เสียงกัมปนาทของเครื่องสับเนื้อไฟฟ้ากำลังทำงานแข่งกับเสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่จากชายหนุ่มผู้สวมผ้ากันเปื้อนสีดำสนิท อาชวินตวัดสายตาคมกริบราวกับใบมีดซาน토กุที่เพิ่งผ่านการลับคมมาหมาดๆ มองตรงไปยังทีมงานโปรดักชั่นของรายการ *‘Kitchen Battle Royale’* ที่ยืนหน้าซีดเผือดอยู่หลังมอนิเตอร์ บรรยากาศในสตูดิโอขนาดมหึมาอวลไปด้วยกลิ่นอายของความตึงเครียด ชนิดที่ว่าหากจุดไม้ขีดไฟคงเกิดระเบิดขึ้นได้ในเสี้ยววินาที
“ผมไม่ได้เซ็นสัญญาเพื่อมาเล่นเกมจับคู่หาคู่เดตรายการเรียลลิตี้โชว์นะครับ โปรดจำใส่สมองส่วนหน้าเอาไว้ด้วย”
น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ราบเรียบจนเย็นยะเยือกเอ่ยขึ้น อาชวินสะบัดผ้าเช็ดมือราคาแพงลงบนโต๊ะสแตนเลสสตีลเสียงดัง *พรึบ* ดวงตาคมปลาทูทอดมองหน้าโปรดิวเซอร์ที่กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เชฟหนุ่มระดับมิชลินสองดาวผู้ครองฉายา ‘ไอ้หน้าตายผู้ไร้ความปรานี’ กำลังกำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน
กฎเหล็กข้อแรกในชีวิตการทำอาหารของเขาคือ ‘ความสมบูรณ์แบบ’ และกฎข้อที่สองคือ ‘ความสะอาดบริสุทธิ์’ ทว่าเบื้องหลังสเตชันทำอาหารฝั่งตรงข้าม กลับมีร่างระหงของใครบางคนก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มเยาะหยันที่ฉาบอยู่บนริมฝีปากหยักสวย
รันเวย์ นักวิจารณ์อาหารฝีปากกล้าที่เคยเขียนบทความวิจารณ์ร้านอาหารของเขาจนแทบเจ๊งเมื่อปีก่อน เดินน่องเข้ามาในชุดสูทลำลองสีชาเข้มที่เข้ารูปพอดีตัว เส้นผมสีดำสนิทถูกเซ็ตไว้อย่างลวกๆ แต่กลับดูโดดเด่นสะดุดตา ดวงตากลมโตคู่คมกวาดตามองอุปกรณ์ทำอาหารระดับไฮendตรงหน้าด้วยความสนใจราวกับเด็กได้ของเล่นใหม่ โดยไม่สนใจเลยว่ารังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากเชฟหนุ่มรุ่นพี่ข้างกายจะรุนแรงขนาดไหน
“ทำหน้าให้มันดูเป็นมิตรหน่อยสิครับ เชฟอาชวิน เดี๋ยวด้านนอกเขาจะหาว่าคุณพกถ่านหินติดตัวมาตลอดเวลา”
รันเวย์เอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงกวนประสาทที่เจือความขบขัน ร่างโปร่งทิ้งสะโพกพิงขอบโต๊ะเตรียมวัตถุดิบอย่างถือวิสาสะ ดวงตาคู่สวยสบตากับอาชวินตรงๆ โดยไม่มีทีท่าหวาดกลัวแม้แต่น้อย
