กลิ่นกาแฟคั่วเข้มในมือเมฆากลายเป็นกลิ่นเหม็นไหม้ที่ลอยมาปะทะจมูกผมในทันที บรรยากาศในครัวที่เคยร้อนระอุด้วยอุณหภูมิจากเตา กลับเย็นเยียบขึ้นมาจนเกือบติดลบ อาชวินวางมีดดามัสกัสในมือลงบนเขียงดัง ‘ปัง’ เสียงนั้นไม่ได้เบา แต่มันดังพอที่จะทำให้คนในห้องครัวเงียบกริบ
“ถ้าการมาที่นี่ของนายมีจุดประสงค์แค่เพื่อจะพ่นขยะใส่หน้าฉัน แนะนำให้ไปทำที่อื่นนะเมฆา”
อาชวินหันไปเผชิญหน้ากับผู้มาใหม่ สายตาของเขานิ่งสนิทจนอ่านไม่ออก แต่มือที่กำด้ามมีดจนเส้นเลือดปูดนูนบนหลังมือนั้นฟ้องว่าความอดทนเขากำลังถูกทดสอบอย่างหนัก
เมฆาเลิกคิ้วข้างหนึ่งขึ้น รอยยิ้มพยับแดดที่เคยดูเป็นมิตรในสายตาคนทั่วไป ตอนนี้กลับดูน่าสะอิดสะเอียนสำหรับผม รันเวย์ที่ยืนอยู่ข้างๆ ผมไม่ได้มีท่าทีหวาดหวั่น เธอเพียงแค่กอดอก มองดูความขัดแย้งของสองเชฟอัจฉริยะด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น เหมือนเธอกำลังอ่านบทวิจารณ์อาหารที่รอวันวิจารณ์ให้แหลกคามือ
“ท้องเสียเหรอ?” รันเวย์เอ่ยแทรกขึ้นมา น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมเหมือนใบมีดโกน “ประโยคทักทายเมื่อกี้มันเชยไปหน่อยนะเมฆา หรือว่าร้านนายตอนนี้ไม่มีลูกค้าจนต้องว่างมากพอจะมานั่งจดจำประวัติศาสตร์ความล้มเหลวของคนอื่น”
เมฆาหันมามองรันเวย์ แววตาของเขาเปลี่ยนจากเย้ยหยันเป็นความสนใจที่วูบวาบ “คุณคงเป็นคุณรันเวย์ นักวิจารณ์อาหารคนใหม่ที่กำลังจะได้ลิ้มลอง ‘ความพินาศ’ ของอาชวินสินะครับ ระวังตัวไว้หน่อยก็ดีนะ ลิ้นระดับคุณอาจจะต้องพักฟื้นยาวถ้าทานจานแรกจากฝีมือเขาน่ะ”
“ฉันจะทานอะไร หรือจะประเมินใคร มันคือหน้าที่ของฉัน” รันเวย์ก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว รัศมีอำนาจของเธอไม่ได้ลดน้อยลงเลยแม้จะยืนอยู่ท่ามกลางดงเชฟผู้ชาย “แต่กฎเหล็กของร้านนี้คือ ‘ลูกค้าคือพระเจ้า’ ส่วนเชฟ... ก็เป็นแค่คนปรุงอาหาร ถ้าคุณไม่มีอะไรจะสั่ง ก็กรุณาออกไปก่อนที่ฉันจะเขียนคอลัมน์ถึง ‘มารยาทอันห่วยแตกของเจ้าของร้านอาหารระดับดาวมิชลิน’ ให้สาธารณชนได้รับรู้”
คำตอบโต้ของเธอน่าประทับใจจนผมแทบจะเผลอยิ้มออกมา ถ้าไม่ติดว่าผมกำลังอยู่ในโหมด ‘เชฟหน้าตาย’ ที่ต้องรักษามาดไว้อย่างถึงที่สุด
“สั่งงั้นเหรอ?” เมฆาหัวเราะหึๆ เขาเดินตรงเข้ามาที่เคาน์เตอร์ครัว วางแก้วกาแฟลงบนพื้นผิวสแตนเลสจนเกิดเสียงดังกรึก “ได้สิ... งั้นขอ ‘เมนูพิเศษ’ ที่อาชวินเคยตั้งใจทำเพื่อกู้หน้าตัวเองเมื่อสามปีก่อนก็แล้วกันครับ เมนูที่ทำให้คนกินต้องน้ำตาตกในเพราะรสชาติที่พยายามจะ ‘เลียนแบบ’ ความสำเร็จของคนอื่นน่ะ คุณกล้าทำไหมล่ะ อาชวิน?”
ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันที่น่าอึดอัด อาชวินนิ่งไป ราวกับว่าชื่อเมนูที่เมฆาเอ่ยถึงนั้นคือโซ่ตรวนที่ผูกติดอยู่กับวิญญาณเขา ผมเห็นแววตาของเขาเปลี่ยนไปเพียงเสี้ยววินาที—จากความเย็นชา กลายเป็นความเจ็บปวดที่ถูกซ่อนไว้อย่างมิดชิดภายใต้หน้ากากที่เรียกว่า ‘ความสมบูรณ์แบบ’
“อาหารจานนั้น... รสชาติมันตายไปพร้อมกับความรู้สึกของฉันแล้ว” อาชวินตอบด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ดุดัน เขาหันมาคว้ากะทะทองแดงขึ้นตั้งเตา เปลวไฟลุกโชนขึ้นทันทีราวกับใจที่กำลังระอุ “แต่นายอยากลองดีนักใช่ไหมเมฆา? ได้... ฉันจะทำให้ดู แต่จำไว้ว่าเมนูนี้ผมไม่ทำให้ลูกค้าทั่วไปกิน และผมไม่ได้ทำให้ ‘นาย’ กินด้วย”
“แล้วคุณจะทำให้ใคร?” รันเวย์ถามพลางเลิกคิ้ว แววตาสั่นไหวด้วยความไม่เข้าใจ
อาชวินไม่ได้ตอบ เขาหันไปคว้าวัตถุดิบด้วยความเร็วที่เหนือชั้น การเคลื่อนไหวของเขางดงามและทรงพลังราวกับกำลังร่ายรำท่ามกลางสมรภูมิสงคราม เขาซอยผักด้วยความเร็วสูงจนเกิดเสียง ‘ฉับ ฉับ ฉับ’ ที่ฟังดูเป็นจังหวะเพลงที่ดุดัน
“ผมทำเพื่อพิสูจน์ให้รันเวย์เห็น... ว่าสิ่งที่เรียกว่ารสชาติของหัวใจที่เธอต้องการน่ะ มันไม่มีวันหาได้จากร้านของคนอย่างนาย”
อาชวินเอ่ยประโยคที่ทำเอาบรรยากาศในครัวร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ เขาไม่ได้หันมามองรันเวย์ แต่ผมรู้สึกได้ถึงสายตาที่จ้องมองมายังแผ่นหลังของผมอย่างมีความหมาย
เมฆายืนกอดอกมองเหตุการณ์นั้นด้วยความเหยียดหยาม แต่ลึกๆ ในดวงตาเขากลับมีความวูบไหวบางอย่างที่ผมไม่อาจนิยามได้ เขาเหมือนคนที่กำลังสนุกกับเกมที่กำลังจะดิ่งลงเหว หรืออาจจะเป็นคนที่รอให้ระเบิดเวลาทำงาน
ระหว่างที่อาชวินกำลังผัดเครื่องปรุงในกะทะ กลิ่นหอมฟุ้งกระจายไปทั่วครัว มันไม่ใช่กลิ่นหอมแบบอาหารทั่วไป แต่มันเป็นกลิ่นที่ปลุกเร้าความทรงจำ กลิ่นที่รุนแรงและเย้ายวนจนผมต้องเผลอขยับเข้าไปใกล้โดยไม่รู้ตัว และในจังหวะที่อาชวินกำลังจะหยิบเครื่องเทศชนิดสุดท้ายที่ต้องใช้เทคนิคพิเศษในการสกัด...
มือของเขาก็ชะงักลง
“เฮ้ย!” เมฆาร้องขึ้นพร้อมกับก้าวถอยหลังหนึ่งก้าว เมื่อจู่ๆ ไฟในครัวก็ดับพรึบลงโดยไม่มีปี่มีขลุ่ย แสงสว่างเพียงหนึ่งเดียวคือแสงจากเปลวไฟที่ลุกโชนอยู่บนเตา ซึ่งสะท้อนใบหน้าของอาชวินที่กำลังจ้องมองไปที่ประตูหลังครัว
ประตูที่ปิดสนิทเมื่อครู่ถูกใครบางคนผลักเข้ามา... และคนคนนั้นไม่ใช่พนักงานในร้าน
“ในที่สุดก็หาตัวเจอจนได้นะ... อาชวิน ลูกชายคนโตของตระกูลที่หายสาบสูญไปพร้อมกับสูตรอาหารต้องห้าม”
เสียงของผู้มาใหม่ดังก้องท่ามกลางความมืดมิด ชายวัยกลางคนในชุดสูทสีเข้มยืนตระหง่านอยู่ตรงนั้น ในมือของเขาถือเอกสารตราประทับสีแดงฉานที่ทำเอาอาชวินต้องวางตะหลิวลงทันที
รันเวย์ที่ยืนอยู่ข้างๆ ผม สูดลมหายใจเข้าลึกพร้อมกับเอ่ยขึ้นมาเบาๆ “นั่นมัน... สัญลักษณ์ของกลุ่มนักวิจารณ์อาหารนอกกฎหมายนี่นา”
ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้มันหนักอึ้งและเต็มไปด้วยอันตรายที่อาชวินไม่อาจหลีกเลี่ยงได้อีกต่อไปครับ
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความลับของเชฟหน้าตายในตอนนี้นะครับ ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับสัญญาว่าจะเสิร์ฟความเข้มข้นให้ในตอนถัดไปอย่างสาสมครับ
เมนูหัวใจที่ (ไม่) ใช่คุณ: กฎเหล็กของเชฟหน้าตาย•ตอนที่ 2
รสชาติที่เธอสั่งผมไม่รับทำ
ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เมนูหัวใจที่ (ไม่) ใช่คุณ: กฎเหล็กของเชฟหน้าตาย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
