูญ ดวงตาคู่งามค่อยๆ ปิดลงช้าๆ ท่ามกลางหยาดน้ำตาที่รินไหลอาบแก้ม หลี่มู่เฉินกอดร่างนั้นแน่นจนเนื้อตัวสั่นเทา ความโกรธเกรี้ยว ความเสียใจ และพลังอำนาจอันไร้เทียมทานผสานรวมกันจนท้องฟ้าแปรเปลี่ยนเป็นสีเลือด เขาลุกขึ้นยืนช้าๆ พลางเงยหน้าขึ้นจ้องมองนภากาศเบื้องบนด้วยแววตาดุดันอำมหิตราวกับพญามารผู้คืนชีพ มือข้างหนึ่งกระชับกระบี่บรรพกาลแน่นจนโลหิตไหลย้อยหยดลงสู่พื้นศิลา “ในเมื่อสวรรค์ต้องการพรากนางไปจากข้า...” หลี่มู่เฉินกล่าวด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นเสียดกระดูก สะท้อนก้องไปทั่วทั้งยุทธภพจนเหล่าเซียนและมารต่างต้องสะท้าน “วันนี้... ข้าผู้เป็นจอมมารหลี่มู่เฉิน จะใช้กระบี่เล่มนี้ผ่าสวรรค์ทิ้งเสียให้สิ้นซาก!” ดาบเล่มแรกถูกยกขึ้นเตรียมฟาดฟัน ทว่า ในจังหวะนั้นเอง... เงาร่างปริศนาในชุดคลุมสีดำสนิทผู้หนึ่งก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าเขาอย่างไร้ซุ่มเสียง พร้อมกับเสียงหัวเราะเยียบเย็นที่ดังขึ้นจากความมืดมิด “ช้าก่อน... จอมมารน้อย ท่านคิดว่าเกมนี้จบลงง่ายเพียงนั้นเชียวหรือ?” หลี่มู่เฉินชะงักกุนซือกระบี่ในมือ นัยน์ตาหรี่แคบลงอย่างระแวดระวัง เมื่อผู้มาใหม่ค่อยๆ เปิดผ้าคลุมหน้าออกเผยให้เห็นใบหน้าที่ทำให้เขาต้องสะเทือนใจจนแทบหยุดหายใจ... ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลาและวิถีกระบี่นี้ด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านเซียนผู้หลงลืม: โปรดอย่าโปรยรักใส่ข้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%