“ถ้าคุณยังมีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้ต่อได้อีกสักห้านาที นั่นแปลว่าความอดทนของผมยังทำงานได้ดีพอครับ คุณรันเวย์” อาชวินก้าวเท้าเข้าไปประชิดตัวอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว ช่องว่างระหว่างคนทั้งสองแคบลงจนได้ยินเสียงลมหายใจ ร่างสูงใหญ่ก้มหน้าลงเล็กน้อยเพื่อให้สายตาอยู่ในระดับเดียวกัน “บอกผมมาสิครับ ว่าใครเป็นคนเอาชื่อคุณใส่เข้ามาในรายชื่อผู้เข้าแข่งขันคู่หู... หรือว่าคุณกลัวว่าร้านอาหารใหม่ของคุณจะไม่มีใครรู้จัก จนต้องเอาตัวเข้ามาเกาะกระแสผมกิน”
คำพูดเชือดเฉือนพุ่งตรงราวกับลูกศรอาบยาพิษ แต่รันเวย์ไม่มีทีท่าสะทกสะท้านเลยสักนิด เจ้าตัวกลับยกย่องมุมปากขึ้น ส่งยิ้มยั่วประสาทที่ทำให้อาชวินอยากจะคว้าตะหลิวมาเคาะกบาลสักทีสองที
“เกาะกระแสคุณเหรอครับ? ฝันไปหรือเปล่า เชฟ... ผมแค่ได้รับเชิญมาในฐานะกรรมการกิตติมศักดิ์ แต่บังเอิญว่าทางรายการเขา *‘บังคับ’* ให้เราสองคนต้องมาอยู่ทีมเดียวกันเพื่อความบันเทิงของผู้ชมต่างหากล่ะครับ คิดเสียว่าเป็นการทำบุญให้ทานคนปากร้ายอย่างคุณก็แล้วกัน”
รันเวย์จงใจเน้นเสียงคำว่า ‘บังคับ’ พร้อมกับเอื้อมมือเรียวยาวไปหยิบมะเขือเทศสีแดงสดขึ้นมาหมุนเล่นในมืออย่างไม่แยแส ก่อนจะปรายตามองอาชวินด้วยแววตาท้าทาย “ว่าแต่... วัตถุดิบหลักในรอบนี้คือ ‘เนื้อแกะ’ สินะครับ หวังว่าฝีมือการปรุงของคุณจะคมคายเหมือนฝีปาก ไม่อย่างนั้นเราคงได้ตกรอบตั้งแต่วันแรกแน่ๆ”
อาชวินขบกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นรูปนูน ความโกรธผสมผสานกับความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างกำลังตีรวนอยู่ในอก กลิ่นน้ำหอมจางๆ จากตัวของรันเวย์ลอยมาแตะจมูกท่ามกลางกลิ่นเครื่องเทศฉุนกึก มันไม่ใช่กลิ่นที่ฉุนจนเกินงาม แต่เป็นกลิ่นสะอาดสดชื่นที่ชวนให้รู้สึกหงุดหงิดเสียเหลือเกินที่มันดันมาจากผู้ชายคนนี้—ศัตรูตัวฉกาจที่คอยขัดขาเขามาตลอดสามปีเต็ม
“จำคำพูดนี้เอาไว้ให้ดีก็แล้วกันครับ” อาชวินกระซิบเสียงต่ำชิดใบหูของอีกฝ่าย ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดลาดไหล่ของรันเวย์จนร่างโปร่งชะงักไปชั่วขณะ “ถ้าคุณทำผมเสียคะแนนแม้แต่แต้มเดียว ผมจะจับคุณขังไว้ในห้องเย็นแล้วบังคับให้กินซุปหัวหอมฝรั่งเศสฝีมือผมติดต่อกันเจ็ดวันเจ็ดคืนโดยไม่ให้ดื่มน้ำเลยคอยดู”
“อุ๊ย... น่ากลัวจังเลยครับ” รันเวย์แสร้งทำเป็นตัวสั่นด้วยความกลัว แต่ดวงตาเป็นประกายระยิบระยับฟ้องชัดเจนว่ากำลังสนุกเสียเต็มประดา “แต่ระวังตัวหน่อยเถอะครับเชฟ... คนปากแข็งแถวนี้ มักจะแพ้ทางคนปากเก่งอย่างผมเข้าสักวัน”
เสียงประกาศจากทีมงานดังขึ้นขัดจังหวะการสงครามประสาท *“สาม... สอง... หนึ่ง... เริ่มการแข่งขันได้!”*
ไฟสปอตไลท์ดวงใหญ่สาดส่องลงมาที่สเตชัน อาชวินดึงสติกลับมาสู่โหมดเชฟมืออาชีพ มือหนาหยิบมีดเชฟคู่ใจขึ้นมาเตรียมแล่เนื้อแกะด้วยความรวดเร็วและแม่นยำ ทุกท่วงท่าเต็มไปด้วยความมั่นใจและดุดัน สมกับเป็นอัจฉริยะแห่งวงการอาหาร ทว่าในหางตาของเขากลับคอยเหลือบมองการกระทำของรันเวย์อยู่ตลอดเวลา ร่างบางเคลื่อนไหวคล่องแคล่วไม่แพ้กัน มือเรียวจัดเตรียมสมุนไพรและเครื่องเคียงได้อย่างลงตัว เคมีที่ผสมผสานระหว่างความร้อนแรงและเยือกเย็นแผ่ซ่านออกไปทั่วสตูดิโอ ท่ามกลางความกดดันที่ทวีความรุนแรงขึ้นทุกวินาที
ในจังหวะที่อาชวินกำลังเอื้อมมือไปหยิบขวดน้ำมันมะกอกบนชั้นวางด้านบนพร้อมกับรันเวย์ที่เอื้อมมือมาหยิบขวดเดียวกันพอดี ปลายนิ้วเรียวของทั้งคู่จึงสัมผัสกันโดยบังเอิญ—
กระแสไฟประหลาดแล่นแปล๊บผ่านผิวสัมผัส อาชวินชะงักกึก รันเวย์เองก็เบิกตากว้างเล็กน้อยด้วยความตกใจ ทั้งคู่หันมาสบตากันในระยะประชิด ริมฝีปากของรันเวย์ขยับคล้ายจะเอ่ยอะไรบางอย่าง แต่ยังไม่ทันที่เสียงพูดจะหลุดรอดออกมาจากลำคอ เสียงฝีเท้าหนักแน่นคู่หนึ่งก็ดังขึ้นจากทางประตูทางเข้าสตูดิโอ พร้อมกับเสียงปรบมือช้าๆ ที่ดังแทรกเสียงเครื่องจักรเข้ามา
“ว้าว... ดูท่าทางทีมนี้จะเข้าขากันได้ดีกว่าที่ผมคิดไว้นะครับเนี่ย”
เสียงทุ้มนุ่มนวลแต่แฝงความเย้ยหยันดังขึ้น อาชวินและรันเวย์ผละออกจากกันทันทีราวกับโดนไฟลวก ทั้งคู่หันขวับไปมองผู้มาใหม่พร้อมกัน เมฆา เจ้าของร้านอาหารคู่แข่งตัวฉกาจและอดีตเพื่อนสนิทที่แตกหักกันไป ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่หน้าสเตชันด้วยรอยยิ้มพยับแดด มือข้างหนึ่งถือแก้วกาแฟเย็น ส่วนมืออีกข้างควงกุญแจรถสปอร์ตราคาแพงเล่นอย่างสบายใจอารมณ์ ก่อนที่เมฆาจะเอ่ยประโยคต่อมาที่ทำให้อุณหภูมิในห้องดิ่งวูบลงติดลบ “หวังว่าอาหารจานนี้จะไม่ทำให้กรรมการท้องเสียเหมือนตอนที่นายเคยทำกับร้านฉันนะ... อาชวิน”
โปรดติดตามตอนต่อไปนะครับ!
(ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะเวียนเข้ามาลิ้มรสความแซ่บในวันนี้ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าครับ!)
เมนูหัวใจที่ (ไม่) ใช่คุณ: กฎเหล็กของเชฟหน้าตาย•ตอนที่ 1
เมื่อเชฟระดับเทพต้องเจอกับศัตรูหัวใจ
ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เมนูหัวใจที่ (ไม่) ใช่คุณ: กฎเหล็กของเชฟหน้าตาย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
